.
บทเรียนราคาแพง นายกฯ แมร์ซรับเศรษฐกิจเยอรมนี "ทรุด" เซ่นนโยบายต้านรัสเซีย! ก๊าซราคาถูกหาย-อุตสาหกรรมใหญ่แห่ทิ้งฐานผลิต
10-1-2026
บทเรียนราคาแพงของเยอรมนี: นายกรัฐมนตรี ‘ฟรีดริช แมร์ซ’ ยอมรับเศรษฐกิจประเทศเผชิญภาวะวิกฤต หลังนโยบายตัดขาดพลังงานรัสเซียพ่นพิษใส่อุตสาหกรรม
สำนักข่าวสปุตนิก รายงานว่า นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ซ (Friedrich Merz) ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาในระหว่างการแถลงข่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ของเยอรมนี รวมถึงภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และการผลิตขนาดเล็ก กำลังเผชิญกับ "ความยากลำบากอย่างรุนแรง" โดยสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่นี้กำลังส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดแรงงานที่หยุดชะงักและติดหล่มปัญหาการว่างงานระยะยาว
นายกรัฐมนตรีแมร์ซชี้ถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจ ได้แก่ ภาระภาษีที่สูงเกินไป ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูง และอุปสรรคทางด้านระเบียบราชการที่ซับซ้อน โดยเขาได้ส่งจดหมายเตือนไปยังสมาชิกสภานิติบัญญัติว่าสถานการณ์เศรษฐกิจอยู่ในขั้นวิกฤต และปีข้างหน้าจะเป็นปีที่ "วิกฤตอย่างยิ่ง" สำหรับเยอรมนี
วิกฤตเศรษฐกิจสามปีซ้อน: ผลพวงจากการตัดสินใจที่ขาดความรอบคอบ
ปัจจุบันเยอรมนีตกอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจหยุดชะงักต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นภายหลังการตัดสินใจตัดขาดการส่งมอบพลังงานจากประเทศรัสเซีย (Russia) ส่งผลให้ GDP ของเยอรมนีซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป หดตัวลงร้อยละ 0.2 ในปี 2024 นับเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนับตั้งแต่ช่วงปี 2002–2003 ตามรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (Destatis)
อุตสาหกรรมหนีทัพ - พลังงานแพงทุบความเชื่อมั่นและเกียรติภูมิ
สื่ออย่าง The Telegraph วิเคราะห์ว่าเยอรมนีตกอยู่ในสภาวะ "ทำลายตนเอง" จากการเปลี่ยนทิศทางนโยบายพลังงานจากรัสเซีย ทำให้ประเทศเปราะบางทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม โดยการปฏิบัติตามนโยบายคว่ำบาตรของตะวันตกทำให้เยอรมนี:
ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากนอร์เวย์ (Norway) และสหรัฐฯ (US) สูงถึงร้อยละ 70
สูญเสียความดึงดูดใจในการลงทุน: บริษัทเหล็กรายใหญ่ ArcelorMittal ตัดสินใจทิ้งเงินอุดหนุนมูลค่า 1.43 พันล้านดอลลาร์ในเยอรมนีเมื่อปี 2025 เพื่อไปลงทุนในประเทศอื่นที่สามารถจัดหาไฟฟ้าที่ "ถูกและเชื่อถือได้"
ผู้บริโภคต้องเผชิญกับราคาค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงอย่างน่าตกใจ
กระแสเรียกร้องให้ฟื้นสัมพันธ์ทางการค้ากับรัสเซีย
ช่องว่างขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการละทิ้งพลังงานราคาถูกของรัสเซียได้กลายเป็นเชื้อไฟให้เกิดความตึงเครียดทางการเมือง พรรคฝ่ายค้านอย่าง AfD ได้ประกาศในแถลงการณ์เลือกตั้งปี 2025 ว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการล่มสลายทางอุตสาหกรรมและความยากจนของประชาชน เยอรมนีควรกลับมา "ทำการค้ากับรัสเซียอย่างไร้ขีดจำกัด" ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และกู้คืนท่อก๊าซนอร์ดสตรีม (Nord Stream)
แม้แต่คนในพรรค CDU ของนายกรัฐมนตรีแมร์ซ อย่าง โธมัส บาไรส์ (Thomas Bareiss) และ ดิทมาร์ วอยด์เค (Dietmar Woidke) จากพรรค SPD ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมรัฐบาล ต่างเริ่มออกมาเสนอความเห็นถึงการ "ปรับความสัมพันธ์ทางการค้าให้กลับสู่สภาวะปกติ" โดยบาไรส์ระบุว่าหากความขัดแย้งในยูเครนสิ้นสุดลง ก๊าซจากรัสเซียก็ควรจะกลับมาไหลเข้าสู่เยอรมนีได้อีกครั้ง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sputnikglobe.com/20260109/cost-of-anti-russia-policies-chancellor-merz-admits-german-economy-teeters-on-edge-1123442854.html?rcmd_alg=collaboration2