.
ระเบียบโลกถูกท้าทาย 'ประชาคมโลกแตกเป็น 3 ฝ่าย' หนุน- คัดค้าน -เป็นกลาง หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการชิงตัว “มาดูโร” ขึ้นศาลนิวยอร์ก
5-1-2026
ระเบียบโลกถูกตั้งคำถามอีกครั้ง เมื่อปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา เพื่อนำตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ขึ้นศาลที่นิวยอร์ก ไม่ได้สะเทือนเฉพาะกรุงการากัส แต่ลุกลามกลายเป็นสนามทดสอบจุดยืนของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกด้วย ประชาคมระหว่างประเทศแบ่งออกเป็นสามกลุ่มชัดเจน ตั้งแต่ชาติที่ออกมาประณามว่าเป็นการรุกรานและละเมิดอธิปไตย ประเทศที่สนับสนุนหรือยินดีกับการโค่นผู้นำที่มองว่าไร้ความชอบธรรม ไปจนถึงกลุ่มที่เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ โดยพยายามรักษาระยะห่างไม่เลือกข้างอย่างเปิดเผย
สังคมโลกแตกเป็น 3 ฝ่าย รับมือสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา จับ “มาดูโร” ขึ้นศาลนิวยอร์ก
ประชาคมระหว่างประเทศตอบสนองอย่างแตกแยกต่อปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาที่โจมตีเป้าหมายในกรุงการากัสและนำตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ไปยังนครนิวยอร์กเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมสหรัฐฯ โดยมีทั้งประเทศที่ออกมาประณามอย่างรุนแรง กลุ่มที่สนับสนุนหรือมองในเชิงบวก และกลุ่มที่เลือกยืนบนจุดยืน “กลาง” เน้นย้ำให้เคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ
ละตินอเมริกาแตกเสียง บราซิล–เม็กซิโกประณาม สายใกล้ชิดสหรัฐฯ หนุน
ในภูมิภาคละตินอเมริกา หลายประเทศออกมาประณามการโจมตีของสหรัฐฯ ว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของเวเนซุเอลาอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะบราซิล เม็กซิโก ชิลี และโคลอมเบีย ซึ่งผู้นำใช้ถ้อยคำตั้งแต่ “ข้ามเส้นที่ยอมรับได้” ไปจนถึง “คุกคามสันติภาพของภูมิภาค” พร้อมเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารและหันกลับสู่การแก้ไขปัญหาด้วยวิถีการเมือง
คิวบาซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของเวเนซุเอลาใช้ถ้อยคำแข็งกร้าวที่สุด โดยระบุว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ เป็น “อาชญากรรม” และเป็น “การก่อการร้ายโดยรัฐ” ต่อละตินอเมริกา พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกตอบโต้และปกป้องเวเนซุเอลาจากการแทรกแซงจากภายนอก
อย่างไรก็ตาม มีบางประเทศในภูมิภาค เช่น อาร์เจนตินา ปานามา ปารากวัย และเอลซัลวาดอร์ ที่แสดงท่าทีสนับสนุนหรือยินดีกับการจับกุมมาดูโร โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลของเขาไม่มีความชอบธรรมจากการเลือกตั้ง และมองว่าการแทรกแซงครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “การฟื้นฟูประชาธิปไตย” และหลักนิติธรรมในเวเนซุเอลา
รัสเซีย–จีน–อิหร่าน ชี้ “การรุกราน” ละเมิดอธิปไตย สร้างแบบอย่างอันตราย
รัสเซียออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐฯ ว่าทำ “การรุกรานด้วยอาวุธ” ต่อเวเนซุเอลาโดยปราศจากมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และไม่มีฐานทางกฎหมาย พร้อมย้ำสนับสนุนรัฐบาลและประชาชนเวเนซุเอลาและเตือนว่าเหตุการณ์นี้คือการละเมิดกฎบัตรยูเอ็นอย่างชัดเจน
จีนระบุว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ เป็น “การละเมิดอธิปไตยและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง” เรียกร้องให้วอชิงตันยุติการใช้กำลัง และเตือนว่าการโจมตีเช่นนี้คุกคามสันติภาพและเสถียรภาพของละตินอเมริกาและแคริบเบียน พร้อมเน้นว่าทุกประเทศควรเคารพความเท่าเทียมกันในอธิปไตยของรัฐ
อิหร่านก็ประณามอย่างแข็งกร้าวในลักษณะเดียวกัน โดยเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างโจ่งแจ้ง” และเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นดำเนินการห้ามการโจมตีและนำผู้รับผิดชอบเข้าสู่ความรับผิดในระดับสากล
UN-ยูเอ็น–ยุโรปห่วง “แบบอย่างใหม่” เน้นหยุดยกระดับความรุนแรง
