คิวบาประณามสหรัฐฯ ชี้เป็น “การลงโทษรวมหมู่”
คิวบาประณามสหรัฐฯ ชี้เป็น “การลงโทษรวมหมู่” และภัยทหารชัดเจน หลังทรัมป์ขู่ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินประชิดเกาะ–คว่ำบาตรเชื้อเพลิง
4-5-2026
Newsweek รายงานว่า ประเทศคิวบา (Cuba) ได้ออกมากล่าวหาประเทศสหรัฐฯ (US) ว่ากำลังสร้าง “ภัยคุกคามที่ชัดเจนและโดยตรงจากการรุกรานทางทหาร” หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ส่งสัญญาณว่ากองกำลังอเมริกันอาจเข้ายึดครองเกาะคิวบาได้ “ในทันที”
ถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ภายหลังจากที่สหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อรัฐบาลฮาวานา (Havana) รวมถึงการใช้โวหารจากประธานาธิบดีทรัมป์ที่อ้างถึงความเป็นไปได้ในการใช้ยุทโธปกรณ์ทางทหารในพื้นที่แถบทะเลแคริบเบียน (Caribbean)
ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เมื่อช่วงดึกของวันศุกร์ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวเชิงล้อเล่นว่า เรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง USS Abraham Lincoln อาจจะเคลื่อนที่เข้าใกล้ชายฝั่งคิวบาเพื่อบีบบังคับให้เจ้าหน้าที่คิวบาต้อง “ยอมจำนน” หลังจากที่สหรัฐฯ เสร็จสิ้นการทำสงครามกับประเทศอิหร่าน (Iran)
คณะทำงานของทรัมป์ได้เล็งเป้าหมายไปที่ผู้นำคอมมิวนิสต์ของคิวบามาเป็นเวลานาน โดยมีการเพิ่มแรงกดดันต่อเกาะแห่งนี้มานานหลายทศวรรษ และมีการส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการเข้ายึดครองทางทหารภายหลังจากปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในประเทศเวเนซุเอลา (Venezuela) เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา
รัฐบาลฮาวานาเคยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลาเป็นอย่างมาก โดยสหรัฐฯ ระบุเมื่อเดือนมีนาคมว่าได้อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันของประเทศรัสเซีย (Russia) เดินทางถึงคิวบาด้วย “เหตุผลด้านมนุษยธรรม” อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมเมื่อวันศุกร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกลุ่มคนจำนวนมากที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจของฮาวานา
ทั้งนี้ วอชิงตัน (Washington) ได้ประกาศมาตรการปิดล้อมการส่งเชื้อเพลิงไปยังคิวบาในช่วงต้นปี 2026 ส่งผลให้ปริมาณเชื้อเพลิงลดน้อยลงจนทำให้ชาวคิวบาต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับอยู่บ่อยครั้ง และเป็นการทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญยิ่งของประเทศ
นายบรูโน โรดริเกซ (Bruno Rodríguez) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของคิวบา กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า สหรัฐฯ ได้ยกระดับการรุกรานต่อคิวบาสู่ “ระดับที่อันตราย” ขณะที่ประธานาธิบดีมิเกล ดิแอซ-กาเนล (Miguel Díaz-Canel) ของคิวบา ได้ระบุในแถลงการณ์แยกอีกฉบับว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เพิ่มระดับคำขู่ต่อประเทศของเขาจนถึงจุดที่ “ไม่เคยปรากฏมาก่อน” โดยนายโรดริเกซได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “พวกเราชาวคิวบาจะไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองถูกข่มขู่” ซึ่งทางสำนักข่าว Newsweek ได้ติดต่อไปยังทำเนียบขาว (White House) ผ่านทางอีเมลนอกเวลาทำการปกติเพื่อขอความเห็นในเรื่องนี้
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ หลายรายได้ออกมาคาดการณ์ซ้ำๆ ถึงจุดจบของคณะผู้นำคิวบาชุดปัจจุบัน แม้ว่าการเจรจาระหว่างสองประเทศจะยังคงดำเนินต่อไปก็ตาม โดยนายคาร์ลอส กิเมเนซ (Carlos Giménez) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐฟลอริดา (Florida) สังกัดพรรครีพับลิกัน (Republican) ได้ตอบโต้แถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของประธานาธิบดีดิแอซ-กาเนลเมื่อวันเสาร์ว่า รัฐบาลในฮาวานา “เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว” พร้อมทิ้งท้ายว่า “สวัสดีจากวอชิงตัน”
ทางด้านรัฐบาลฮาวานายืนยันว่าตนมีความพร้อมที่จะป้องกันตัวเอง พร้อมทั้งระบุว่า “ไม่มีข้ออ้างใดๆ ที่สหรัฐฯ จะหันไปใช้การรุกรานทางทหารเป็นทางออกในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างเรา” โดยประเทศคิวบาตั้งอยู่ห่างจากรัฐฟลอริดาไม่ถึง 100 ไมล์
คณะทำงานของทรัมป์ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า มาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่นี้พุ่งเป้าไปที่สถาบันความมั่นคงของคิวบา ภาคการเงิน ภาคการป้องกันประเทศ และภาคพลังงาน รวมถึงบุคคลใดก็ตามที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่ามีส่วน “รู้เห็นเป็นใจในการทุจริตของรัฐบาล หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง” ซึ่งนายโรดริเกซเรียกมาตรการเหล่านี้ว่า “ผิดกฎหมายและเป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิด” พร้อมระบุว่าสิ่งนี้เทียบเท่ากับการ “ลงโทษแบบเหมารวม” ต่อประชากรชาวคิวบา
ทั้งนี้ ได้มีฝูงชนจำนวนมากรวมตัวกันในเมืองหลวงของคิวบาเมื่อวันศุกร์ โดยไปรวมตัวกันที่บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ (U.S. Embassy) พร้อมถือป้ายที่มีข้อความว่า “ปกป้องมาตุภูมิ”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.newsweek.com/cuba-accuses-us-of-clear-and-direct-threat-of-military-aggression-11907717