.
สนธิสัญญาป้องกันประเทศ 5 ปี รัสเซีย–เกาหลีเหนือ เพิ่มแรงกดดันด้านความมั่นคงต่อจีน
4-5-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า นักวิเคราะห์ระบุว่า จีนอาจมีความกังวลต่อการหารือเกี่ยวกับแผนความร่วมมือด้านกลาโหมระยะ 5 ปีระหว่างเกาหลีเหนือ (North Korea) กับรัสเซีย (Russia) ซึ่งถือเป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อย และมีแนวโน้มจะเร่งการปรับปรุงกองทัพของเปียงยางในหลายมิติ
บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่ารัฐบาลจีน (China) อาจกำลังเผชิญกับความกังวลต่อการหารือเกี่ยวกับแผนความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระยะ 5 ปี ระหว่างประเทศเกาหลีเหนือ (North Korea) และประเทศรัสเซีย (Russia) ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยาก และอาจกลายเป็นปัจจัยเร่งให้กระบวนการยกระดับกองทัพของรัฐบาลเปียงยางสู่ความทันสมัยในหลายมิติรวดเร็วยิ่งขึ้น
สํานักข่าว Tass ของรัฐบาลรัสเซียรายงานว่า นายอันเดร เบลูซอฟ (Andrey Belousov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ได้เข้าพบปะหารือกับนายคิม จองอึน (Kim Jong-un) ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ณ กรุงเปียงยาง เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา โดยนายอันเดร เบลูซอฟ (Andrey Belousov) ได้นิยามความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศว่าอยู่ใน “ระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน” พร้อมทั้งเปิดเผยว่าขณะนี้กำลังมีการเตรียมการสำหรับแผนความร่วมมือทางทหารระยะ 5 ปี โดยระบุว่าได้บรรลุข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) เพื่อวางรากฐานความร่วมมือทางทหารให้มีความยั่งยืนในระยะยาว และพร้อมที่จะลงนามในแผนความร่วมมือทางทหารรัสเซีย-เกาหลี สำหรับช่วงปี 2027-2031 ภายในปีนี้
แม้ทางสํานักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของรัฐบาลเกาหลีเหนือจะไม่ได้รายงานรายละเอียดเกี่ยวกับแผน 5 ปีดังกล่าวโดยตรง แต่ได้ระบุว่านายคิม จองอึน (Kim Jong-un) และนายอันเดร เบลูซอฟ (Andrey Belousov) ได้หารือใน “ประเด็นชุดหนึ่ง” เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและ “ยกระดับการพัฒนาความร่วมมือและประสานงานทางด้านการเมืองและการทหาร” ระหว่างเปียงยางและมอสโก (Moscow) ให้สูงขึ้น ซึ่งแนวโน้มของแผน 5 ปีนี้ถือเป็นความต่อเนื่องจากการลงนามในสนธิสัญญาหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม (Comprehensive Strategic Partnership Treaty) เมื่อเดือนมิถุนายน 2024 ระหว่างนายคิม จองอึน (Kim Jong-un) และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ซึ่งรวมถึงบทบัญญัติว่าด้วยการป้องกันประเทศร่วมกัน
อิม อึล-ชอล (Lim Eul-chul) ศาสตราจารย์จากสถาบันตะวันออกไกลศึกษา มหาวิทยาลัยคยองนัม (Kyungnam University) ในกรุงโซล (Seoul) ให้ความเห็นว่า เป็นกรณีที่ “หายากมาก” สำหรับรัสเซียในการจัดทำแผนงานทวิภาคีในระยะกลางถึงระยะยาวที่เฉพาะเจาะจงเช่นนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระดับความสัมพันธ์ที่สูงกว่าสนธิสัญญาทั่วไป และมักสงวนไว้สำหรับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูงสุดหรือพันธมิตรการค้าอาวุธหลัก เช่น ประเทศอินเดีย (India) และประเทศเบลารุส (Belarus) เท่านั้น โดยศาสตราจารย์อิม ระบุเสริมว่า เช่นเดียวกับที่รัสเซียประสบความสำเร็จในการรวมระบบความมั่นคงกับเบลารุสในระดับสมาพันธรัฐ สิ่งนี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือจะเข้าเป็นสมาชิกในแนวร่วมสามเหลี่ยม “เกาหลีเหนือ-รัสเซีย-เบลารุส” ที่ทรงพลัง เพื่อทำหน้าที่เป็นด่านหน้าทางตะวันออกของรัสเซียในการคานอำนาจกับพันธมิตรเกาหลีใต้-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น
