ศึกไต้หวันลามอเมริกาใต้ ปักกิ่งวิจารณ์ปารากวัย
ศึกไต้หวันลามอเมริกาใต้ ปักกิ่งวิจารณ์ปารากวัยยอมเป็นหมากในกระดานระหว่างจีน–ไต้หวัน หลัง ปธน.ปารากวัยเยือนไทเป
14-5-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า รัฐบาลจีนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประเทศปารากวัย (Paraguay) อย่างรุนแรงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากประธานาธิบดีซานติอาโก เปญญา (Santiago Pena) เสร็จสิ้นการเดินทางเยือนไต้หวัน (Taiwan) เป็นเวลา 4 วัน โดยปักกิ่งตราหน้าผู้นำปารากวัยว่าเป็นเพียง "หมาก" ที่เต็มใจรับใช้ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบนเกาะที่ปกครองตนเองแห่งนี้ ซึ่งจีนอ้างสิทธิ์ว่าเป็นดินแดนของตน
นายกัว จี้คุน (Guo Jiakun) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีน "คัดค้านและขอประณามอย่างรุนแรง" ต่อการเดินทางดังกล่าว พร้อมกระตุ้นให้รัฐบาลกรุงอาซุนซิออน (Asuncion) "เปลี่ยนทิศทางโดยเร็ว" และหันมายอมรับหลักการจีนเดียว (One-China Principle)
"กงล้อแห่งประวัติศาสตร์ไม่เคยรอใคร การปฏิเสธหลักการจีนเดียวจะรังแต่จะทำให้ตนเองถูกโดดเดี่ยวจากประชาคมโลก" นายกัว (Guo) กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวประจำวัน
นอกจากนี้ นายกัว (Guo) ยังได้อ้างถึงผลสำรวจความคิดเห็นที่ระบุว่า ชาวปารากวัยเกือบ 90% สนับสนุนการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับปักกิ่ง โดยกล่าวว่านี่คือข้อพิสูจน์ว่า "การสมรู้ร่วมคิดกับทางการไต้หวันนั้นไม่ได้รับการสนับสนุน" พร้อมทั้งตั้งคำถามว่าการเยือนครั้งนี้ทำเพื่อประโยชน์ของสาธารณชนปารากวัย หรือมี "แรงจูงใจแอบแฝงอื่นใด"
วาทะที่ดุเดือดนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ มีกำหนดเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันพุธถึงวันศุกร์นี้ ซึ่งถือเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของเขาในรอบ 9 ปี โดยคาดว่าประเด็นไต้หวันจะเป็นหนึ่งในวาระที่ตึงเครียดที่สุดในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาจะหารือเรื่องการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้กับเกาะไต้หวันกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) โดยระบุว่า "ประธานาธิบดีสี (Xi) ไม่อยากให้เราทำเช่นนั้น และผมจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การหารือ"
ประธานาธิบดีเปญญา (Pena) ได้เดินทางเยือนกรุงไทเป (Taipei) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมนำคณะตัวแทนภาคธุรกิจจากภาคการเกษตรและการเงิน โดยได้รับการต้อนรับด้วยพิธีสวนสนามเกียรติยศจาก วิลเลียม ไล ชิงเต๋อ (William Lai Ching-te) ผู้นำไต้หวัน เมื่อวันศุกร์ และทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือหลายด้าน ในระหว่างการเยือน เปญญา (Pena) กล่าวว่าประชาคมโลกควรยอมรับไต้หวัน และไทเปไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี โดยเขาระบุว่าความสัมพันธ์นี้สร้างขึ้นบนค่านิยมประชาธิปไตยและเสรีภาพทางการเมืองร่วมกัน
ปัจจุบัน ปารากวัยเป็นประเทศเดียวในอเมริกาใต้ และเป็นหนึ่งใน 12 ประเทศทั่วโลกที่ให้การรับรองสถานะของไต้หวันอย่างเป็นทางการ ประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลซึ่งมีประชากรประมาณ 7 ล้านคนแห่งนี้ ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทเปในปี 1957 ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการทหารของ อัลเฟรโด สโตรสเนอร์ (Alfredo Stroessner) ผู้ต่อต้านคอมมิวนิสต์ตัวยง ส่วนตัวเปญญา (Pena) เองซึ่งเคยศึกษาในไต้หวัน ก็เป็นหนึ่งในผู้ปกป้องความสัมพันธ์นี้อย่างแข็งขันที่สุด โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว เขาได้กล่าวในเวทีธุรกิจที่อาซุนซิออน (Asuncion) ว่าประเทศของเขาจะ "ยืนหยัดเคียงข้างไต้หวันอย่างมั่นคง" และพร้อมจะปกป้องพันธมิตรที่มีมายาวนาน 68 ปีนี้ "ด้วยสรรพกำลังที่มีและด้วยเสียงที่ดังชัดเจน" โดยระบุว่ารากฐานความสัมพันธ์มาจากนโยบายต่างประเทศที่มีอธิปไตยและหลักการประชาธิปไตย มากกว่าเรื่องเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา มี 10 ประเทศที่เปลี่ยนใจหันไปรับรองปักกิ่งแทนไทเป รวมถึงฮอนดูรัส (Honduras), นิการากัว (Nicaragua), ปานามา (Panama), เอลซัลวาดอร์ (El Salvador), สาธารณรัฐโดมินิกัน (Dominican Republic) และประเทศเกาะในแปซิฟิกอย่างนาอูรู (Nauru) ซึ่งภายใต้หลักการจีนเดียวนั้น ปักกิ่งจะไม่รักษาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับประเทศที่ยังมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน
