.
เปิดดีลลับ "ปูติน-อารักชี": ทำไมอิหร่านต้องใช้มอสโกเป็น "พื้นที่ปลอดภัย" ในการยื่นข้อเสนอถอยทัพต่อทรัมป์
28-4-2026
The Telegraph รายงานว่า เบื้องหลังการเดินทางเยือนรัสเซียของรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) แสดงให้เห็นว่าเตหะรานไม่ได้ต้องการเพียงอาวุธจากมอสโกเท่านั้น แต่ยังต้องการ “ช่องทางลับ” และคำแนะนำเชิงยุทธศาสตร์จากวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) เพื่อใช้ทดสอบข้อเสนอประนีประนอมที่จะส่งให้สหรัฐฯ โดยไม่กระตุ้นแรงต้านจากกลุ่มสายแข็งในอิหร่าน
การพบปะระหว่างนายอับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ณ หอสมุดประธานาธิบดีโบริส เยลต์ซิน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงการกระชับมิตรตามมารยาททางการทูต แต่คือการวางหมากครั้งสำคัญเพื่อหาทางออกจากสงครามที่กำลังบีบคั้นเตหะรานอย่างหนัก
สารลับจาก "มุจตาบา คาเมเนอี"
นายอารักชี (Araghchi) ได้ส่งมอบจดหมายส่วนตัวจากนายมุจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) ผู้นำสูงสุดคนใหม่ที่ได้รับบาดเจ็บและไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่เริ่มสงคราม โดยปูติน (Putin) ได้ฝากความปรารถนาดีและขอให้ผู้นำสูงสุดมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น แต่อิหร่านต้องการจากรัสเซียมากกว่าแค่คำอวยพร
พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการ "ถอย" โดยไม่เสียหน้า
เหตุผลสำคัญที่อิหร่านเลือกปูติน (Putin) เป็นตัวกลาง มากกว่านักการทูตจากปากีสถานหรือโอมาน คือความต้องการ "พื้นที่ลับ" ในการเสนอข้อตกลงที่อ่อนข้อให้สหรัฐฯ (US) โดยไม่ให้กลุ่มเคร่งครัด (Hardliners) ภายในประเทศล่วงรู้ เนื่องจากข้อเสนออย่างการจำกัดระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมหรือการยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อาจถูกตีความว่าเป็น "การยอมจำนน" หากหลุดรอดไปถึงหูสาธารณชนหรือโซเชียลมีเดีย
ปูติน (Putin) จึงทำหน้าที่เป็น "ช่องทางลับ" ที่สามารถโยนหินถามทางไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ว่าข้อเสนอใดจะทำให้ทรัมป์รู้สึกว่าได้รับชัยชนะทางการทูต โดยไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของผู้นำอิหร่านดูอ่อนแอเกินไปในสายตาของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ (Revolutionary Guards)
ความต้องการอาวุธและ "คู่มือ" รับมือทรัมป์
นอกจากประเด็นการเจรจา อิหร่านกำลังเร่งรัดการส่งมอบระบบป้องกันทางอากาศ S-400 ที่ล่าช้ามานาน หลังจากที่การโจมตีของสหรัฐฯ ได้เผยให้เห็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ในระบบป้องกันประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น รัสเซีย (Russia) มีประสบการณ์ยาวนานในการรับมือกับสไตล์การเจรจาของทรัมป์ (Trump) ที่เน้นผลประโยชน์แลกเปลี่ยน (Transactional) และแรงกดดันทางการเมืองภายใน สหรัฐฯ ปูตินสามารถให้คำปรึกษาได้ว่าข้อเสนอใดจะตอบสนองความต้องการ "ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่" ของทรัมป์ได้ดีที่สุดโดยที่ไม่ต้องเสียเปรียบจนเกินไป
รอยร้าวภายในอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายใหญ่ของนายอารักชี (Araghchi) คือความขัดแย้งภายในเตหะรานเอง ขณะที่เขากำลังเจรจาถอยทัพ แต่นายอาลี นิกซัด (Ali Nikzad) รองประธานสภาผู้แทนราษฎรอิหร่าน กลับออกมาประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมตามคำสั่งของผู้นำสูงสุด สิ่งนี้สะท้อนว่าฝ่ายฮาร์ดไลน์อาจกำลังพยายามขัดขวางการเจรจา
การพึ่งพา "ปูติน" จึงเป็นเกราะคุ้มกันทางการเมืองสุดท้าย หากปูตินยืนยันว่าข้อเสนอเหล่านี้คือสิ่งที่ดีที่สุดที่อิหร่านจะได้รับ มันจะกลายเป็นเหตุผลที่เพียงพอในการกดดันกลุ่มฮาร์ดไลน์ให้ยอมรับดีลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.telegraph.co.uk/world-news/2026/04/27/what-iran-really-wants-from-putin/