ราคาทองคำยุคสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน
Thailand
ราคาทองคำยุคสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน ชี้สงครามหนุนแค่ชั่วคราว นโยบายการเงินคือกลไกขับเคลื่อนตลาด จับตาฟองสบู่หนี้–เงินเฟ้อรอบใหม่หนุนทองพุ่งระยะยาว
5-3-2026
Money Metals รายงานว่า ท่ามกลางสถานการณ์การปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างสหรัฐฯ (US) และอิหร่าน (Iran) ตลาดทองคำโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาทองคำได้พุ่งทะยานขึ้นเหนือระดับ 5,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ในช่วงสั้นๆ เพื่อตอบรับสถานะ "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe Haven) อย่างไรก็ตาม ในวันอังคารราคากลับปรับตัวลดลงเนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไว้เป็นเวลานานกว่าที่คาด
บทวิเคราะห์ย้อนหลังตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ชี้ให้เห็นว่า สงครามเพียงอย่างเดียวมักสร้างแรงกระเพื่อมต่อราคาทองคำเพียงชั่วคราวในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งเท่านั้น เช่นเหตุการณ์ Operation Desert Shield ในปี 1989 ที่ทองคำพุ่งขึ้น 15-20% หรือช่วงเริ่มต้นของสงครามรัสเซีย-ยูเครน (Russia-Ukraine) ที่ราคาพุ่งทะลุ 2,000 ดอลลาร์ แต่เมื่อสงครามยืดเยื้อออกไป ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ย จะกลับเข้ามามีบทบาทเหนือเหตุการณ์ในสนามรบ
ความน่าสนใจของสงครามครั้งนี้อยู่ที่สภาวะ "หลุมดำแห่งหนี้สาธารณะ" (Debt Black Hole) ของสหรัฐฯ ที่รุนแรงกว่าในอดีต สงครามเป็นกิจกรรมที่ใช้ต้นทุนมหาศาล ซึ่งมักนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของหนี้สินและการพิมพ์เงินเพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายของรัฐบาล หากสงครามกับอิหร่านยืดเยื้อจนกลายเป็น "สงครามเวียดนาม" (Vietnam) ยุคใหม่ อาจบีบให้ธนาคารกลางต้องกลับมาใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินแบบเชิงรุก (Quantitative Easing - QE) และลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อประคองภาระหนี้ ซึ่งสภาวะ "ดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ" (Negative Real Interest Rates) นี้เองที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนทองคำให้เป็นขาขึ้นอย่างแท้จริง
นักวิเคราะห์ระบุว่า ทองคำจะทำผลงานได้ดีที่สุดในช่วงสงครามที่ยืดเยื้อควบคู่ไปกับการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เช่นในช่วงปี 2001-2011 ที่ทองคำพุ่งจาก 250 ดอลลาร์ไปสู่ระดับกว่า 1,900 ดอลลาร์ จากแรงหนุนของสงครามในอัฟกานิสถานและอิรัก ผสมโรงกับวิกฤตการเงินปี 2008 ที่ทำให้มีการลดดอกเบี้ยเหลือ 0%
ในบทสรุป แม้สงครามกับอิหร่านจะสร้างความผันผวนในระยะสั้น แต่ทิศทางในระยะยาวของทองคำขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐฯ จะจัดการกับสภาวะเงินเฟ้อและภาระหนี้มหาศาลท่ามกลางการใช้จ่ายเพื่อการสงครามได้อย่างไร หากเศรษฐกิจที่เปราะบางไม่สามารถทนต่ออัตราดอกเบี้ยระดับสูงได้ การกลับมาของนโยบายพิมพ์เงินจะเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ส่งให้ราคาทองคำพุ่งทะยานทำสถิติใหม่ในอนาคตอันใกล้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.moneymetals.com/news/2026/03/03/how-has-war-impacted-the-gold-price-in-the-modern-era-004733
© Copyright 2020, All Rights Reserved