กระนั้น แรงกดดันทางเศรษฐกิจให้หันไปหาปักกิ่งเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นในปารากวัยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้เลี้ยงปศุสัตว์และผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ร้องเรียนมาโดยตลอดว่า การรักษาสัมพันธ์กับไต้หวันทำให้พวกเขาถูกกีดกันออกจากตลาดจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อเนื้อวัวและถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยในปี 2020 สมาคมผู้ผลิตเนื้อวัวและเจ้าของที่ดินชนบทในปารากวัยได้ออกมาเรียกร้องให้เปิดความสัมพันธ์กับจีนอย่างเป็นทางการ โดยนิยามว่าเป็น "เส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจ"
ความตึงเครียดนี้ปะทุขึ้นสู่การเผชิญหน้าอย่างเปิดเผยในเดือนธันวาคม 2024 เมื่อปารากวัยเนรเทศ สวี่ เว่ย (Xu Wei) ทูตระดับสูงของจีนประจำลาตินอเมริกา หลังจากที่เขาปรากฏตัวในรัฐสภา ณ กรุงอาซุนซิออน (Asuncion) และกระตุ้นให้สมาชิกรัฐสภาละทิ้งไต้หวัน โดยกระทรวงการต่างประเทศประกาศให้ สวี่ (Xu) เป็น "บุคคลไม่พึงปรารถนา" (Persona non grata) ฐานแทรกแซงกิจการภายใน และให้เวลา 24 ชั่วโมงในการเดินทางออกจากประเทศ
นอกจากนี้ ปักกิ่งยังถูกกล่าวหาว่าพยายามโจมตีทางไซเบอร์ต่อหน่วยงานรัฐบาลของปารากวัย และพยายามล่อใจสมาชิกรัฐสภาจากพรรครัฐบาลด้วยทริปท่องเที่ยวกรุงปักกิ่ง มีรายงานว่าสมาชิกรัฐสภา 7 คนจากพรรค Colorado ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ได้ถอนตัวจากการเดินทางไปเยือนปักกิ่งในเดือนตุลาคม หลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ขู่ว่าจะเพิกถอนวีซ่าของพวกเขา เหตุการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นว่าจุดยืนของปารากวัยต่อไต้หวันได้ดึงให้ประเทศนี้เข้าใกล้ชิดกับรัฐบาลวอชิงตัน (Washington) มากยิ่งขึ้น
รัฐบาลวอชิงตันมีบทบาทสำคัญในการช่วยประคับประคองความสัมพันธ์ระหว่างอาซุนซิออนและไทเป โดยในการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) ได้ไปเยือน 5 ประเทศในอเมริกากลางและแคริบเบียน เพื่อเตือนรัฐบาลต่างๆ ไม่ให้เข้าหาปักกิ่ง และยกย่องประเทศที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์กับไต้หวัน โดย รูบิโอ (Rubio) ยังยกย่องเปญญา (Pena) ว่าเป็น "พันธมิตรที่เข้มแข็งของอเมริกา" และทั้งสองประเทศเพิ่งลงนามในข้อตกลงเกี่ยวกับแร่ธาตุสำคัญและความร่วมมือทางทหาร
ทั้งนี้ กฎหมาย TAIPEI Act ที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาคองเกรส (US Congress) และลงนามบังคับใช้ในปี 2020 ยังให้อำนาจรัฐบาลสหรัฐฯ ในการพิจารณาลดระดับความสัมพันธ์กับประเทศที่เปลี่ยนไปรับรองปักกิ่ง ขณะที่ทางด้านไต้หวันเองก็ได้ตอบโต้ความพยายามของปักกิ่งด้วยมาตรการจูงใจของตนเอง เช่น การให้เงินกู้แก่ปารากวัยจำนวน 200 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยทางสังคม, บริจาคเงิน 20 ล้านดอลลาร์สำหรับโรงพยาบาลแห่งใหม่ และมอบทุนการศึกษามากกว่า 800 ทุนแก่เยาวชนปารากวัย
ประธานาธิบดีเปญญา (Pena) แย้งว่าประเทศในลาตินอเมริกาที่หันไปหาปักกิ่งเพื่อหวังผลกำไรระยะสั้นในที่สุดก็ต้อง "เสียใจกับการตัดสินใจนั้น" ก่อนการเดินทางเยือนไต้หวันครั้งนี้ เขาได้กล่าวกับกระทรวงการต่างประเทศของไต้หวันว่า การเยือนมีเป้าหมายเพื่อ "แสดงให้โลกเห็นว่าประเทศเล็กๆ ก็มีความสามารถที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวแสดงระดับแนวหน้าของโลกได้เช่นกัน"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/diplomacy/article/3353335/beijing-calls-paraguay-leaders-willing-chess-pieces-after-disputed-taiwan-trip?module=top_story&pgtype=section