จีนรุกคืบ จัดทำแผนแม่บท จัดระเบียบทะเลจีนใต้
จีนรุกคืบ จัดทำแผนแม่บท จัดระเบียบทะเลจีนใต้ ด้วย ‘มาตรฐานสูงสุด’ หวังปิดดีลสันติภาพภูมิภาคในสิ้นปีนี้
9-3-2026
SCMP รายงานว่า รัฐบาลปักกิ่ง (Beijing) แสดงท่าทีเชื่อมั่นอย่างสูงต่อความคืบหน้าในการสรุปผลเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสถาปนา "โครงสร้างสถาบันใหม่" เหนือพื้นที่ทับซ้อนในทะเลจีนใต้ (South China Sea) ที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ
ในการแถลงข่าวนโยบายต่างประเทศประจำปีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายหวัง อี้ (Wang Yi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่ากระบวนการเจรจาได้ก้าวเข้าสู่ "ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ" (Critical phase) สำหรับร่างประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct - COC) ซึ่งเป็นข้อตกลงพหุภาคีระหว่างจีนและอาเซียน (ASEAN) ที่มุ่งหมายจะใช้เป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการความขัดแย้งและลดความตึงเครียด
“ทุกฝ่ายต่างมีหมุดหมายร่วมกันที่จะปิดการเจรจาให้สำเร็จภายในปีนี้” นายหวัง อี้ กล่าวสำแดงเจตนารมณ์ “จีนมีความพร้อมและเจตจำนงอันแน่วแน่ที่จะร่วมมือกับทุกประเทศสมาชิก เพื่อข้ามผ่านอุปสรรคขัดขวาง แสวงหาจุดร่วมสงวนจุดต่าง และบรรลุข้อตกลงที่ยอมรับร่วมกันได้โดยเร็วที่สุด”
หัวหน้านักการทูตของปักกิ่งขยายความว่า ประมวลการปฏิบัตินี้จะทำหน้าที่เป็น "บรรทัดฐานสูงสุด" (Golden rules) หรือชุดกฎเกณฑ์แม่บทที่ทุกฝ่ายต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด เพื่อใช้บริหารจัดการความเห็นต่าง สร้างเสริมความไว้วางใจ และเปลี่ยนน่านน้ำที่มีข้อพิทาทให้เป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน จีนยังคงยืนหยัดในการอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือหมู่เกาะและแนวปะการังเกือบทั้งหมดในทะเลจีนใต้ ซึ่งเผชิญกับการคัดค้านจากประเทศผู้เรียกร้องสิทธิรายอื่นๆ ทั้งฟิลิปปินส์ (Philippines), มาเลเซีย (Malaysia), เวียดนาม (Vietnam) และบรูไน (Brunei) โดยกรอบการเจรจา COC นี้ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาเสถียรภาพและจัดระเบียบเส้นทางยุทธศาสตร์ทางน้ำที่สำคัญของโลกมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2000
ในปีนี้ ฟิลิปปินส์ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของอาเซียน ได้พยายามเร่งรัดกระบวนการโดยจัดการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาเซียน-จีนแบบเผชิญหน้าเป็นรายเดือน ซึ่งการหารือรอบล่าสุดเพิ่งเสร็จสิ้นไปที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ขณะที่ นายดาตุก เซรี โมฮาหมัด ฮาซัน (Datuk Seri Mohamad Hasan) รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย เปิดเผยความคืบหน้าเมื่อเดือนก่อนว่า ร่างข้อตกลงดังกล่าวมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 70% และมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุข้อสรุปในขั้นตอนสุดท้ายได้ทันภายในปีนี้
อย่างไรก็ตาม นายหวัง อี้ ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างมีนัยสำคัญไปยังฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นคู่พิพาทที่แสดงท่าทีแข็งกร้าวที่สุดต่อจีน โดยเรียกร้องให้กรุงมะนิลา (Manila) “ตระหนักถึงภาระหน้าที่อันสำคัญ งดเว้นจากการถูกชักจูงด้วยผลประโยชน์เฉพาะหน้า แสดงความมุ่งมั่นที่ควรมีในฐานะผู้นำภูมิภาค และเล่นบทบาทเชิงสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพ”
ความสัมพันธ์ระหว่างปักกิ่งและมะนิลาเผชิญมรสุมอย่างหนักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากเหตุการณ์เผชิญหน้าในน่านน้ำและการตอบโต้ทางการทูตที่ดุเดือด โดยเฉพาะความขัดแย้งเกี่ยวกับคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศปี 2013 ที่ปักกิ่งยังคงปฏิเสธที่จะยอมรับอำนาจศาล
ในทางกลับกัน นายหวัง อี้ พยายามนำเสนอภาพลักษณ์ความร่วมมือที่ราบรื่นกับประเทศอื่นๆ เช่น การเจรจาพัฒนาร่วมกับอินโดนีเซีย, การหารือความมั่นคงทางทะเลกับมาเลเซีย และความร่วมมือด้านประมงกับเวียดนาม พร้อมกับชูเหตุการณ์กู้ภัยลูกเรือฟิลิปปินส์ที่ประสบเหตุเรือจมใกล้สการ์โบโรห์ โชล (Scarborough Shoal) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ว่าเป็นส่วนหนึ่งของ "วาทกรรมใหม่" (New narrative) ที่มุ่งเน้นเรื่องสันติภาพ ความร่วมมือ และมิตรภาพ แทนที่การเผชิญหน้า
ด้าน นายม้า ป๋อ (Ma Bo) ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยหนานจิง วิเคราะห์ว่า คำแถลงของจีนในครั้งนี้คือการส่งสัญญาณให้ฟิลิปปินส์เลือกระหว่างการร่วมสร้าง "เสถียรภาพบนฐานของกฎเกณฑ์" (Rules-based stability) ตามแนวทางที่ภูมิภาคยอมรับ หรือจะปล่อยให้การเจรจาถูกแทรกแซงด้วยประเด็นทางการเมืองจนเกิดความแตกแยก ซึ่งถือเป็นคำเตือนที่นุ่มนวลแต่ชัดเจนส่งตรงถึงมะนิลา
นายม้าเสริมว่า แม้จีนจะต้องการเห็นความคืบหน้าในประเด็นที่มีความเห็นพ้องสูง เช่น การป้องกันอุบัติเหตุทางทะเลและการกู้ภัย แต่การเจรจายังคงติดหล่มในประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะเรื่อง "สถานะการมีผลผูกพันทางกฎหมาย" (Legally binding) ของ COC และบทบาทของบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นจุดที่แต่ละฝ่ายยังคงยืนหยัดรักษาผลประโยชน์หลักของตนเองอย่างเหนียวแน่น
สุดท้าย นายหวัง อี้ ยังได้กล่าวพาดพิงถึงมหาอำนาจนอกภูมิภาคอย่างสหรัฐอเมริกา (United States) โดยยืนยันว่าจีนจะไม่ประพฤติตนเหมือน "มหาอำนาจแบบดั้งเดิม" ที่มุ่งสร้างเขตอิทธิพลหรือแบ่งฝักฝ่ายเพื่อสร้างการเผชิญหน้า พร้อมกับประกาศแผนยุทธศาสตร์ที่จะยกระดับการใช้เครื่องมือทางกฎหมายและสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนในการปกป้องสิทธิทางทะเลควบคู่ไปกับการบริหารจัดการมหาสมุทรในระดับสากล
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/diplomacy/article/3345879/china-signals-high-hopes-south-china-sea-golden-rules-end-year?module=top_story&pgtype=homepage