.
“ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์” 2 ประเทศนี้มีโอกาสรอดสูงกว่าชาติอื่น หากเกิด 'สงครามนิวเคลียร์' นักวิชาการชี้มี 7 ปัจจัยหนุน
29-4-2026
World Update เผยแพร่ข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า รายงานเชิงวิเคราะห์ด้านความมั่นคงและวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมชุดล่าสุด ชี้ว่าในกรณีเกิดสงครามนิวเคลียร์ระดับโลก ประเทศส่วนใหญ่บนโลกจะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง แต่มีบางการประเมินมองว่าออสเตรเลีย (Australia) และนิวซีแลนด์ (New Zealand) อาจมี “โอกาสอยู่รอดในระดับที่ดีกว่าประเทศอื่น” โดยเฉพาะในแง่การรักษาโครงสร้างพื้นฐานพื้นฐานและความมั่นคงทางอาหาร
จากการวิเคราะห์และรายงานด้านความมั่นคงระดับโลกมีการระบุว่า หากเกิดสงครามนิวเคลียร์เต็มรูปแบบ (Full Nuclear War) ประเทศมหาอำนาจและกลุ่มประเทศขนาดใหญ่อย่าง อินเดีย (India), จีน (China), รัสเซีย (Russia) และสหรัฐฯ (US) จะถูกทำลายล้างโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม มีเพียง 2 ประเทศบนโลกเท่านั้นที่ถูกประเมินว่ามีขีดความสามารถในการอยู่รอดและรักษาโครงสร้างทางสังคมไว้ได้ ได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย (Australia) และประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand)
จากการตรวจสอบเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์ มีปัจจัยสำคัญ 7 ประการที่สนับสนุนให้ออสเตรเลีย (Australia) และนิวซีแลนด์ (New Zealand) เป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงไม่กี่แห่งในโลกหากเกิดสภาวะ "ฤดูหนาวนิวเคลียร์" (Nuclear Winter) ดังนี้:
ทำเลที่ตั้งยุทธศาสตร์ในซีกโลกใต้ (Southern Hemisphere): ตั้งอยู่ห่างไกลจากเป้าหมายหลักของการโจมตีทางยุทธศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในซีกโลกเหนือ
ปรากฏการณ์มหาสมุทรกันชน (Ocean Buffering): สภาพภูมิศาสตร์ที่ถูกล้อมรอบด้วยมหาสมุทรช่วยบรรเทาผลกระทบจากอุณหภูมิที่ลดลงอย่างสุดขั้ว (Extreme Cooling) หลังการระเบิดของนิวเคลียร์ได้ดีกว่าพื้นที่ในแผ่นดินใหญ่
ความมั่นคงทางอาหารระดับสูง (Massive Food Surplus): ทั้งสองประเทศมีขีดความสามารถในการผลิตอาหารเกินความต้องการในประเทศอย่างมาก โดยสามารถรองรับการเลี้ยงดูประชากรเพิ่มขึ้นได้อีกหลายสิบล้านคนแม้ในยามวิกฤต
โครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็ง (Strong Infrastructure): มีระบบสาธารณูปโภคและโครงข่ายพื้นฐานที่แข็งแกร่ง สามารถรองรับการจัดการในภาวะฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การพึ่งพาตนเองและพลังงานสำรอง (Energy Self-sufficiency/Surplus): มีแหล่งทรัพยากรพลังงานที่เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศและมีศักยภาพในการสำรองเชิงกลยุทธ์
ระบบความมั่นคงทางสาธารณสุข (High Health Security): มีระบบการแพทย์และการจัดการด้านสาธารณสุขในระดับสากล สามารถรับมือกับวิกฤตสุขภาพที่ซับซ้อนได้
ศักยภาพด้านการป้องกันและความเสี่ยงต่ำ (Defence Capability & Lower Targeting Risk): มีขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศที่พร้อมเพลิง ประกอบกับมีความเสี่ยงต่ำในการตกเป็นเป้าหมายทางยุทธศาสตร์นิวเคลียร์เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น
งานศึกษาบางส่วนยังระบุว่า หากเกิดสงครามนิวเคลียร์เต็มรูปแบบจริง ซีกโลกเหนือจะเผชิญความหนาวเย็นสุดขั้ว ความมืดจากหมอกควัน และวิกฤตการณ์อดอยากรุนแรง ขณะที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์แม้จะได้รับผลกระทบหนัก เช่น อุณหภูมิลดลง ผลผลิตทางการเกษตรหดตัว และห่วงโซ่อุปทานโลกหยุดชะงัก แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะรักษาการทำงานของรัฐ เศรษฐกิจ และโครงสร้างสังคมพื้นฐานบางส่วนไว้ได้ และอาจสามารถรับผู้ลี้ภัยจากภูมิภาคอื่นได้ในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ดี นักวิชาการเตือนว่า ภาพ “ที่หลบภัยปลอดภัย” เป็นเพียงข้อได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่สวรรค์หรือเขตปลอดวิกฤต เพราะทั้งสองประเทศเองก็จะเผชิญปัญหาการล้มเหลวของพืชผล ความหนาวเย็นผิดฤดูกาล ฝนกรด ความปั่นป่วนจากการไหลบ่าของผู้ลี้ภัย และการตึงเครียดทางการเมืองภายในอย่างรุนแรง สุดท้ายแล้ว สงครามนิวเคลียร์ “ไม่มีผู้ชนะตัวจริง” และบทเรียนสำคัญที่งานศึกษาทั้งหมดพยายามสะท้อนคือ การป้องกันไม่ให้ “ปุ่มถูกกด” คือแผนเอาชีวิตรอดเพียงแบบเดียวที่แท้จริงของมนุษยชาติ
รายงานฉบับนี้สะท้อนให้เห็นว่าในสภาวะวิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์ขั้นสูงสุด ความได้เปรียบทางทรัพยากรและตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อการดำรงอยู่ของอารยธรรมมนุษย์
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/itswpceo/status/2048906433698140437?s=20