.
3 ประเด็นสำคัญจากการประชุมประวัติศาสตร์ระหว่างทรัมป์-สี จิ้นผิง ที่ปักกิ่ง
16-5-2026
การเยือนจีนของประธานาธิบดี Donald Trump ในสัปดาห์นี้ ซึ่งทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ “ข้อตกลงพักรบทางการค้า” ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และช่วยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น
แม้ว่าการเดินทางจะถูกเลื่อนออกไปกว่าหนึ่งเดือนจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน แต่การประชุมสุดยอดสองวันระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดี Xi Jinping ก็สิ้นสุดลงในวันศุกร์ พร้อมแผนจัดการพบกันอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้
สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังการพบกันของผู้นำทั้งสอง
1. การปรับสมดุลทางภูมิรัฐศาสตร์สหรัฐฯ-จีน
คำเตือนของสี จิ้นผิง ต่อทรัมป์ว่า หากจัดการประเด็นไต้หวันผิดพลาด ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ จะตกอยู่ใน “อันตรายอย่างยิ่ง” กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงเริ่มต้นการเจรจา ตามรายงานของสื่อรัฐบาลจีนภาษาอังกฤษ
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันก็ปรับตัวสูงขึ้น หลังทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า จีนตกลงจะซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ และจะช่วยในกระบวนการเจรจากับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ระบุว่าจะเริ่มซื้อเมื่อใดหรือในปริมาณเท่าไร
จีนยังไม่ได้ยืนยันแผนซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ ส่วนฝั่งวอชิงตันก็ยังไม่ได้ประกาศอะไรเกี่ยวกับไต้หวัน
เยว่ ซู นักเศรษฐศาสตร์หลักด้านจีนจาก Economist Intelligence Unit กล่าวว่า
“ฉันคิดว่าทั้งสองฝ่ายต่างได้สิ่งที่ต้องการ ไม่มีการหารือเชิงลึกเรื่องไต้หวัน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ การพูดคุยเรื่องอิหร่านมากขึ้นแสดงให้เห็นว่าทั้งสองประเทศยังมีจุดร่วมกัน และที่ทั้งสองฝ่ายต่างต้องการอธิบายว่าการประชุมครั้งนี้เป็นชัยชนะ ก็สะท้อนถึงความตั้งใจที่ดีต่อกันอย่างน้อยในระดับหนึ่ง”
เธอยังกล่าวเพิ่มเติมว่า
“อย่างไรก็ตาม จีนก็มีข้อจำกัดในการช่วยเหลืออิหร่าน เพราะรัฐบาลอิหร่านกำลังอยู่ในโหมดเอาตัวรอด และจะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก”
2. ข้อตกลงพักรบทางการค้ายังคงอยู่
ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม แต่การที่ทรัมป์เชิญสี จิ้นผิง เยือนสหรัฐฯ ในวันที่ 24 กันยายน หมายความว่าผู้นำทั้งสองจะยังมีโอกาสพบกันอีกก่อนที่ข้อตกลงพักรบทางการค้าระยะหนึ่งปี ซึ่งเริ่มตั้งแต่ตุลาคม 2025 จะหมดอายุ
ข้อตกลงดังกล่าวช่วยลดภาษีนำเข้าและผ่อนคลายข้อจำกัดด้านแร่หายาก หลังความตึงเครียดระหว่างสองประเทศทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2025
สี จิ้นผิง กล่าวว่าทั้งสองประเทศเห็นพ้องกันที่จะสร้าง “เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์” ในฐานะกรอบความสัมพันธ์สำหรับสามปีข้างหน้า ตามรายงานของสื่อรัฐบาลจีน
แจ็ก ลี นักวิเคราะห์จาก China Macro Group กล่าวว่า
“ในเชิงยุทธศาสตร์ ปักกิ่งดูเหมือนกำลังพยายามเปลี่ยนความต้องการสร้างเสถียรภาพแบบ transactional ของทรัมป์ ให้กลายเป็นกรอบระยะยาวสำหรับความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ”
และอาจกลายเป็น “พื้นฐาน” สำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดต่อไปในการจัดการกับจีน
3. ชัยชนะของภาคธุรกิจ
ทรัมป์กล่าวกับ Fox News ว่า จีนจะสั่งซื้อเครื่องบินของ Boeing จำนวน 200 ลำ มากกว่าที่บริษัทคาดไว้เดิมที่ 150 ลำ แต่ก็ยังต่ำกว่าตัวเลข 500 ลำที่หลายฝ่ายเคยคาดการณ์
ขณะเดียวกัน NVIDIA ก็ได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ขายชิป H200 ให้กับบริษัทจีนรายใหญ่ ส่งผลให้หุ้นเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น
ทั้ง CEO ของ Boeing และ Jensen Huang CEO ของ Nvidia เดินทางร่วมคณะทรัมป์ไปปักกิ่ง พร้อมผู้บริหารธุรกิจสหรัฐฯ กว่า 10 ราย รวมถึง Tim Cook จาก Apple และ Elon Musk จาก Tesla
ผู้บริหารเหล่านี้เข้าร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรีจีน Li Qiang เมื่อวันพฤหัสบดี
ทั้งคำกล่าวเปิดประชุมและรายงานสรุปยังไม่มีรายละเอียดเชิงลึก นอกจากจีนย้ำว่าจะเปิดตลาดให้ธุรกิจต่างชาติมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่ดำเนินมาอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
คณะนักธุรกิจสหรัฐฯ ที่ร่วมเดินทางครั้งนี้มีขนาดเล็กกว่าคณะกว่า 30 คนที่ร่วมทรัมป์เดินทางไปซาอุดีอาระเบียเมื่อปีที่แล้ว
แกรี ดวอร์ชัก กรรมการผู้จัดการของ Blueshirt Group กล่าวว่า
“ผมไม่คิดว่าเป้าหมายคือให้ CEO ทุกคนไปเซ็นดีล แต่เป็นการแสดงพลังทางเศรษฐกิจของอเมริกา ว่าเรายังเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ”
และเขาเสริมว่า “มันยังแสดงถึงความเป็นเอกภาพในระดับสูงระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับภาคเอกชนอีกด้วย”
ที่มา CNBC