กลาโหมสหรัฐฯ ไม่สอบปมข่าวกรอง
กลาโหมสหรัฐฯ ไม่สอบปมข่าวกรอง–จำกัด Starlink ยูเครน ชี้เป็นเรื่องสัญญานอกขอบเขตอำนาจ
30-10-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ผู้ตรวจการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะสอบสวนเหตุขัดข้องในการแบ่งปันข่าวกรองของสหรัฐฯ ให้ยูเครน และการเข้าถึงระบบ Starlink กับ Starshield ของยูเครน โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นข้อพิพาททางธุรกิจที่อยู่นอกขอบเขตอำนาจของตน
แพลตต์ มอริง ที่ 3 (Platte Moring III) ผู้ตรวจการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุในจดหมายเมื่อวันอังคารถึงกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาจากทั้งสองพรรคว่า เอลบริดจ์ คอลบี (Elbridge Colby) ปลัดกระทรวงกลาโหมฝ่ายนโยบาย “ได้แจ้งให้ผมทราบว่า เหตุขัดข้องตามที่มีรายงานเกี่ยวข้องกับประเด็นทางสัญญา ซึ่งอยู่ภายใต้เขตอำนาจของทบวงกองทัพอากาศและกองทัพอวกาศสหรัฐฯ”
ก่อนหน้านี้ มอริงแจ้งต่อสมาชิกวุฒิสภาว่า กระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานที่ “อยู่ในฐานะเหมาะสมที่สุดที่จะชี้แจงการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านปฏิบัติการและปัจจัยทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง” พร้อมส่งคำถามของสมาชิกวุฒิสภาให้คอลบีเป็นผู้ตอบ
จดหมายของผู้ตรวจการกระทรวงกลาโหมเป็นการตอบข้อซักถามของสมาชิกวุฒิสภาเก้าคน นำโดยจีน ชาฮีน (Jeanne Shaheen) สมาชิกวุฒิสภาพรรคเดโมแครตจากรัฐนิวแฮมป์เชียร์ และทอม ทิลลิส (Thom Tillis) สมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันจากรัฐนอร์ทแคโรไลนา
ในจดหมายลงวันที่ 15 ตุลาคม สมาชิกวุฒิสภากลุ่มนี้ระบุว่า เหตุขัดข้องดังกล่าวทำให้ชาวอเมริกันตกอยู่ในอันตราย โดยอ้างถึง “เหตุการณ์ที่บุคลากรทางการทูต ทหาร และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ไม่สามารถไปถึงหลุมหลบภัยที่กำหนดไว้ระหว่างการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย ท่ามกลางรายงานเหตุขัดข้องในการแบ่งปันข่าวกรองและขีดความสามารถด้านการเตือนภัยล่วงหน้า”
สมาชิกวุฒิสภาเรียกร้องให้มอริง “สอบสวนโดยทันที” เกี่ยวกับบทบาทของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในเหตุขัดข้อง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นต่อบุคลากรชาวอเมริกัน และความพยายามป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
ข้อจำกัดความเร็วในการเข้าถึง Starlink และ Starshield ของยูเครนทำให้กองทัพยูเครนไม่สามารถใช้งานระบบป้องกันสำคัญได้ ขณะที่ความไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SpaceX ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ของยูเครน
หลังมีการกล่าวโทษกันไปมาหลายวันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงความเร็วของ Starlink ในยูเครน มัสก์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า บริษัทดำเนินการดังกล่าวหลังยูเครนละเมิดข้อกำหนดของบริษัท ด้วยการใช้ Starlink สนับสนุนการโจมตีเชิงรุกด้วยโดรน
“ช่องโหว่นั้นถูกปิดแล้ว” มัสก์ระบุ ซึ่งยิ่งสร้างความวิตกแก่เจ้าหน้าที่ในยุโรปและ NATO
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวหาสหรัฐฯ อีกประเด็นหนึ่งว่า จำกัดการแบ่งปันข่าวกรอง ทำให้อาวุธที่รัสเซียยิงเข้ามาโจมตีเป้าหมายพลเรือนโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ ในการแบ่งปันข่าวกรองกับยูเครน
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเนื่องออกไปนอกยูเครน โดยยิ่งเพิ่มความกังวลในยุโรปเกี่ยวกับการพึ่งพาเทคโนโลยีของสหรัฐฯ มากเกินไป
ทรัมป์ซึ่งเผชิญความไม่พอใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม เรียกร้องให้ยูเครนหยุดโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย อีกทั้งยังทำข้อตกลงกับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ของรัสเซีย เพื่อนำเข้าน้ำมันดีเซลจากรัสเซียมายังสหรัฐฯ สร้างความผิดหวังแก่ยูเครนและพันธมิตร
เซเลนสกีระบุว่า เขาเสนอจะยุติการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันเพื่อแลกกับ “ชุดความช่วยเหลือด้านการป้องกันภัยทางอากาศสำหรับฤดูหนาว” แต่ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว
“เป็นเรื่องน่ากังวลที่ผู้ตรวจการดูเหมือนจะตัดสินใจไม่สอบสวนเหตุขัดข้องของการสื่อสารผ่านดาวเทียม ซึ่งยูเครนต้องพึ่งพาเพื่อปกป้องพลเรือน” ชาฮีนระบุในแถลงการณ์
“รัฐบาลทรัมป์และ SpaceX ให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุขัดข้อง ซึ่งบั่นทอนการป้องกันของยูเครน และทำให้บุคลากรชาวอเมริกันในยูเครนตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น”
ชาฮีนเรียกร้องให้มี “การตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นอิสระ เพื่อระบุความรับผิดชอบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีกในอนาคต”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-10-29/pentagon-watchdog-declines-to-probe-ukraine-intel-starlink-cuts?srnd=phx-politics