.
โรงกษาปณ์สหรัฐฯ ถูกเชื่อมโยงซื้อ “ทองผิดกฎหมาย” จากแก๊งค้ายาโคลอมเบีย ผ่านโรงกลั่น ก่อนขายเป็นเหรียญทองอเมริกัน รมว.คลังสั่งสอบด่วน
1-5-2026
Money Metals รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กับการซื้อทองคำที่เกี่ยวพันกับกลุ่มคาร์เทล กลุ่มคาร์เทลยาเสพติด "แคลน เดล กอลโฟ" (Clan del Golfo) หรือที่รู้จักในชื่อ กัลฟ์ แคลน (Gulf Clan) คือองค์กรที่นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าเป็น "องค์กรอาชญากรรมที่รุนแรงและทรงอิทธิพล" อีกทั้งเหล่าผู้นำของกลุ่มนี้ยังถูกขึ้นบัญชีดำทางการเงินของสหรัฐฯ ด้วย
อย่างไรก็ตาม รายงานเชิงสืบสวนจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส (The New York Times) ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระบุว่าโรงกษาปณ์สหรัฐฯ (U.S. Mint) ได้จัดซื้อทองคำในจำนวนที่ไม่สามารถระบุแน่ชัด ซึ่งมีที่มาจากเหมืองแร่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มคาร์เทลดังกล่าว โดยรายงานได้อธิบายถึงรายละเอียดการเดินทางของทองคำจากเหมืองที่คาร์เทลควบคุมจนมาสิ้นสุดที่โรงกษาปณ์สหรัฐฯ
ยกตัวอย่างเหตุการณ์ในเมืองกัวกาเซีย (Caucasia) ทีมขุดแร่ซึ่งประกอบด้วยคนงาน 5 คน ต้องจ่ายเงินให้กับกลุ่มกัลฟ์ แคลน ประมาณ 400 ดอลลาร์ต่อเดือน เพื่อเป็นค่าธรรมเนียมในการอนุญาตให้ประกอบกิจการในพื้นที่ โดยปกติแล้วนักขุดเหล่านี้จะนำทองคำไปขายให้กับร้านค้ารับซื้อในท้องถิ่น ซึ่งทางร้านเองก็ต้องจ่ายเงินส่วยให้กับกลุ่มคาร์เทลในอัตรา 400 ดอลลาร์ต่อเดือนเช่นกัน เมื่อทองคำมาถึงร้านค้า พนักงานจะทำการหลอมทองคำเหล่านั้นรวมกันและเทลงในแม่พิมพ์ ซึ่งนิวยอร์กไทม์สระบุว่า นี่คือจุดที่การแปลงสภาพครั้งแรกได้เสร็จสิ้นลง
แม้รัฐบาลโโคลอมเบียจะกำหนดให้เจ้าของร้านต้องจดบันทึกบัญชี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับรองว่าทองคำที่ซื้อขายนั้นมาจากพื้นที่ขุดที่ได้รับอนุญาต และใช้เพียงเครื่องมือพื้นฐานโดยปราศจากสารปรอท แต่ในทางปฏิบัติระบบการกำกับดูแลนี้ถูกวิจารณ์ว่าเป็นเพียงเครื่องมือบังหน้าเท่านั้น เนื่องจากพนักงานในเหมืองไม่ได้ใช้เพียงเครื่องมือพื้นฐานหรือขุดในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่โโคลอมเบียกลับแทบไม่ได้ตรวจสอบที่มาของทองคำจากนักขุดอิสระ (barequero) เพื่อยืนยันความถูกต้องตามกฎหมายเลย
หลังจากทองคำถูกหลอมแล้ว ร้านค้าจะขายต่อให้กับบริษัทส่งออกของรัฐบาล ซึ่งจะดำเนินการส่งทองคำไปยังสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทผู้ส่งออกอ้างว่าได้ทำการตรวจสอบฐานข้อมูลเดียวกันเพื่อยืนยันความถูกต้องตามกฎหมาย ทองคำจากแหล่งลา มันดิงกา (La Mandinga) จะถูกผสมรวมกับทองคำจากแหล่งอื่นๆ ทั่วโโคลอมเบียและหลอมเป็นแท่ง ซึ่งบันทึกการส่งออกเผยให้เห็นว่าทองคำเหล่านี้จำนวนมากซึ่งมีมูลค่าประมาณ 255 ล้านดอลลาร์ในช่วงปีที่ผ่านมา ได้ถูกส่งมาถึงรัฐเท็กซัส และกลายเป็นทองคำสัญชาติอเมริกัน ณ ที่นั่น
