เอสโตเนียกล่าวหา'รัสเซียสั่งก่อวินาศกรรม'
เอสโตเนียกล่าวหา'รัสเซียสั่งก่อวินาศกรรม' บริษัทกลาโหมผู้ผลิตยานไร้คนขับให้ยูเครน เชื่อมโยงปฏิบัติการบ่อนทำลายในยุโรป มอสโกปัดไร้หลักฐาน
30-9-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า ทางการของประเทศเอสโตเนีย (Estonia) ออกมาแถลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยระบุว่า จากผลการสืบสวนเชิงลึกได้ข้อสรุปเป็นที่แน่ชัดว่า เหตุลอบวางเพลิงเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ณ บริษัทผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ด้านกลาโหมซึ่งเป็นผู้จัดหาส่งมอบยานพาหนะทางการทหารให้แก่ประเทศยูเครน (Ukraine) ถือเป็น hành động ก่อวินาศกรรมที่ได้รับการว่าจ้างและสั่งการโดยตรงจากหน่วยงานความมั่นคงของประเทศรัสเซีย (Russia)
นายมาร์กุส ซาห์กนา (Margus Tsahkna) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศเอสโตเนีย (Estonia) ได้ออกมาระบุอย่างเกรี้ยวกราดว่า "การกระทำลักษณะดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ไม่อาจยินยอมหรือยอมรับได้โดยสิ้นเชิง" พร้อมทั้งสั่งการให้เรียกตัวอุปทูตรัสเซีย (charge d’affaires) ประจำกรุงทัลลินน์ (Tallinn) เข้าพบ ณ กระทรวงการต่างประเทศเพื่อประท้วงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที
ตามรายงานของสำนักข่าว BNS ระบุว่า เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของวันที่ 15 สิงหาคม ณ อาคารแห่งหนึ่งในกรุงทัลลินน์ (Tallinn) เมืองหลวงของประเทศเอสโตเนีย (Estonia) ซึ่งเป็นอาคารใช้งานของบริษัท Milrem Robotics อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์และสยบเพลิงไว้ได้อย่างรวดเร็ว ต่อมาในวันที่ 17 สิงหาคม ผู้ต้องสงสัยสัญชาติลัตเวียจำนวน 2 ราย ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ในประเทศลัตเวีย (Latvia) ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนที่ผู้ต้องสงสัยรายที่สามจะถูกจับกุมได้ในวันถัดมา โดยผู้ต้องสงสัยทั้งหมดได้ถูกส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่ทางการประเทศเอสโตเนียเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ บริษัท Milrem Robotics เป็นผู้ผลิตและส่งมอบยานไร้คนขับทางบก (unmanned ground vehicle) รุ่น THeMIS ให้แก่กองทัพประเทศยูเครน (Ukraine)
ด้านหน่วยงานความมั่นคงภายในประเทศเอสโตเนีย (Estonian Internal Security Service) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เหตุลอบวางเพลิงครั้งนี้ "เป็นการกระทำที่เจตนาและมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ โดยได้รับการว่าจ้างสั่งการจากหน่วยงานความมั่นคงของประเทศรัสเซีย (Russia)" พร้อมเสริมด้วยว่า "รูปแบบการก่อเหตุ (modus operandi) ต่อบริษัท Milrem Robotics มีลักษณะสอดคล้องอย่างยิ่งกับการก่อวินาศกรรมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นทั่วทวีปยุโรป (Europe) ในนามของประเทศรัสเซีย" จึงประเมินว่าการโจมตีในครั้งนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสหพันธรัฐรัสเซีย (Russian Federation)
อย่างไรก็ดี ทางฝ่ายกรุงมอสโกได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง โดย นายดมิตรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกทำเนียบเครมลิน (Kremlin) กล่าวตอบโต้ว่า "ข้อกล่าวหาเหล่านั้นไม่มีมูลความจริง ขาดการไตร่ตรอง สะท้อนภาพที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง และไม่ได้มีหลักฐานยืนยันใดๆ ทั้งสิ้น" พร้อมกล่าวเสริมว่า "เราไม่อาจรับฟังหรือถือเอาคำแถลงลักษณะนี้เป็นสาระสำคัญได้ และเราจะไม่ทำเช่นนั้น"
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่และผู้นำฝั่งชาติตะวันตกได้ตั้งข้อกล่าวหากรุงมอสโก (Moscow) อย่างกว้างขวางว่า กำลังเร่งดำเนินแคมเปญก่อวินาศกรรมและสร้างความปั่นป่วนทั่วทั้งภูมิภาค โดยมีเป้าหมายเพื่อบั่นทอนแรงสนับสนุนทางการทหารที่มีต่อประเทศยูเครน (Ukraine) และสร้างความง่อนแง่นสั่นคลอนเสถียรภาพให้กับประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป (Europe)
จากการติดตามและรวบรวมข้อมูลของสำนักข่าวเอเอสโซซิเอเต็ด เพรส (Associated Press: AP) พบว่า มีเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมและการกระทำที่เป็นภัยอันตรายที่ระบุว่าเป็นฝีมือของประเทศรัสเซีย (Russia) เกิดขึ้นแล้วประมาณ 200 เหตุการณ์ทั่วทวีปยุโรป (Europe) นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากการบุกรุกประเทศยูเครน (Ukraine) อย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 โดยพฤติกรรมดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนลอบวางเพลิงคลังสินค้า การปล่อยโดรนก่อกวน ความพยายามลอบสังหารศัตรูในต่างแดน การโจรกรรมเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ ตลอดจนการเปิดศึกโจมตีทางไซเบอร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของยุโรป
นอกจากนี้ ในกรณีล่าสุดที่ตอกย้ำถึงการยกระดับความรุนแรงของปฏิบัติการประเภทนี้ ประเทศเยอรมนี (Germany) ได้กล่าวหาประเทศรัสเซีย (Russia) ว่าอยู่เบื้องหลังความพยายามโจมตีท่าอากาศยานไลป์ซิก/ฮัลเลอ (Leipzig/Halle Airport) เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยใช้โดรนติดบรรจุวัตถุระเบิด
ทางด้าน นายคริสเตน มิชาเอล (Kristen Michael) นายกรัฐมนตรีของประเทศเอสโตเนีย (Estonia) ได้โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์เพื่อตอกย้ำจุดยืนอันแข็งแกร่งของประเทศ โดยระบุอย่างสั้นแต่ทรงพลังว่า "พวกเราจะไม่ยอมถูกข่มขู่"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/world/europe/article/3369227/estonia-blames-russia-arson-attack-company-supplying-vehicles-ukraine?module=around_scmp&pgtype=homepage