เมื่อพิจารณาจากการส่งกองกำลังเกาหลีเหนือไปยังประเทศยูเครน (Ukraine) และมาตราการแทรกแซงทางทหารโดยอัตโนมัติในข้อตกลงป้องกันประเทศปี 2024 คาดว่าแผน 5 ปีกับเกาหลีเหนือนี้จะมุ่งเน้นไปที่การรวมปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์เข้าด้วยกันตามโมเดลของเบลารุส ซึ่งจะเร่งขีดความสามารถทางทหารของเกาหลีเหนือทั้งในด้านอาวุธตามแบบ, ดาวเทียม, เรือดำน้ำนิวเคลียร์ และเทคโนโลยีขีปนาวุธยุคใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้ภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ (Exponentially)
แอนดรูว์ ยีโอ (Andrew Yeo) นักวิชาการอาวุโสและประธานมูลนิธิ SK-Korea ด้านเกาหลีศึกษาจากสถาบันบรูคกิงส์ (Brookings Institution) ในกรุงวอชิงตัน (Washington) ระบุว่า ความร่วมมือด้านการถ่ายโอนเทคโนโลยีอาวุธและการผลิต เช่น โดรน, จรวด และขีปนาวุธ อาจเป็นประเด็นสำคัญอันดับต้นๆ การเสริมสร้างฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้กับรัสเซียและการทำงานร่วมกันในการผลิตอาวุธเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการกระชับความสัมพันธ์ ซึ่งอาจนำไปสู่การร่วมผลิตยุทโธปกรณ์และปืนใหญ่ที่ใช้งานได้จริง ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย (Win-win)
ทั้งนี้ รัสเซียและเกาหลีเหนือได้เร่งกระชับความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศนับตั้งแต่เกาหลีเหนือเริ่มส่งกองกำลังในปี 2024 เพื่อสนับสนุนการทำสงครามของเครมลิน (Kremlin) ในยูเครน โดยในระหว่างการเยือนครั้งนี้ นายอันเดร เบลูซอฟ (Andrey Belousov) พร้อมด้วยนายวยาเชสลาฟ โวโลดิน (Vyacheslav Volodin) ประธานสภาดูมา (State Duma) ได้เข้าร่วมพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ที่อุทิศให้แก่ทหารเกาหลีเหนือที่เสียชีวิตในความขัดแย้งที่ยูเครน แม้จะไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนทหารที่แน่นอน แต่หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ประมาณการเมื่อปีที่ผ่านมาว่ามีจำนวนทหารราว 15,000 นาย และเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 2,000 นาย
รามอน ปาเชโก ปาร์โด (Ramon Pacheco Pardo) ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากคิงส์คอลเลจลอนดอน (King’s College London) กล่าวว่า ผู้นำจีนน่าจะกำลัง “กังวล” ที่มอสโกและเปียงยางกำลัง “ข้ามหน้าข้ามตา” (Bypassing) รัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งจะทำให้จีนมีอิทธิพลลดลงต่อสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่ แพทริก โครนิน (Patrick Cronin) ประธานด้านความมั่นคงเอเชียแปซิฟิกจากสถาบันฮัดสัน (Hudson Institute) ในกรุงวอชิงตัน มองว่าการเยือนของเบลูซอฟเป็นการส่งสัญญาณถึงปักกิ่งว่ามอสโกและเปียงยาง “มีไพ่ในมือที่จะเล่น”
นายโครนิน ระบุเสริมว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) อาจไม่ได้สนับสนุนความสัมพันธ์ทวิภาคีนี้อย่างเต็มที่ แต่เขาสามารถใช้ประเด็นนี้เป็นเครื่องมือเมื่อต้องพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม โดยรัฐบาลวอชิงตันต้องตระหนักถึงความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศที่กำลังเติบโตและยั่งยืนระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือ เพราะรัสเซียไม่เพียงแต่จะมุ่งมั่นเอาชนะในยูเครนเท่านั้น แต่เกาหลีเหนือยังคาดหวังให้มอสโกเข้ามาเป็นปัจจัยในสมการการป้องปราม (Deterrence calculus) บนคาบสมุทรเกาหลีอีกด้วย
สุดท้ายนี้ ศาสตราจารย์อิมมองว่า แม้ในฉากหน้าจีนอาจมองว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือเป็น “สินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์” ในการสกัดกั้นสหรัฐฯ (US) เพื่อลดภาระเชิงยุทธศาสตร์ของตน แต่ภายในใจจีนอาจกังวลเกี่ยวกับ “ความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้” เพราะหากเกาหลีเหนือได้รับเทคโนโลยีทางทหารที่สำคัญโดยตรงจากรัสเซียและบรรลุความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ การลดลงของอำนาจต่อรอง (Leverage) ที่จีนมีเหนือเกาหลีเหนือย่อมเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/uc9m7?utm_source=copy-link&utm_campaign=3352265&utm_medium=share_widget