.
จีนสั่งล้มดีล Meta ซื้อ Manus ชี้เป็นการลงทุนต่างชาติที่ผิดกฎหมาย หวั่นเทคโนโลยี AI รั่วไหลสู่สหรัฐฯ ส่งสัญญาณชัด “AI คือทรัพย์สินความมั่นคง”
28-4-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า จีนสั่งยกเลิกดีลที่ Meta Platforms Inc. (Meta) ใช้เงิน 2 พันล้านดอลลาร์เข้าซื้อกิจการ Manus สตาร์ตอัปด้าน agentic AI ที่มีรากฐานจากจีน แต่จดทะเบียนในสิงคโปร์ ถือเป็นการเดินเกมย้อนกลับข้อตกลงใหญ่ในอุตสาหกรรม AI ที่ถูกวิจารณ์หนักว่าทำให้เทคโนโลยีสำคัญไหลออกไปสู่สหรัฐฯ
ทางการจีน (China) ตัดสินใจสั่งระงับข้อตกลงการเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้าน AI อย่าง "มานุส" (Manus) โดยบริษัทเมตา (Meta Platforms Inc.) มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (US$2 billion) ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่สร้างความประหลาดใจเพื่อยกเลิกดีลที่มีข้อพิพาทรุนแรงในประเด็นการรั่วไหลของเทคโนโลยีล้ำสมัยไปยังสหรัฐฯ (US)
คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (National Development and Reform Commission - NDRC) ของจีน ได้ออกแถลงการณ์สั้นๆ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สั่งให้ยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่าเป็นการตัดสินใจสั่งห้ามการลงทุนจากต่างประเทศในสตาร์ทอัพรายนี้ตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
คำตัดสินดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรม AI ที่กำลังเติบโตของจีน และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ โดยปักกิ่ง (Beijing) ได้ยกระดับการตรวจสอบบริษัทเทคโนโลยีสำคัญๆ อย่างเข้มงวดมากขึ้น หลังจากดีลนี้เคยถูกยกย่องว่าเป็นต้นแบบของสตาร์ทอัพที่มีความทะเยอทะยานระดับโลก แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ภายในประเทศว่าเป็นการสูญเสียเทคโนโลยีที่มีค่าให้แก่คู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์
บทเรียนจากกรณี Manus: ไม่ว่าตั้งอยู่ที่ใดก็หนีไม่พ้นอำนาจปักกิ่ง
แม้ว่าผู้ก่อตั้ง Manus จะเริ่มต้นธุรกิจในจีน แต่ได้ย้ายสำนักงานใหญ่และบุคลากรหลักไปยังสิงคโปร์ (Singapore) ในปี 2025 ซึ่งเดิมทีไม่มีความชัดเจนว่าปักกิ่งจะมีอำนาจเหนือการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นนอกพรมแดนหรือไม่ แต่นักวิเคราะห์ระบุว่ากรณีนี้คือ "ช่วงเวลาแห่งความชัดเจน" (Clarifying moment) ที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่สำคัญไม่ใช่ที่ตั้งนิติบุคคล แต่คือต้นกำเนิดของเทคโนโลยี
การสั่งระงับครั้งนี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญของเมตา (Meta) ในการแข่งขันด้าน AI กับคู่แข่งรายใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ (Microsoft), กูเกิล (Google) ของอัลฟาเบต (Alphabet), โอเพนเอไอ (OpenAI) และแอนโธรปิก (Anthropic) โดยเดิมที Manus ถูกวางตัวให้ช่วยให้เมตาก้าวกระโดดขึ้นเป็นผู้นำในสาขา "AI Agents" หรือบริการปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถปฏิบัติภารกิจที่ซับซ้อนได้โดยอัตโนมัติ
สถานะที่คลุมเครือของพนักงานและเงินทุน
อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีความชัดเจนว่าเมตา (Meta) จะยกเลิกข้อตกลงนี้ในทางปฏิบัติได้อย่างไร เนื่องจากพนักงานของ Manus ได้เข้าร่วมกับเมตาเรียบร้อยแล้ว มีการโอนย้ายเงินทุน และผู้บริหารของสตาร์ทอัพก็ได้ร่วมทีม AI ของสหรัฐฯ ไปแล้ว นอกจากนี้ นักลงทุนรายใหญ่อย่าง เทนเซ็นต์ (Tencent Holdings Ltd.), เจิ้นฟันด์ (ZhenFund) และ หงซาน (Hongshan) ต่างก็ได้รับเงินจากการขายหุ้นไปแล้วเช่นกัน
การเดิมพันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองมหาอำนาจ
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นว่าปักกิ่งให้ความสำคัญกับ AI ในฐานะสินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์ โดยพยายามกั้นเทคโนโลยีและบุคลากรระดับแนวหน้าไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็แสดงความเชื่อมั่นในการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ ดังที่เห็นจากการเปิดตัวโมเดล V4 ของสตาร์ทอัพ "ดีพซีก" (DeepSeek) เมื่อสัปดาห์ก่อนที่มีการทำงานสอดประสานกับชิปของหัวเว่ย (Huawei) อย่างลึกซึ้ง
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า จีนมองการดำเนินการครั้งนี้เป็นการตอบโต้ที่สมเหตุสมผลต่อมาตรการควบคุมการส่งออกและการจำกัดการลงทุนที่สหรัฐฯ บังคับใช้กับจีนมานานหลายปี ปัจจุบันหน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้สั่งให้บริษัท AI ชั้นนำอื่นๆ ปฏิเสธเงินทุนจากแหล่งที่มาในสหรัฐฯ หากไม่ได้รับอนุมัติ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเทคโนโลยีในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-04-27/china-blocks-meta-s-2-billion-acquisition-of-ai-startup-manus