.
สหรัฐฯ ถอนกำลังบางส่วนจากฐานทัพกาตาร์ หวั่นอิหร่านเปิดฉากตอบโต้ หลัง ‘ทรัมป์’ ส่งสัญญาณโจมตีเตหะราน เร็วๆ นี้
15-12-2026
FT รายงานว่า วอชิงตันเริ่มอพยพกำลังพลบางส่วนออกจากฐานทัพอากาศ Al Udeid ในกาตาร์ ท่ามกลางความกังวลต่อความเป็นไปได้ของการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ ซึ่งอาจจุดชนวนให้เกิดความปั่นป่วนวงกว้างทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ฐาน Al Udeid ซึ่งเป็นกองบัญชาการปฏิบัติการทางทหาร ระดับภูมิภาคของสหรัฐฯ ปัจจุบันมีกำลังทหารสหรัฐฯ ประจำการราว 8,000–10,000 นาย และถือเป็นฐานทัพสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุเมื่อวันพุธว่า “มีบางส่วน” ของกำลังพลที่ถูกเคลื่อนย้ายออกจากฐานดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ประเทศอาหรับรายหนึ่งอธิบายการถอนกำลังบางส่วนนี้ว่าเป็น “มาตรการเชิงป้องกันในตอนนี้” ด้านรัฐบาลกาตาร์ยืนยันว่าเป็นมาตรการที่ดำเนินการ “เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคปัจจุบัน”
เงื่อนไขตึงเครียดจากวิกฤตอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวด้านการทหารของสหรัฐฯ เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า ความไม่มั่นคงภายในอิหร่านอาจลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เดินหน้าทำตามคำมั่นจะเข้าแทรกแซงสนับสนุนการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ปะทุขึ้นทั่วสาธารณรัฐอิสลามนับจากเดือนธันวาคม กลุ่มสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อยหลักพัน และมีผู้ถูกจับกุมหลายหมื่นคน ทำให้วิกฤตครั้งนี้ถูกเปรียบเทียบว่าเป็นความไม่สงบต่อต้านระบอบครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979
อิหร่านเคยยิงขีปนาวุธถล่มฐาน Al Udeid เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้การที่สหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงสงคราม 12 วันระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล นับเป็นพัฒนาการสำคัญที่ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านเร่งบทบาทไกล่เกลี่ยในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
บทบาทชาติเพื่อนบ้านและการปรับกำลังสหรัฐฯ
เจ้าหน้าที่อ่าวอาหรับระบุว่าสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนย้ายทรัพย์สินทางทหารทางอากาศบางส่วนออกจากภูมิภาค เพื่อ “หลีกเลี่ยงการอยู่ในระยะยิง” หากอิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน อิหร่านได้เปิดการหารือกับกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และตุรกี ซึ่งต่างเป็นประเทศที่มีฐานทัพสหรัฐฯ สำคัญตั้งอยู่
ผู้แทนอิหร่านรายหนึ่งระบุว่า เตหะรานกำลังติดตามสถานการณ์ที่ฐาน Al Udeid อย่างใกล้ชิดและพร้อมใช้ “มาตรการตอบโต้” หากเกิดการโจมตี พร้อมปฏิเสธความหมายของความพยายามไกล่เกลี่ยโดยกาตาร์หรือประเทศอื่น โดยชี้ว่าสหรัฐฯ “ไม่ได้มีความจริงใจ” ต่อการเจรจาในสถานการณ์ปัจจุบัน เขายังเรียกร้องให้ประเทศในภูมิภาค “อย่าเปิดให้ดินแดนของตนถูกใช้เป็นฐานโจมตีประเทศอื่น” เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองตกเป็นเป้าการตอบโต้
สัญญาณจากทรัมป์และแรงกดดันทางการเมือง
