.
จะขาย 'ทองคำ' เมื่อไหร่ให้ไม่พลาด?
12-2-2026
Money Metals รายงานว่า ทองคำพุ่งสร้างสถิติใหม่! นักวิเคราะห์ย้ำ: ขายเพื่อใช้จ่ายนั้นทำได้ แต่ขายเพื่อฝากแบงก์คือ "หายนะทางการเงิน" ในสภาวะที่ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง คำถามที่ค้างคาใจนักลงทุนจำนวนมากคือ "ควรขายทำกำไรตอนนี้หรือถือต่อไป?" ในรายการพอดคาสต์ Midweek Memo โดย Mike ได้หยิบยกประเด็นนี้มาวิเคราะห์อย่างเผ็ดร้อน ผ่านกรณีศึกษาของโรงแรมหรูที่ถึงขั้น "งัดพื้นทองคำ" ออกมาขายเพื่อทำกำไร
บทเรียนจากมาเก๊า: เมื่อความหรูหราถูกเปลี่ยนเป็นสภาพคล่อง
Mike เริ่มต้นด้วยการย้อนความทรงจำวัยเด็กเกี่ยวกับมุกตลกการทากาวซูเปอร์กลูติดเหรียญควอเตอร์ไว้บนพื้น ซึ่งในยุค 1980 เหรียญนั้นมีค่ามากกว่าปัจจุบันมาก (หากเป็นเหรียญที่ผลิตก่อนปี 1965 ซึ่งมีเงินแท้ผสมอยู่ 90% ปัจจุบันจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 14.60 ดอลลาร์สหรัฐ) เรื่องราวนี้เชื่อมโยงอย่างน่าสนใจกับข่าวของโรงแรม Grand Emperor Hotel ในมาเก๊า (Macau) เขตบริหารพิเศษของจีน
โรงแรมแห่งนี้เปิดตัวในปี 2006 และมีชื่อเสียงจาก "ทางเดินทองคำ" (Golden Pathway) ที่ฝังแท่งทองคำน้ำหนักแท่งละ 1 กิโลกรัมไว้ใต้พื้นกระจก ล่าสุดบริษัทแม่ของโรงแรมประกาศว่าได้งัดทองคำจำนวน 79 กิโลกรัมออกมาขายให้กับโรงสกัดทองคำ และรับเงินสดกลับมามูลค่า 12.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (US) โดยระบุว่าเพื่อ "เสริมสร้างสถานะทางการเงินและเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสในการลงทุนที่เหมาะสม"
อย่างไรก็ตาม Mike มีมุมมองที่ต่างออกไป โดยเขาเห็นว่าทองคำนั่นแหละคือ "การลงทุนที่เหมาะสม" ที่สุดอยู่แล้ว และการเปลี่ยนทองคำให้เป็นเงินสกุลท้องถิ่น (Fiat currency) ที่กำลังเสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็วนั้น อาจไม่ใช่การตัดสินใจที่ชาญฉลาดนัก
กับดักของเงินกระดาษ (Fiat Currency)
ประเด็นสำคัญที่ Mike เน้นย้ำคือ "สกุลเงินกระดาษทุกชนิดกำลังถูกทำให้ด้อยค่าลง" แม้เราจะได้ยินเรื่องการลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization) อยู่บ่อยครั้ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกสกุลเงินบนโลกกำลังมีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับทองคำ
"มันไม่ใช่ว่าทองคำแพงขึ้น แต่เป็นเพราะสกุลเงินกระดาษที่เราใช้กำหนดราคาทองคำต่างหากที่กำลังสูญเสียอำนาจซื้อ" Mike อธิบาย พร้อมเสริมว่านี่คือเหตุผลที่ธนาคารกลางทั่วโลกต่างเร่งเพิ่มปริมาณทองคำสำรอง เพราะทองคำคือ "เงินที่แท้จริง" (Real Money) เพียงหนึ่งเดียวที่มีความเสถียร
เขาเปรียบเปรยอย่างสุดโต่งว่า การขายทองคำเพื่อถือเงินดอลลาร์หรือสกุลเงินอื่นในระยะยาว ก็ไม่ต่างจากการขายเงินดอลลาร์เพื่อไปถือเงินสกุลโบลิวาร์ของเวเนซุเอลา (Venezuela) ซึ่งเราต่างรู้ดีว่าอำนาจซื้อของมันจะลดฮวบลงในวันพรุ่งนี้
นโยบายรัฐบาล: หุมเหวแห่งหนี้และการทำลายอำนาจซื้อ
รัฐบาลทุกแห่งทั่วโลกต่างจมกองหนี้และต้องการใช้จ่ายเกินตัว การทำให้เงินเฟ้อ (Inflation) จึงเป็นหนทางเดียวที่จะรักษาความคงอยู่ของหนี้สินมหาศาลนี้ได้
เป้าหมายเงินเฟ้อ 2%: ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) หมายความว่ารัฐบาลมีแผนที่จะลดอำนาจซื้อของคุณลง 2% ในทุกๆ ปี หรือลดลงกว่า 10% ในทุกๆ 5 ปี
ระบบเงินกระดาษ: ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้รัฐบาลสามารถเสกเงินจากความว่างเปล่าได้ตามต้องการ เพื่อขจัดข้อจำกัดในการใช้จ่ายของภาครัฐ ซึ่งส่งผลเสียโดยตรงต่อประชาชนทั่วไปที่ต้องการออมเงินและรักษาความมั่งคั่ง
ขายทองตอนไหนถึงจะ "ฉลาด"?
Mike ให้ทัศนะที่ละเอียดอ่อนว่า เขาไม่ได้ห้ามขายทองคำหรือเงิน (Silver) โดยสิ้นเชิง แต่ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน:
ขายเพื่อใช้จ่ายที่จำเป็น: หากต้องซ่อมแซมบ้าน หรือต้องการให้รางวัลชีวิตด้วยการไปพักผ่อนที่ยุโรป การขายโลหะมีค่าเพื่อเปลี่ยนเป็นประสบการณ์หรือสิ่งของนั้นสมเหตุสมผล
อย่าขายเพื่อ "ถือเงินสด" ในธนาคาร: การขายเพียงเพราะเห็นว่าราคาสูง แล้วนำเงินสดไปฝากธนาคารไว้เฉยๆ คือการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะคุณกำลังแลก "เงินที่ดี" (Good Money) ไปเป็น "เงินที่แย่" (Bad Money)
บทสรุปและมุมมองต่อตลาดเงิน (Silver)
ในช่วงท้าย Mike ยังได้แสดงความยินดีกับทีม Seahawks และกล่าวถึงมูลค่าของถ้วยรางวัล Lombardi Trophy ที่ทำจากเงินแท้ ซึ่งมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด พร้อมทิ้งท้ายว่าตลาดกระทิงของทองคำและเงินยังมีแรงส่งอีกมาก โดยเฉพาะโลหะเงินที่มีราคาน่าดึงดูดใจ และมองว่าเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมความมั่งคั่งในสินทรัพย์ที่รัฐบาลไม่สามารถสั่งพิมพ์ออกมาเพื่อลดมูลค่าได้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.moneymetals.com/podcasts/2026/02/11/when-should-i-sell-my-gold-004683