.
สงครามตะวันออกกลาง 'ทดสอบเศรษฐกิจเอเชีย' IMF ประเมิน ปี 2569 เอเชียยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
18-4-2026
สงครามในตะวันออกกลางกำลังเป็นบททดสอบสำคัญต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจเอเชีย ซึ่งก้าวเข้าสู่ปี 2569 บนรากฐานที่ยังมั่นคง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่าเศรษฐกิจเอเชียจะขยายตัวร้อยละ 4.4 ในปี 2569 ชะลอลงจากร้อยละ 5.0 ในปี 2568 และคาดว่าจะชะลอตัวต่อเนื่องมาอยู่ที่ร้อยละ 4.2 ในปี 2570 แต่ภูมิภาคนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก โดยมีทั้งกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น (Japan) เกาหลีใต้ (South Korea) และกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างจีน (China) อินเดีย (India) และประเทศในอาเซียน (ASEAN) เป็นแรงส่งสำคัญของภูมิภาค
ข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศสะท้อนภาพที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มเศรษฐกิจ โดยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในเอเชียยังเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์โลกที่ชะลอตัว และวงจรการเงินที่ตึงตัวต่อเนื่อง แม้บางประเทศอย่างญี่ปุ่น (Japan) และเกาหลีใต้ (South Korea) จะได้รับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีและการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ทยอยฟื้นตัว แต่ภาพรวมการเติบโตยังจำกัดเมื่อเทียบกับกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ ทำให้ภารกิจด้านนโยบายการคลังและนโยบายการเงินของภาครัฐต้องเดินอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่างการประคองการเติบโตและการรักษาเสถียรภาพด้านราคา
ในทางกลับกัน กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และกำลังพัฒนาในเอเชีย (EMDEs) รวมถึงจีน (China) อินเดีย (India) และประเทศในอาเซียน (ASEAN) ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการขยายตัวของภูมิภาค โดยมีทั้งแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออก อย่างไรก็ดี รายงานของ IMF ยังเตือนว่า ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่ผันผวน และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ หากยืดเยื้อ อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุนและส่งผ่านแรงกดดันไปยังต้นทุนการเงินของประเทศในกลุ่มนี้ได้เช่นกัน
สำหรับภูมิภาค ASEAN และไทย ข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ชี้ว่า แม้เศรษฐกิจยังมีแรงขับเคลื่อนจากการท่องเที่ยว การบริโภคภายในประเทศ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ตัวเลขการเติบโตถูกปรับลดลงชัดเจน โดย IMF คาดว่ากลุ่มประเทศ ASEAN จะเติบโตชะลอลงมาอยู่ที่ร้อยละ 4.1 ในปี 2568 หลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากปัจจัยภายนอกและอุปสงค์ภายในที่อ่อนแรงในบางประเทศ ขณะที่ตารางคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชียและแปซิฟิกยังสะท้อนว่า ไทยและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญความเสี่ยงเพิ่มเติมจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งกดดันเสถียรภาพด้านราคาพลังงานและต้นทุนการนำเข้า รวมถึงเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับเส้นทางการค้าทางทะเล หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจทำให้ช่องว่างระหว่างศักยภาพการเติบโตของภูมิภาคกับการขยายตัวจริงกว้างขึ้น และบีบให้รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการดูแลค่าครองชีพและประคองความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้มากยิ่งขึ้น
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.imf.org/en/publications/reo/apac/issues/2026/04/16/regional-economic-outlook-for-asia-and-pacific-april-2026