ทรัมป์เมื่อวันอังคารส่งสัญญาณว่าการปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในน่านฟ้าอิหร่านอาจใกล้เกิดขึ้น โดยโพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า “HELP IS ON ITS WAY” (ความช่วยเหลือกำลังมาถึง) พร้อมประกาศยกเลิกการพบกับเจ้าหน้าที่อิหร่านทั้งหมดจนกว่า “การสังหารผู้ประท้วงอย่างไร้เหตุผล” จะยุติลง และเตือนว่าจะ “ใช้มาตรการที่รุนแรงมาก” หากรัฐบาลเตหะรานเดินหน้าประหารผู้ถูกจับกุมจากการประท้วง แหล่งข่าวด้านสิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯ ชี้ว่ามีการเกรงว่าจะมีผู้ถูกประหารเพิ่ม ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้วอชิงตันต้องตอบสนอง
แม้รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ จะให้อำนาจสภาคองเกรสเป็นผู้ประกาศสงครามแต่เพียงผู้เดียว แต่นักกฎหมายระบุว่าบทบาทดังกล่าวค่อย ๆ ถูกลดทอน โดยแมทธิว แวกซ์แมน (Matthew Waxman) ประธานโครงการกฎหมายความมั่นคง มหาวิทยาลัย Columbia Law School กล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แทบทุกสมัยใช้อำนาจกว้างขวางในการใช้กำลังทหารในต่างประเทศเพื่อปกป้องและส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติ เขาระบุด้วยว่า แม้สภาคองเกรสจะสามารถใช้กลไกกฎหมายและงบประมาณเพื่อสร้างกลไกคานอำนาจ แต่ “การตรวจสอบประธานาธิบดีคนนี้เป็นเรื่องยากเป็นพิเศษ” และต้องอาศัย “เจตจำนงทางการเมือง” อย่างมากจากฝ่ายนิติบัญญัติ
ความกังวลของอ่าวอาหรับและความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์
เจ้าหน้าที่ในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับยืนยันว่า พวกเขาจะปฏิเสธคำขอของสหรัฐฯ หากถูกขอใช้ดินแดนเพื่อโจมตีอิหร่าน แม้ซาอุดีอาระเบียและประเทศเพื่อนบ้านจะพอใจต่อการที่อิหร่านอ่อนแอลง แต่ก็หวั่นเกรงผลกระทบจากการแทรกแซงทางทหารของสหรัฐฯ ที่อาจทำให้ภูมิภาคไร้เสถียรภาพยิ่งขึ้น แหล่งข่าวใกล้ชิดรัฐบาลซาอุฯ ระบุว่า ริยาดไม่ได้คาดหวังว่าการประท้วงจะพัฒนาไปถึงขั้นโค่นล้มระบอบ แต่ยอมรับความกังวลอย่างกว้างขวางว่ารัฐบาลเตหะรานซึ่งเผชิญแรงกดดันทั้งภายในและภายนอกอาจตอบโต้ด้วยการใช้กำลังทางทหารต่อประเทศเพื่อนบ้าน
อาลี ชัมคานี (Ali Shamkhani) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของผู้นำสูงสุดอิหร่าน เตือนผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า สหรัฐฯ ไม่ควรมองข้าม “เจตจำนงและศักยภาพที่แท้จริงของอิหร่านในการตอบโต้การรุกรานทุกรูปแบบ” ขณะที่เจ้าหน้าที่อ่าวอาหรับอีกรายชี้ว่า แม้ขีดความสามารถของอิหร่านในการสร้างความเสียหายอาจลดลงเมื่อเทียบกับในอดีต แต่สหรัฐฯ ก็ยังต้องระมัดระวัง เพราะ “ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าอิหร่านจะตอบสนองอย่างไร” หากเกิดการโจมตี
อิหร่านเคยขู่จะปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นจุดคอขวดสำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก ทำให้เจ้าหน้าที่อาหรับอีกคนหนึ่งกล่าวว่า ความพยายามทางการทูตในขณะนี้มุ่ง “ลดอุณหภูมิ” เพื่อไม่ให้อิหร่าน “เล่นไพ่ฮอร์มุซ” เพราะนั่นคือจุดที่ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานโลกจะรุนแรงที่สุด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.ft.com/content/bbde5a65-00a5-44a3-935b-1948fde0a307