เมื่อทองคำเข้าสู่สหรัฐฯ แล้ว บริษัทในประเทศจะปฏิบัติต่อทองคำเสมือนเป็นทองคำของอเมริกา และขายต่อให้กับโรงกษาปณ์สหรัฐฯ ซึ่งในแต่ละปีโรงกษาปณ์จะจำหน่ายเหรียญทองคำเพื่อการลงทุนมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ข้อมูลจากนิวยอร์กไทม์สระบุว่า การตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานอย่างเต็มรูปแบบจะสามารถตรวจพบทองคำของกลุ่มคาร์เทลได้ แต่ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งครอบคลุมช่วงเวลาส่วนใหญ่ของยุคทองคำบูมหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน โรงกษาปณ์ไม่เคยสอบถามซัพพลายเออร์เลยว่าพวกเขาไปซื้อทองคำมาจากที่ใด โดยอ้างอิงข้อมูลจากรายงานของจเรตำรวจกระทรวงการคลังปี 2024
ทางนิวยอร์กไทม์สได้แบ่งปันข้อมูลที่ค้นพบนี้ให้กับกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลโรงกษาปณ์ โดยนายสกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าจะดำเนินการตรวจสอบแนวปฏิบัติในการจัดซื้อทองคำ พร้อมกับให้ถ้อยคำเป็นลายลักษณ์อักษรว่า การตรวจสอบนี้มุ่งเน้นไปที่การรับรองว่าซัพพลายเออร์ของโรงกษาปณ์ปฏิบัติตามกฎหมายและหน้าที่อย่างเคร่งครัด และโรงกษาปณ์จะดำเนินการทุกขั้นตอนที่เป็นไปได้เพื่อปกป้องความมั่นคงแห่งชาติและรักษาความถูกต้องของตลาดอย่างเข้มงวด
ทั้งนี้ โรงกษาปณ์สหรัฐฯ มีประวัติเรื่องการบริหารจัดการที่บกพร่องมาอย่างยาวนาน ผู้นำในอุตสาหกรรมโลหะมีค่าได้วิพากษ์วิจารณ์ปัญหาการดำเนินงานของโรงกษาปณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการเหรียญเงินอเมริกันอีเกิล (silver American Eagle) เนื่องจากขาดแคลนสต็อกแผ่นโลหะเปล่า (coin blanks) ทำให้โรงกษาปณ์ประสบปัญหาในการตอบสนองความต้องการของสาธารณชนในช่วงที่ตลาดมีความต้องการสูง ส่งผลให้ค่าธรรมเนียมส่วนต่าง (premiums) พุ่งสูงขึ้นและสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อนักลงทุน
ในเดือนพฤศจิกายน 2024 วอลล์สตรีทเจอร์นัล (Wall Street Journal) เป็นสื่อแรกที่รายงานเรื่องกิจกรรมขุดทองของกลุ่มกัลฟ์ แคลน โดยเปิดเผยว่ากลุ่มคาร์เทลได้เข้ายึดอุโมงค์เหมืองทองคำระยะทางกว่า 30 ไมล์จากบริษัท Zijin Mining Group ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีน รายงานระบุว่ากลุ่มกัลฟ์ แคลนได้ใช้อาวุธและความรุนแรงในการเข้ายึดอุโมงค์ บังคับให้หน่วยรักษาความปลอดภัยของ Zijin ต้องถอยร่นด้วยระเบิดและปืน ซึ่งเจ้าหน้าที่บริษัทอธิบายว่าเปรียบเสมือน "สงครามสนามเพาะ"
นักขุดเหมืองมักจะยึดอุโมงค์ของ Zijin โดยการโยนระเบิดและกราดยิงใส่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พวกเขาใช้สว่านเจาะกระแทกและก่อเหตุระเบิดหินมากถึง 250 ครั้งต่อวันเพื่อเจาะทะลุชั้นหิน การรุกคืบนี้ทำให้ Zijin ต้องสูญเสียพื้นที่เหมืองไป 2 ใน 3 ส่วน โดยส่วนที่ร่ำรวยและลึกที่สุดยังคงอยู่ในมือของบริษัท ซึ่งมีคนงานอยู่ประมาณ 4,500 คนและมีศูนย์แปรรูปที่สามารถขุดหินได้ 4,000 ตันต่อวัน ซึ่งให้ทองคำเฉลี่ย 53 ปอนด์ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากลุ่มกัลฟ์ แคลนได้จัดหาโสเภณี กัญชา และยาเสพติดประเภทอื่นๆ ให้กับนักขุดเหมืองในเครือข่ายของตนด้วย
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.moneymetals.com/news/2026/04/27/report-us-govt-buying-cartel-gold-004870