.
Thailand
UNCTAD คาดเศรษฐกิจโลกปี 2026 โตชะลอเหลือ 2.6% ท่ามกลางราคาพลังงานพุ่ง–ความไม่มั่นคงทางการเงิน เอเชียขับเคลื่อน 59% ของการเติบโตโลก
10-10-2026
สำนักข่าว China Xinhua News รายงานว่า การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ออกมาเปิดเผยการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดยระบุว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกในปี 2026 จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 2.6% ซึ่งลดลงจากระดับ 2.9% ในปี 2025
ในรายงานการค้าและการพัฒนาประจำปี 2026 (Trade and Development Report 2026) ซึ่งได้รับการเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อังค์ถัด (UNCTAD) ระบุว่า กลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา (Developing Economies) คาดว่าจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 4% ในปีนี้ ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงจากระดับ 4.7% ในปี 2025
สำหรับทิศทางการค้าในปี 2026 รายงานระบุว่า ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังกลายเป็นปัจจัยผลักดันให้มูลค่าการค้าเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ปริมาณการค้าสินค้าและบริการถูกประเมินว่าจะขยายตัวประมาณ 4% ณ ราคาคงที่ (Constant Prices)
เมื่อพิจารณาในมิติลายพื้นที่ รายงานของอังค์ถัด (UNCTAD) ชี้ว่า ภูมิภาคเอเชียจะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจะครองสัดส่วนสูงถึง 59% ของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกทั้งหมดในปี 2026 ขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกจะยังคงดำรงฐานะเป็นหัวใจสำคัญของการขยายตัวอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors) และระบบคอมพิวเตอร์ขั้นสูง (Advanced Computing)
นอกจากนี้ รายงานยังได้เน้นย้ำว่า ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการค้าสินค้าในระดับสากล ทว่าการเติบโตของมูลค่าการค้าที่เกี่ยวเนื่องกับ AI ดังกล่าวนั้น กลับไม่ได้ส่งผลแปลงไปเป็นประโยชน์ทางการพัฒนาในวงกว้างโดยอัตโนมัติ
พร้อมกันนี้ อังค์ถัด (UNCTAD) ได้ออกอุทาหรณ์เตือนว่า ภาวะวิกฤตช็อกด้านพลังงาน (Energy Shock) และความไม่มั่นคงในระบบการเงิน (Financial Instability) กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่ท้าทายเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน
ในบทสรุปเชิงนโยบาย รายงานได้เสนอแนะว่า ภาวะวิกฤตช็อกด้านพลังงานตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการกระจายแหล่งจัดหาพลังงานให้มีความหลากหลาย ทั้งนี้ การมุ่งแก้ไขปัญหาคอขวดด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทานจะมีประสิทธิผลในการรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากฝั่งอุปทาน (Supply-driven Inflation) ได้ดียิ่งกว่าการหันไปใช้นโยบายการเงินและการคลังที่เข้มงวดในวงกว้าง (Broad Monetary and Fiscal Tightening)
----
IMCT NEWS
ที่มา https://english.news.cn/20261009/433840fddfa54648b6888075d35acdd2/c.html
© Copyright 2020, All Rights Reserved