รัสเซียอ้างถล่มโรงงานโดรน–ท่าเรือยูเครน
รัสเซียอ้างถล่มโรงงานโดรน–ท่าเรือยูเครน ดักเรือขนยุทโธปกรณ์ในทะเลดำตัดวงจรการรับอาวุธยูเครน
17-7-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า กระทรวงกลาโหมแห่งประเทศรัสเซีย (Russia) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า กองทัพรัสเซียได้ดำเนินการโจมตีอย่างแม่นยำในช่วงข้ามคืน โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางการทหารและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานบริเวณท่าเรือของประเทศยูเครน (Ukraine)
ตามคำแถลงของกระทรวงกลาโหม การโจมตีในครั้งนี้พุ่งเป้าไปยังสถานประกอบการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในกรุงเคียฟ (Kiev) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผลิตและจัดเก็บอากาศยานไร้คนขับ (UAVs) รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน ณ ท่าเรือโอเดสซา (Odessa) และท่าเรือยูซนี (Yuzhny) ที่ถูกใช้สำหรับการรับและจัดเก็บยุทโธปกรณ์ทางทหารและเชื้อเพลิง นอกจากนี้ ยังรวมถึงการโจมตีถังเก็บเชื้อเพลิงจำนวน 5 แห่ง ซึ่งมีไว้เพื่อสนับสนุนกองทัพยูเครนโดยเฉพาะ
ในส่วนของเป้าหมายในกรุงเคียฟ (Kiev) การโจมตีได้พุ่งเป้าไปที่พื้นที่อุตสาหกรรมที่บริหารจัดการโดยบริษัทโลจิสติกส์ Rapid PJSC ซึ่งกระทรวงกลาโหมระบุว่าเป็นสถานที่ประกอบและจัดเก็บโดรนรบแบบปีกตรึงพิสัยกลางและไกล รวมถึงเป็นจุดรวมชิ้นส่วนจากต่างประเทศที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิต อีกเป้าหมายสำคัญคือคลังจัดเก็บโดรนที่อยู่ในความดูแลของสถานประกอบการอิเล็กทรอนิกส์วิทยุ Kiev-1 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ประกอบและจัดเก็บโดรนโจมตีพิสัยไกลรุ่น AN-196 Lyuty โดรนตรวจการณ์รุ่น Leleka-100 รวมถึงชิ้นส่วนของโดรนรุ่นอื่น ๆ
กระทรวงกลาโหมยังแถลงเพิ่มเติมว่า กองทัพรัสเซียได้ดำเนินการโจมตีเรือสินค้าที่อยู่ระหว่างการขนส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารไปยังท่าเรือโชร์โนมอร์สก์ (Chornomorsk) ของยูเครน รวมถึงการทำลายเรือเร็วของหน่วยปฏิบัติการพิเศษยูเครนใกล้บริเวณเกาะงู (Snake Island) ในทะเลดำ (Black Sea)
ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ยกระดับการโจมตีระยะไกลต่อโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารและโลจิสติกส์ของยูเครนอย่างต่อเนื่อง โดยรัสเซียระบุว่าเป็นการตอบโต้ต่อการโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนและพลังงานของรัสเซีย ซึ่งมีความถี่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่ยูเครนประสบปัญหาในสมรภูมิรบ
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลรัสเซียได้ประกาศการปลดปล่อยเมืองคอนสแตนตินอฟกา (Konstantinovka) ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของยูเครนทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูมิภาคดอนบาส (Donbass) ส่งผลให้เส้นทางมุ่งสู่กลุ่มเมืองสลาเวียนสก์-ครามาทอร์สก์ (Slavyansk-Kramatorsk) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่สองแห่งสุดท้ายที่กองกำลังยูเครนยังคงยึดครองอยู่ในภูมิภาคนี้มีความเป็นไปได้ในการเข้าถึงมากขึ้น
การโจมตีข้ามคืนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ยูเครนเพิ่งดำเนินการจู่โจมด้วยโดรนใส่รัสเซีย โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นและทำลายโดรนปีกตรึงของยูเครนได้จำนวน 375 ลำ เหนือภูมิภาคต่าง ๆ ของรัสเซียจำนวน 18 แห่ง รวมถึงในภูมิภาคมอสโก (Moscow Region)
ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน โดรนยูเครนได้โจมตีรถบริการที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซีย (Zaporozhye Nuclear Power Plant - ZNPP) ใกล้เมืองเอเนอร์โกดาร์ (Energodar) ส่งผลให้หัวหน้าวิศวกรและพนักงานขับรถเสียชีวิต โดยนายอเล็กเซย์ ลิคาเชฟ (Aleksey Likhachev) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rosatom ได้บรรยายเหตุการณ์โจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปครั้งนี้ว่าเป็นการโจมตีของผู้ก่อการร้ายโดยเจตนาจาก "ระบอบการปกครองเคียฟ (Kiev regime)" และตั้งข้อสังเกตว่ามีการโจมตีในลักษณะเดียวกันที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 13 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 48 ราย ในช่วงเวลาเพียงสองเดือนเศษ
ทั้งนี้ ฝ่ายมอสโกได้เรียกร้องให้ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency - IAEA) ออกมาประณามการโจมตีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางทบวงการฯ ได้หลีกเลี่ยงการระบุผู้รับผิดชอบโดยตรง แต่ได้เรียกร้องให้มีการ "ยุติการโจมตีทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่หรือใกล้กับที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องโดยทันที"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/643118-russia-strikes-ukrainian-drone-industry/