ภาษี 25% ที่สหรัฐฯ เก็บ-จ่ายเพื่ออีโก้ของลูลา
รูบิโอชี้ ภาษี 25% ที่สหรัฐฯ เก็บจากสินค้าบราซิล คือ “ราคาที่ต้องจ่ายเพื่ออีโก้ของลูลา”
17-7-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า สหรัฐฯ เตรียมเริ่มจัดเก็บภาษีนำเข้าอัตรา 25% กับสินค้าจากบราซิลบางรายการ หลังการสอบสวนภายใต้กฎหมายการค้า Section 301 ระบุว่าบราซิลใช้นโยบายการค้า “ไม่เป็นธรรมและเลือกปฏิบัติ” โดยเฉพาะในภาคบริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่บราซิลตอบโต้ว่าเป็นมาตรการฝ่ายเดียวที่ “ไม่มีเหตุผลรองรับ” และเตรียมใช้มาตรการภาษีตอบโต้
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (US Trade Representative – USTR) เปิดเผยในแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อค่ำวันพุธว่า การสอบสวนที่ดำเนินมาตลอดหนึ่งปี “พบว่าพฤติกรรมของบราซิลหลายประการเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลและเลือกปฏิบัติ ทำให้เกษตรกร แรงงาน นักนวัตกรรม และผู้ส่งออกสหรัฐฯ เสียเปรียบในการแข่งขัน”
เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวก่อนการประกาศอย่างเป็นทางการว่า สินค้าบางประเภท เช่น กาแฟ เนื้อวัว และผลิตภัณฑ์เอทานอลบางรายการ จะได้รับการยกเว้นจากภาษีรอบใหม่ แม้เอทานอลประเภทอื่นๆ จะยังถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา 25% ก็ตาม ภาษีดังกล่าวมีกำหนดมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 กรกฎาคม ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง
เจมีสัน เกรียร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า “มาตรการวันนี้มีความจำเป็นเพื่อรับมือกับแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และเพื่อให้แรงงานและบริษัทอเมริกันสามารถแข่งขันบนสนามที่เท่าเทียมได้” พร้อมระบุว่า “ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เจรจากับบราซิล อย่างกว้างขวางแต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ดี เรายังเปิดกว้างที่จะเดินหน้าเจรจากับบราซิลต่อไป เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนที่จำเป็นต่อประเด็นที่ถูกระบุในรายงานการสอบสวนฉบับนี้”
รัฐบาลบราซิลออกแถลงการณ์ตอบโต้มาตรการภาษี โดยประณามว่าเป็นมาตรการฝ่ายเดียวที่ขัดต่อหลักการ และประกาศว่าจะดำเนินมาตรการปกป้องเศรษฐกิจของตนจากผลกระทบของภาษีดังกล่าว “ไม่มีเหตุผลใดรองรับการใช้มาตรการฝ่ายเดียวต่อประเทศของเรา” แถลงการณ์ระบุ “บราซิลจะเดินหน้ากระจายความหลากหลายของพันธมิตรทางการค้า และเปิดตลาดใหม่สำหรับสินค้าและบริการของเรา”
เกรียร์ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้าในวันเดียวกันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) คาดว่าจะ “ลงนามบางอย่าง” ที่เกี่ยวข้องกับภาษีต่อบราซิล เพื่อให้มาตรการมีผลอย่างเป็นทางการ
ข้อเสนอภาษีรอบใหม่นี้ถูกรวมอยู่ในรายงานเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน หลังรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดการสอบสวนภายใต้ Section 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 รายงานดังกล่าวกล่าวหาว่าบราซิลใช้นโยบายที่ “เลือกปฏิบัติและสร้างภาระ” ต่อการค้าการลงทุนของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ Pix ซึ่งมีชาวบราซิลใช้งานทุกวันเป็นจำนวนหลายล้านคน
สหรัฐฯ ให้เหตุผลว่า บราซิล “สร้างความเสียเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม” ให้แก่ผู้ให้บริการชำระเงินจากสหรัฐฯ ที่แข่งขันกับ Pix โดยการออกนโยบายที่เอื้อแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นพิเศษ ทั้งที่ประธานาธิบดีลูอีซ อินาซีอู ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inacio Lula da Silva – ลูล่า) มักนำ Pix ไปชูเป็นสัญลักษณ์ของ “อธิปไตยทางเทคโนโลยี” และ “อิสรภาพทางการเงิน” ของบราซิล
รัฐบาลบราซิลตอบโต้ว่า ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ Pix “ปราศจากมูลความจริง” และประกาศจะเดินหน้าจัดเก็บ “ภาษีตอบโต้” (reciprocal tariffs) รวมทั้งใช้กลไกองค์การการค้าโลก (World Trade Organization – WTO) เพื่อขอการเยียวยา
เดิมพันของข้อพิพาทครั้งนี้สูงสำหรับทั้งสองประเทศ เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นคู่ค้าใหญ่ลำดับที่สองของบราซิล และเป็นหนึ่งในไม่กี่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่บราซิลขาดดุลการค้าด้วย ข้อมูลระบุว่า บราซิลนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มากกว่า 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน ขณะที่การส่งออกของบราซิลกลับลดลงเกือบ 7% โดยน้ำมันดิบคิดเป็นราว 12.5% ของการส่งออกทั้งหมด
ในอีกด้านหนึ่ง มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวหาว่ารัฐบาลบราซิล “ไม่ได้เจรจาโดยสุจริต” และโจมตีนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีลูล่าว่า “เป็นผลเสียต่อทั้งชาวอเมริกันและชาวบราซิล” เขาระบุว่า “ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ลูล่านำ ‘อีโก้’ ของตัวเองขึ้นหน้า แทนที่จะเดินหน้าทำข้อตกลงเพื่อประโยชน์ของประชาชนบราซิล และภาษีเหล่านี้คือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับสิ่งนั้น”
แม้ข้อพิพาทจะทวีความตึงเครียด แต่ทั้งสองฝ่ายยังพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ลุกลามเป็นสงครามการค้าเต็มรูปแบบ เกรียร์พบหารือกับมาร์ซิโอ เอเลียส (Marcio Elias) รัฐมนตรีการค้าของบราซิลหลายครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพื่อหาทางออก ขณะที่รัฐบาลลูล่าประกาศว่าจะเดินหน้าเจรจาจนถึง “วินาทีสุดท้าย” แต่ย้ำว่าจะไม่ยอมรับเงื่อนไขที่มองว่าเป็น “การประนีประนอมทางการเมืองหรือทางกฎหมาย” ที่ยอมรับไม่ได้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบ Pix ตามคำกล่าวของแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดการเจรจา
เมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งสั่งขึ้นภาษีนำเข้า 50% ต่อสินค้าบราซิลหลายรายการ เพื่อกดดันรัฐบาลบราซิลในประเด็นการดำเนินคดีต่ออดีตประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร (Jair Bolsonaro) แต่ในเวลาต่อมา ภาษีส่วนใหญ่ถูกยกเลิก หลังการเจรจาระหว่างบราซีเลียกับวอชิงตัน ซึ่งถูกมองว่าเป็นชัยชนะเชิงการทูตของลูล่า
รายงานเมื่อเดือนมิถุนายนฉบับเดียวกัน ยังกล่าวหาว่าบราซิลให้สิทธิประโยชน์เป็นพิเศษแก่สินค้าจากเม็กซิโกและอินเดีย อีกทั้ง “บังคับใช้กฎต่อต้านการทุจริตและทรัพย์สินทางปัญญาไม่เพียงพอ”
ข้อพิพาทภาษีครั้งนี้ยังเริ่มแทรกตัวเข้าไปในสนามเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลด้วย ฟลาวิโอ โบลโซนาโร (Flavio Bolsonaro) วุฒิสมาชิกรายหนึ่งและบุตรชายของอดีตประธานาธิบดีโบลโซนาโร เป็นคู่แข่งหลักของลูล่าในการเลือกตั้งเดือนตุลาคม รัฐบาลบราซิลกล่าวในแถลงการณ์วันพุธว่า “ครอบครัวโบลโซนาโร” ทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในการผลักดันภาษีชุดนี้
อย่างไรก็ตาม ฟลาวิโอให้การต่อหน้าการพิจารณาของ USTR ว่า ภาษีดังกล่าวจะ “ยากที่จะย้อนกลับ” ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง และอาจมีผลต่อสมการทางการเมืองภายในประเทศ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/world/americas/article/3360774/rubio-says-25-us-tariffs-some-brazilian-goods-price-lulas-ego?module=top_story&pgtype=section