ในระดับพหุภาคี เลขาธิการสหประชาชาติออกแถลงการณ์แสดง “ความกังวลอย่างยิ่งลึก” ต่อการยกระดับสถานการณ์ในเวเนซุเอลา โดยชี้ว่าการใช้กำลังของสหรัฐฯ อาจเป็น “แบบอย่างที่อันตราย” ต่อระเบียบระหว่างประเทศ และเสี่ยงเปิดช่องให้การใช้กำลังข้ามพรมแดนถูกอ้างความชอบธรรมด้วยเหตุผลทางการเมืองหรือความมั่นคง
ยูเอ็นเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎบัตรสหประชาชาติ โดยเฉพาะหลักห้ามใช้กำลังในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ และเน้นย้ำให้ใช้แนวทางเจรจาทางการเมืองและกลไกสากลในการจัดการกับข้อกล่าวหาต่อมาดูโร แทนการดำเนินการฝ่ายเดียวของมหาอำนาจ ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงกำหนดประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือกรณีนี้
รัฐบาลยุโรปหลายประเทศตามรายงานรวม เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส และสเปน แสดงท่าทีคล้ายกัน คือเรียกร้องให้ลดความตึงเครียดและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ บางประเทศตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของการใช้กำลังของสหรัฐฯ แต่หลีกเลี่ยงการประณามตรง ๆ ต่างจากรัสเซียและจีน
ไทย–เอเชียเลือกถ้อยคำกลาง เน้นกฎหมายระหว่างประเทศและดูแลพลเมือง
ฝั่งเอเชีย หลายประเทศยึดท่าทีค่อนข้างระมัดระวัง โดยเน้นหลักการกฎหมายระหว่างประเทศและการคุ้มครองพลเมืองของตนเป็นหลักมากกว่าการเลือกฝ่าย
สำหรับไทย กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อการใช้กำลังในเวเนซุเอลา เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎบัตรสหประชาชาติและหันสู่การแก้ไขสถานการณ์ผ่านแนวทางสันติ พร้อมระบุว่ารัฐบาลได้เตรียมแผนดูแลและอพยพคนไทยในเวเนซุเอลา หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
ขณะที่ประเทศเอเชียอื่น ๆ เช่น สิงคโปร์และรัฐในเอเชียตะวันออกบางส่วน ใช้ถ้อยคำคล้ายกันคือ “กังวลอย่างยิ่ง” ต่อความตึงเครียด เรียกร้องให้เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของเวเนซุเอลา แต่ไม่กล่าวถึงสหรัฐฯ ในลักษณะประณามโดยตรง
โลกเผชิญคำถามใหม่: การใช้กำลังเพื่อ “โค่นผู้นำ” ยังยอมรับได้แค่ไหน?
ท่าทีที่แตกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ฝ่ายประณามการรุกราน ฝ่ายที่สนับสนุนการโค่นผู้นำที่มองว่าไร้ความชอบธรรม และฝ่ายที่เน้นกติกาสากล สะท้อนความตึงเครียดในระเบียบโลกยุคใหม่ ที่มหาอำนาจยังคงใช้เครื่องมือทางทหารจัดการกับรัฐบาลที่ตนมองว่าเป็นภัยคุกคาม ขณะที่อีกหลายประเทศเกรงว่าการยอมรับการกระทำดังกล่าวจะบั่นทอนหลักอธิปไตยและความมั่นคงของตนเองในระยะยาว
สำหรับประเทศขนาดกลางและเล็ก การถกเถียงเรื่องความชอบธรรมของปฏิบัติการในเวเนซุเอลาจึงไม่ใช่เพียงการประเมินข่าวต่างประเทศ แต่เกี่ยวพันถึงคำถามว่า หากแบบอย่างนี้ถูกใช้ซ้ำในภูมิภาคอื่น ๆ วันหนึ่งกติกาเดียวกันอาจย้อนกลับมากระทบตนเองได้อย่างไร
---
IMCT NEWS
ที่มา
ลิงก์ข่าวต่างประเทศที่ใช้ประกอบ
Reuters – World reacts to US strikes on Venezuela
https://www.reuters.com/world/americas/world-reacts-us-strikes-venezuela-2026-01-03/
BBC – World leaders react to US attack on Venezuela
https://www.bbc.com/news/articles/czx1rpxzyx9o
Al Jazeera – World reacts to US bombing of Venezuela, ‘capture’ of Maduro
https://www.aljazeera.com/news/2026/1/3/world-reacts-to-reported-us-bombing-of-venezuela
Anadolu Agency – Latin American countries divided on US military strikes on Venezuela
https://www.aa.com.tr/en/americas/latin-american-countries-divided-on-us-military-strikes-on-venezuela/3788337
UN News – US actions in Venezuela ‘constitute a dangerous precedent’
https://news.un.org/en/story/2026/01/1166698
International reactions overview (Wikipedia)
https://en.wikipedia.org/wiki/International_reactions_to_the_2026_United_States_strikes_in_Venezuela