.
IMF เตือนยุคทอง AI สร้างความมั่งคั่ง แต่เสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่ จากราคาชิปแพงและกำลังซื้อที่แรงขึ้น
30-6-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า กระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ไม่เพียงจากต้นทุนชิปและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่แพงขึ้นเท่านั้น แต่ยังจากผลกระทบด้านความมั่งคั่งที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าตนเองรวยขึ้นและพร้อมใช้จ่ายมากขึ้นด้วย
ปิแอร์-โอลิวิเยร์ กูรินชาส์ (Pierre-Olivier Gourinchas) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) หรือ IMF ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg News) ที่กรุงวอชิงตัน (Washington) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเงินเฟ้อในรูปแบบใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่การผลักดันต้นทุนชิปให้สูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่รู้สึกมั่งคั่งขึ้นและพร้อมที่จะใช้จ่ายมากขึ้นด้วย
กูรินชาส์ระบุว่า กระแสการลงทุนใน AI กำลังสร้าง "มูลค่ามหาศาล" ให้กับบริษัทในตลาดหุ้นของประเทศสหรัฐฯ (US) รวมถึงประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ผลกระทบด้านความมั่งคั่ง (Wealth effect) ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคาสินค้า ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลให้บัญชีเงินเกษียณและพอร์ตการลงทุนขยายตัว ทำให้ผู้บริโภครู้สึกร่ำรวยขึ้นและเต็มใจใช้จ่ายมากขึ้นกับสินค้ามูลค่าสูง เช่น การท่องเที่ยว บ้าน และสินค้าฟุ่มเฟือยอื่นๆ โดยกูรินชาส์เน้นย้ำว่าแรงกดดันด้านอุปสงค์เหล่านี้คือตัวการที่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ
หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF ชี้ว่า ผลกระทบจาก AI มีช่องทางที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อ 2 ด้านที่สอดประสานกัน คือ ด้านคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน และด้านอุปสงค์ ซึ่งทั้งสองปัจจัยต่างมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ ผลกระทบจาก AI ยังซ้ำเติมภาวะข้อจำกัดด้านอุปทานที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อของผู้บริโภคอยู่เดิม ตัวอย่างเช่น บริษัท แอปเปิล (Apple Inc.) ได้ประกาศขึ้นราคาสินค้าหลายประเภทโดยอ้างถึงต้นทุนหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่พุ่งสูงขึ้นจากความต้องการของศูนย์ข้อมูล (Data centers) ขณะที่บริษัท ไมโครซอฟท์ (Microsoft Corp.) ก็ได้ประกาศขึ้นราคาเครื่องเล่นเกม Xbox อีกครั้งเช่นกัน
สำหรับสถานการณ์เงินเฟ้อในปัจจุบันถือเป็นประเด็นที่กูรินชาส์ให้ความสำคัญมาตลอดในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ซึ่งเขาเตรียมจะอำลาตำแหน่งในสัปดาห์หน้าเพื่อกลับไปเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) โดยเขาย้ำว่าครัวเรือนมีความอ่อนไหวต่อราคามากขึ้นหลังจากผ่านช่วงวิกฤตค่าครองชีพมาหลายปีว่า "ทุกคนยังมีความจำที่สดใหม่เกี่ยวกับเรื่องนี้"
นอกจากผลกระทบจาก AI แล้ว กูรินชาส์ยังแสดงความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในอีก 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความไม่แน่นอนของอุปทานพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในประเทศอิหร่าน (Iran) และปัญหาทางการคลังของหลายประเทศที่ต้องเผชิญกับระดับหนี้สาธารณะที่สูง ควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น โดยเขาทิ้งท้ายว่า "ความต้องการในการเพิ่มรายได้ของรัฐบาลหลายแห่งนั้นแทบจะเป็นศูนย์ ดังนั้นคำถามคือคุณจะแก้สมการทางการคลังนี้อย่างไร"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-26/beyond-chips-imf-sees-ai-wealth-boom-adding-to-inflation-risks?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy