.
โดรนสายลับปริศนาป่วน “ฐานหัวรบนิวเคลียร์” สหรัฐฯ เผยจุดอ่อนฐานทัพไร้ระบบป้องกันภัยทางอากาศ
30-4-2026
Asia Times รายงานว่า เหตุการณ์โดรนปริศนาบุกรุกพื้นที่ทางทหารของสหรัฐอเมริกา (US) กำลังกลายเป็นประเด็นอื้อฉาวด้านความมั่นคงระดับชาติ หลังมีการตรวจพบโดรนสมรรถนะสูงทำการบินสอดแนมเหนือฐานทัพอากาศบาร์กสเดล (Barksdale Air Force Base) ในรัฐลุยเซียนา ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งสำคัญของเครื่องบินทิ้งระเบิดเชิงยุทธศาสตร์ที่บรรทุกหัวรบนิวเคลียร์
ลำดับเหตุการณ์การบุกรุก
เมื่อคืนวันที่ 8 มีนาคม โดรนเพดานบินสูงหนึ่งลำได้บินข้ามเขตป้องกันของฐานทัพบาร์กสเดลก่อนจะหายไป ต่อมาในวันที่ 9 มีนาคม ระหว่างเวลา 03.00 น. ถึง 07.00 น. มีโดรนปรากฏขึ้นอีก 12-15 ลำ บินเข้ามาเป็น "ระลอก" และวนเวียนอยู่เหนือพื้นที่ทางวิ่ง (Flight line) นานถึง 4 ชั่วโมง โดยเปิดไฟแสดงตัวชัดเจน ส่งผลให้การปฏิบัติการทางอากาศและการบรรทุกอาวุธทั้งหมดต้องหยุดชะงัก และบุคลากรได้รับคำสั่งให้อยู่ในที่ตั้ง
ระหว่างวันที่ 10-13 มีนาคม พบกลุ่มโดรนขนาดเล็ก (3-5 ลำ) ปรากฏขึ้นเป็นระยะในช่วงดึก โดยบินในรูปแบบ "สนามแข่ง" (Racetrack) รอบแนวเขตทางเหนือและใต้ของฐานทัพ จนกระทั่งวันที่ 15 มีนาคม มีการตรวจพบกลุ่มโดรนบินด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าไปยังฝั่งเมืองบอสเซียร์ (Bossier City) ก่อนจะหายไปจากจอเรดาร์
ปริศนาด้านเทคโนโลยีและการล้มเหลวของเครื่องรบกวนสัญญาณ
พยานผู้พบเห็นระบุว่าโดรนบินอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,000 ฟุต แม้จะมีการตรวจการณ์และบันทึกภาพไว้แต่กลับไม่มีการเปิดเผยภาพต่อสาธารณะ สิ่งที่น่ากังวลคือเครื่องรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์แบบพกพา (Electronic Jammers) ที่เจ้าหน้าที่ฐานทัพใช้งานกลับล้มเหลวในการสกัดกั้น ซึ่งบ่งชี้ว่าโดรนเหล่านี้อาจใช้เทคโนโลยี "การกระโดดความถี่" (Frequency-hopping) และการเข้ารหัสขั้นสูง หรืออาจเป็นโดรนอัตโนมัติ (Autonomous) ที่ไม่พึ่งพาสัญญาณควบคุมจากระยะไกล แต่ใช้การจดจำภูมิประเทศและเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม เช่น Starlink
ยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมหัวรบนิวเคลียร์ (Nuclear Triad) ที่สั่นคลอน
ฐานทัพบาร์กสเดลเป็นที่ตั้งของฝูงบินทิ้งระเบิด B-52H ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ "สามเหลี่ยมหัวรบนิวเคลียร์" ของสหรัฐฯ ที่ประกอบด้วยขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM), ขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ (SLBM) และเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ โดยเครื่อง B-52 สามารถบรรทุกได้ทั้งอาวุธนิวเคลียร์ เช่น ขีปนาวุธร่อน AGM-86B ALCM และอาวุธตามแบบปกติ
นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าการบุกรุกครั้งนี้อาจมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบว่ามีการเคลื่อนย้ายหรือติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์เพื่อเตรียมพร้อมส่งไปยังอิหร่าน (Iran) หรือไม่ เนื่องจากปานามาสเดลกำลังถูกใช้เป็นพื้นที่จัดเก็บอาวุธนิวเคลียร์หลักแทนฐานทัพอากาศไมน็อต (Minot AFB) ในรัฐนอร์ทดาโคตา
ข้อสันนิษฐานและเบาะแสที่เชื่อมโยงถึงจีน
มีความเป็นไปได้สูงว่าเหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างเข้มข้นจากจีน (China) ในการรวบรวมข่าวกรองเพื่อลดทอนขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ โดยมีหลักฐานการจับกุมจารชนชาวจีนในอดีต เช่น:
เมษายน 2026: นายเถียนรุ่ย เหลียง (Tianrui Liang) นักศึกษาจีนวัย 21 ปี ถูกจับกุมขณะพยายามหนีออกนอกประเทศ หลังใช้เลนส์ทางไกลแอบถ่ายภาพฐานทัพอากาศออฟฟัตต์ (Offutt AFB) ซึ่งเป็นกองบัญชาการยุทธศาสตร์สหรัฐฯ (STRATCOM)
เหตุการณ์บอลลูนสปาย (2023): บอลลูนจากจีนบินผ่านฐานทัพมัลม์สตรอม (Malmstrom AFB) ที่ดูแลขีปนาวุธ Minuteman III ก่อนจะถูกยิงตก
วิกฤตความมั่นคงที่รัฐบาลพยายามปิดบัง
การที่โดรนสามารถบินวนเวียนเหนือจุดยุทธศาสตร์ที่เปราะบางที่สุดได้โดยไม่ถูกยิงตกหรือถูกยึด ถือเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ด้านการป้องกันประเทศ รายงานระบุว่าฐานทัพนิวเคลียร์และศูนย์บัญชาการของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศ ทำให้ตกเป็นเป้าหมายที่ง่ายดาย (Sitting ducks) ท่ามกลางรายงานการพบฝูงโดรนเหนือไซโลขีปนาวุธในหลายรัฐในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีทีมปฏิบัติการโดรนต่างชาติแฝงตัวอยู่บนแผ่นดินสหรัฐฯ หรือพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเป็นความลับ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://asiatimes.com/2026/04/spy-drones-are-compromising-americas-nuclear-triad/