.
ซีอีโอ MDA Space ชี้ภัยขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกรัสเซีย–จีน กดดันทั่วโลกเร่งพัฒนา ระบบป้องกันภัยทางจากอวกาศ
9-10-2026
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ซีอีโอ MDA Space ชี้ภัยขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกรัสเซีย–จีน หนุนความจำเป็นระบบป้องกันจากอวกาศ
ไมค์ กรีนลีย์ (Mike Greenley) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MDA Space บริษัทเทคโนโลยีดาวเทียมจากแคนาดา กล่าวว่า ระบบป้องกันขีปนาวุธที่ใช้อุปกรณ์ประจำการในอวกาศกำลังเป็นทางเลือกที่นำมาใช้ได้จริงมากขึ้น ขณะที่ประเทศต่าง ๆ ต้องเผชิญภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนและก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกที่รัสเซียและจีนมีขีดความสามารถอยู่แล้ว
กรีนลีย์ให้สัมภาษณ์รายการ “Squawk Box Europe” เมื่อวันพฤหัสบดีว่า ดาวเทียมอาจมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นในการตรวจจับ ติดตาม และอาจรวมถึงการสกัดกั้นขีปนาวุธที่พุ่งเข้ามา พร้อมให้ความเห็นว่า ระบบลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนสูงกว่าเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูงประเภทอื่น
เขากล่าวว่า ระบบที่ใช้อุปกรณ์ในอวกาศสามารถตรวจจับและติดตามภัยคุกคามจากขีปนาวุธที่กำลังเข้ามา เพื่อให้ดำเนินการสกัดกั้นได้จากภาคพื้นดินหรือจากอวกาศ
กรีนลีย์เห็นว่าการมีเทคโนโลยีดังกล่าวกำลังมีความจำเป็นมากขึ้น เนื่องจาก “ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกมีความสำคัญมากขึ้น ขณะที่รัสเซียและจีนมีขีดความสามารถเหล่านี้”
“จากมุมมองของอเมริกาเหนือ การเฝ้าระวังภัยคุกคามที่อาจเข้ามาผ่านบริเวณขั้วโลกเหนือ และสามารถติดตามและสกัดกั้นภัยคุกคามนั้นได้ เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นจริงที่ต้องเผชิญ” เขากล่าว
MDA Space ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตรอนโต มีความเชี่ยวชาญด้านการสำรวจโลก ดาวเทียมเรดาร์ และดาวเทียมสื่อสาร อย่างไรก็ตาม กรีนลีย์เน้นย้ำถึงการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและภาคกลาโหม เช่นเดียวกับผู้บริหารรายอื่นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอวกาศ ท่ามกลางการทำสงครามสมัยใหม่ที่พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้นและมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
อาวุธในอวกาศและแผน Golden Dome สหรัฐฯ เพิ่งยืนยันเป็นครั้งแรกว่ามีอาวุธติดตั้งอยู่ในอวกาศ
ทรอย ไมน์ก (Troy Meink) รัฐมนตรีทบวงกองทัพอากาศสหรัฐฯ ยอมรับเมื่อเดือนกันยายนว่า “อาวุธสำหรับควบคุมอวกาศที่ประจำการอยู่ในวงโคจร” มีขีดความสามารถในการปกป้องกองกำลังสหรัฐฯ จากการกระทำที่เป็นภัยคุกคาม แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นอาวุธประเภทใด
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กำลังวางแผนพัฒนาระบบสกัดกั้นขีปนาวุธทิ้งตัวมูลค่า 185,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ชื่อ Golden Dome และเรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของสหรัฐฯ เป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2027
เมื่อถูกถามว่าองค์ประกอบของ Golden Dome ที่ประจำการในอวกาศอาจมีต้นทุนสูงเกินไปหรือไม่ กรีนลีย์กล่าวว่า การเฝ้าระวังและติดตามภัยคุกคามที่กำลังเข้ามามีทางเลือกบางอย่างที่ “คุ้มค่าด้านต้นทุนอย่างมาก”
“ระบบสกัดกั้นที่ประจำการในอวกาศ ซึ่งจัดวางไว้ให้สามารถทำลายขีปนาวุธหรือภัยคุกคามบางประเภทที่กำลังเข้าสู่ดินแดนของคุณ ไม่ได้มีต้นทุนสูงไปกว่าระบบอาวุธที่ซับซ้อนประเภทอื่น หรือระบบเฝ้าระวังและป้องกันประเภทอื่น” เขากล่าว
ผู้บริหารรายอื่นในอุตสาหกรรมแสดงความเห็นในทิศทางเดียวกัน โดยเน้นย้ำว่าขีดความสามารถด้านอวกาศกำลังกลายเป็นทรัพยากรสำคัญอย่างยิ่งทางทหาร
ราฟาล มอดเชฟสกี (Rafal Modrzewski) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ICEYE ให้สัมภาษณ์ CNBC เมื่อเดือนสิงหาคมว่า บทบาทของอวกาศกำลังเปลี่ยนจากขีดความสามารถที่ทำหน้าที่เพียงสนับสนุนปฏิบัติการทางทหาร ไปเป็น “ทรัพยากรหลักที่จะเป็นตัวกำหนดว่าใครจะชนะหรือแพ้”
ความต้องการเครือข่ายดาวเทียมที่ประเทศควบคุมได้เองเพิ่มขึ้น
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลทั่วโลกมองเทคโนโลยีอวกาศว่ามีความสำคัญมากขึ้นต่อการรักษาอธิปไตย โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงบทบาทที่ครองความได้เปรียบของ SpaceX บริษัทที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ และ Starlink ซึ่งเป็นบริการดาวเทียมของบริษัท
กรีนลีย์กล่าวว่า ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากรัฐบาลและภาคธุรกิจซึ่งต้องการลดการพึ่งพา Starlink ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ประกอบกับความมุ่งหมายของประเทศต่าง ๆ ที่จะพัฒนาเครือข่ายสื่อสารผ่านดาวเทียมที่ตนเองควบคุมได้ อาจผลักดันให้มีการส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศเพื่อจัดตั้งเครือข่ายคู่แข่งจำนวนมากในช่วง 5–7 ปีข้างหน้า
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.cnbc.com/2026/10/08/space-missile-defense-interceptors-russia-china.html