.
สหรัฐฯ สกัดจีนที่ปานามา แต่จีนรุกต่อทั่วโลก! ทุ่ม $8 แสนล้าน ปักหมุดท่าเรือโลก 363 แห่ง แก้เกมสหรัฐฯ ตัดขาดห่วงโซ่การค้า-ความมั่นคง
7-3-2026
SCMP รายงานว่า แม้ว่าบริษัทสัญชาติฮ่องกงจะสูญเสียการควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างคลองปานามาไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่รายงานวิจัยล่าสุดระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งยังคงเดินหน้าอัดฉีดงบประมาณมหาศาลเพื่อยึดหัวหาดท่าเรือพาณิชย์ทั่วโลก เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงทางการค้าและรับมือกับการเผชิญหน้าทางเศรษฐกิจกับชาติตะวันตก
สถิติการลงทุนที่ครอบคลุมทั่วโลก
ผลการศึกษาจาก AidData ห้องปฏิบัติการวิจัยจากมหาวิทยาลัย William & Mary ในสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา สถาบันการเงินและหน่วยงานของรัฐบาลจีนได้สนับสนุนเงินทุนรวมกว่า 2.39 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.6 แสนล้านบาท) ในโครงการท่าเรือและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 363 แห่ง ที่น่าสนใจคือ งบประมาณกว่าร้อยละ 45.1 ถูกจัดสรรไปยังท่าเรือ 30 แห่งในกลุ่มประเทศ "รายได้สูง" 20 ประเทศ ซึ่งรวมถึง ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สเปน, สิงคโปร์ และบรูไน โดยรูปแบบการลงทุนในประเทศกลุ่มนี้มักอยู่ในลักษณะการให้กู้ยืม การเสริมสภาพคล่อง หรือการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) เนื่องจากประเทศเหล่านี้มักไม่นิยมให้บริษัทจีนเข้ามาดำเนินโครงการก่อสร้างทั้งหมดแบบครบวงจรเหมือนในประเทศกำลังพัฒนา
ยุทธศาสตร์คานอำนาจและแก้เกม Decoupling
รายงานชื่อ "Anchoring Global Ambitions, Beijing’s Ports Financing and the Race for Maritime Dominance" ระบุว่า การที่จีนมีอิทธิพลอยู่ในท่าเรือหลักๆ ทั่วโลกเกือบทุกแห่ง ทำให้สหรัฐฯ ไม่สามารถตัดขาดตัวเองออกจากห่วงโซ่อุปทานของจีนได้โดยง่าย ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะปกติหรือสภาวะขัดแย้ง
การลงทุนนี้เปรียบเสมือน "เกราะป้องกัน" ต่อกระแสการแยกตัวทางเศรษฐกิจ (Decoupling) ระหว่างตะวันออกและตะวันตกที่รุนแรงขึ้นในปี 2025 โดยเฉพาะหลังจากที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เริ่มกดดันให้มีการถอดถอนบริษัทจีนออกจากตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ
จุดยุทธศาสตร์สำคัญและการเชื่อมโยงทรัพยากร
จากการตรวจสอบพบว่า ท่าเรือที่ได้รับเงินทุนสูงสุดประกอบด้วย:
ท่าเรือนานาชาติแฮมบันโตตา (ศรีลังกา): 1.97 พันล้านดอลลาร์
ท่าเรือไฮฟา (อิสราเอล): 1.13 พันล้านดอลลาร์
ท่าเรือเมลเบิร์นและนิวคาสเซิล (ออสเตรเลีย)
ท่าเรือกริบี (แคเมอรูน)
นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ของจีนยังมุ่งเน้นการเชื่อมโยงท่าเรือเข้ากับแหล่งทรัพยากรที่จีนเข้าไปลงทุนเหมืองแร่ไว้ โดยพบว่ามีเหมืองที่จีนให้ทุนสนับสนุนถึง 22 แห่ง ตั้งอยู่ในรัศมีไม่เกิน 500 กิโลเมตรจากท่าเรือที่จีนลงทุน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ท่าเรือชางไก (Chancay) ในเปรู มูลค่า 3.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเปิดตัวในปี 2024 เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกทองแดงกลับไปยังจีน
ความเคลื่อนไหวในคลองปานามา
ความพยายามของจีนถูกสกัดกั้นในบางจุด โดยเฉพาะเมื่อศาลสูงสุดของปานามาตัดสินให้สัมปทานของบริษัทในเครือ CK Hutchison (กลุ่มบริษัทจากฮ่องกง) เป็นโมฆะ ส่งผลให้ปานามาเข้าควบคุมท่าเรือบริเวณปากทางเข้าคลองปานามาทั้งสองฝั่ง ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าเป็นชัยชนะในการลดทอนอิทธิพลของจีนตามนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยมองว่าการลงทุนที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลกของจีนจะช่วยให้เรือสินค้าของจีนยังคงสามารถเคลื่อนไหวและทำการค้าผ่านพอร์ตใน "ประเทศที่สาม" ได้ หากเกิดวิกฤตการณ์ห่วงโซ่อุปทานระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตกในอนาคต
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/economy/china-economy/article/3345361/panama-out-study-says-china-investing-us239-billion-worlds-seaports?module=top_story&pgtype=homepage