ฮ่องกงผงาดบริหารความมั่งคั่งDeutsche Bankรุกหนัก
ฮ่องกงผงาดฮับบริหารความมั่งคั่ง Deutsche Bank รุกหนัก รับเทรนด์เศรษฐีเอเชียแห่ทิ้งสินทรัพย์สหรัฐฯ มุ่งกระจายการลงทุนสู่ยุโรป
12-3-2026
SCMP รายงานว่า ธนาคารดอยซ์แบงก์ (Deutsche Bank) ฝ่ายธุรกิจธนาคารเพื่อความมั่งคั่ง (Private Bank) เปิดเผยว่า ฮ่องกง (Hong Kong) กำลังกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับมหาเศรษฐีในภูมิภาคเอเชียที่ต้องการปรับลดการถือครองสินทรัพย์ในประเทศสหรัฐฯ (US) พร้อมเร่งขยายธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการกระจายความเสี่ยงของกลุ่มนักลงทุนระดับสูง
นายเคลาดิโอ เดอ ซานติส (Claudio de Sanctis) สมาชิกคณะกรรมการบริหารและหัวหน้าฝ่ายธุรกิจ Private Bank ของ Deutsche Bank ระบุว่า นักลงทุนผู้มั่งคั่งจากจีนแผ่นดินใหญ่ (Mainland China) ฮ่องกง (Hong Kong) ไต้หวัน (Taiwan) และฟิลิปปินส์ (Philippines) ซึ่งธนาคารจัดอยู่ในกลุ่มตลาด "เอเชียเหนือ" (North Asia) เริ่มมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสัดส่วนการลงทุนที่หนักไปทางสินทรัพย์สหรัฐฯ และกำลังพิจารณาโอกาสการลงทุนในยุโรป (Europe) อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น
การเปลี่ยนแปลงในการจัดสรรสินทรัพย์ครั้งนี้สร้างโอกาสการเติบโตให้กับธุรกิจธนาคารเพื่อความมั่งคั่งของ Deutsche Bank โดยเฉพาะในฮ่องกง ซึ่งนายเคลาดิโอ เดอ ซานติส (Claudio de Sanctis) อธิบายว่าเป็นศูนย์กลางการบริหารความมั่งคั่งที่มีพลวัตสูงสุดในภูมิภาค โดยเขากล่าวในการสัมภาษณ์กับ South China Morning Post ว่า "ฮ่องกงอยู่ในตำแหน่งผู้นำในด้านการลงทุนอย่างชัดเจน และมีแรงขับเคลื่อนที่น่าตื่นเต้นที่สุด"
ทั้งนี้ Deutsche Bank วางแผนที่จะจ้างพนักงานใหม่ 250 ตำแหน่งทั่วโลกภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยสัดส่วนหลักจะอยู่ที่ฮ่องกงและตลาดเอเชียเหนืออื่นๆ ซึ่งจะเพิ่มจำนวนพนักงานส่วนหน้า (Front-office) ในตลาดเกิดใหม่ขึ้นประมาณ 50% นอกจากนี้ ธนาคารยังตั้งเป้าการเติบโตของรายได้เป็นตัวเลขสองหลัก โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับสูงเป็นพิเศษ (Ultra-high-net-worth) และกลุ่มสำนักงานครอบครัว (Family Office)
ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาของฝ่าย Private Bank ภายใต้การบริหารของ Deutsche Bank มียอดสินทรัพย์ภายใต้การจัดการรวม 6.85 แสนล้านยูโร (7.958 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) และรายงานกำไรก่อนภาษีที่ 2.3 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 95% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ภาพรวมของธนาคารเยอรมันแห่งนี้รายงานกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.1 พันล้านยูโรในปี 2025 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจวาณิชธนกิจระดับโลก (Global Investment Banking)
ฮ่องกงยังคงได้รับความสนใจในฐานะศูนย์กลางบริหารความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีระดับโลก โดยรายงานจาก Deloitte เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ระบุว่า จำนวน Single-family offices ในเมืองเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 3,400 แห่ง หรือเพิ่มขึ้น 25% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งครอบคลุมลูกค้าจากทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ ยุโรป เอเชียแปซิฟิก สหรัฐฯ และตะวันออกกลาง
ทางด้านรัฐบาลฮ่องกงได้เร่งเสริมความแข็งแกร่งในด้านนี้ โดยนายพอล ชาน โม-โป (Paul Chan Mo-po) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุในสุนทรพจน์งบประมาณเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ว่า จะมีการขยายขอบเขตของกองทุนและประเภทสินทรัพย์ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อดึงดูด Family Office เพิ่มเติมอีก 220 แห่งภายในปี 2028
ในขณะที่ความเชื่อมั่นในฮ่องกงเติบโตขึ้น Deutsche Bank ได้ทำหน้าที่เชื่อมโยง Family Office และมหาเศรษฐีชาวเอเชียเข้ากับผู้ประกอบการในยุโรปที่ต้องการพันธมิตรด้านการลงทุน ซึ่งสะท้อนผ่านกระแสการเข้าซื้อกิจการในยุโรปโดยบริษัทจีนในปีที่ผ่านมา อาทิ บริษัท JD com ที่ตกลงเข้าซื้อกิจการ Ceconomy ผู้ค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ของเยอรมนีในวงเงิน 2.2 พันล้านยูโร และบริษัท Midea ที่เสร็จสิ้นการซื้อกิจการ Teka คู่แข่งในเยอรมนีเมื่อเดือนเมษายน
นายเคลาดิโอ เดอ ซานติส (Claudio de Sanctis) เชื่อว่าการมีฐานธุรกิจที่ยาวนานในยุโรปเป็นข้อได้เปรียบเหนือคู่แข่งรายอื่น โดยเขาทิ้งท้ายว่า "Family Office รุ่นใหม่ในเอเชียมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก โดยเฉพาะในฮ่องกง และลูกค้าชาวจีนยังคงชอบสภาพคล่อง รวมถึงผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตลาดจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงเริ่มฟื้นตัว"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/business/banking-finance/article/3346035/deutsche-bank-bets-hong-kong-wealth-boom-asian-billionaires-look-beyond-us-assets?module=top_story&pgtype=homepage