สงครามอิหร่านดันดีมานด์ LNG สหรัฐฯ เพิ่ม
สงครามอิหร่านดันดีมานด์ LNG สหรัฐฯ เพิ่ม ดันหุ้นพลังงานเมกันพุ่งกระฉูดรับโอกาสส่งออก หลังกาตาร์สั่งปิดโรงงานก๊าซจากเหตุโจมตี
4-3-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า – กลุ่มผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์จากการหยุดชะงักของอุปทานท่ามกลางภาวะสงครามกับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ผลประโยชน์ดังกล่าวอาจถูกจำกัดด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ผลิตในอเมริกาเกือบจะถึงขีดความสามารถสูงสุดในการขนส่งก๊าซทางเรือแล้ว
การตัดสินใจของกาตาร์ในการระงับการผลิตที่โรงงาน LNG ยักษ์ "ราส ลัฟฟาน" (Ras Laffan) หลังจากถูกโจมตีเมื่อวันจันทร์ ได้เปิดโอกาสมหาศาลให้กับผู้ผลิต LNG แต่ทว่าผู้ส่งออกเหล่านั้นกลับมีกำลังการผลิตสำรองเพียงเล็กน้อยที่จะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ได้อย่างเต็มที่
"ภาพรวมคือ สหรัฐฯ กำลังส่งออกเต็มขีดความสามารถ ดังนั้นจึงไม่มีพื้นที่ให้ขยับมากนัก อาจจะเพิ่มปริมาณได้อีกเพียง 5% ซึ่งเป็นเพียงปริมาณเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่กาตาร์ผลิตได้ที่ราส ลัฟฟาน" ไอร่า โจเซฟ (Ira Joseph) นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์ นโยบายพลังงานโลก มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าว
อย่างไรก็ตาม หุ้นของ Venture Global Inc. และ Cheniere Energy Inc. ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นถึง 20% และ 5.7% ตามลำดับเมื่อวันจันทร์ ขณะที่ EQT Corp. ผู้ขุดเจาะเชลแก๊ส ก็ทำสถิติราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงเวลาสั้นๆ หลังเปิดตลาด
"เหตุการณ์ในช่วงสุดสัปดาห์ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดพลังงานโลก" ไมเคิล เซเบล (Michael Sabel) ซีอีโอของ Venture Global กล่าวระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2025 เมื่อวันจันทร์ "ด้วยกำลังการผลิต LNG ส่วนเพิ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สหรัฐฯ จะมีบทบาทสำคัญในช่วงเวลาที่เกิดการหยุดชะงักครั้งประวัติศาสตร์ในตลาดครั้งนี้"
ปัจจุบัน Venture Global และ Cheniere กำลังเร่งเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานที่มีอยู่ โดยโรงงาน Corpus Christi LNG ของ Cheniere ในเทกซัสกำลังทยอยเพิ่มขีดความสามารถใหม่ ส่วน Venture Global กำลังเริ่มเดินเครื่องโรงงาน Plaquemines ซึ่งเป็นแห่งที่สองในลุยเซียนา และกำลังก่อสร้างแห่งที่สามคือ CP2 ในรัฐเดียวกัน
กระแสความคึกคักของผู้ส่งออกสหรัฐฯ อาจเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น เนื่องจากบริษัทต่างๆ กำลังส่งออกสินค้าเกือบเต็มจำนวนที่สามารถทำได้แล้ว และจำเป็นต้องมีซัพพลายเพิ่มเติมจำนวนมหาศาลเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่เกิดจากกาตาร์ นอกจากนี้ ราคาที่พุ่งสูงขึ้นจำเป็นต้องคงอยู่ต่อเนื่องเพื่อให้บริษัทที่มี LNG ของอเมริกาสามารถใช้ประโยชน์จากส่วนต่างราคา (Arbitrage) ที่กว้างขึ้น เนื่องจากต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์กว่าเรือขนส่งจะเดินทางไปถึงมหาสมุทรแอตแลนติก
ที่สำคัญ สหรัฐฯ ไม่น่าจะสามารถเติมเต็มช่องว่างอุปทานที่กาตาร์ทิ้งไว้ได้ เนื่องจากกาตาร์ครองส่วนแบ่งถึงเกือบ 1 ใน 5 ของอุปทานโลก ทั้งนี้ โครงการร่วมทุนของกาตาร์กับ Exxon Mobil Corp. ในเทกซัส ที่โรงงาน Golden Pass LNG ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่โรงงานดังกล่าวยังไม่ได้ส่งออกก๊าซเที่ยวแรก ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนนี้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-02/us-lng-exporters-get-boost-after-mideast-supply-disruptions?srnd=homepage-americas