.
ความเชื่อมั่นต่ออิทธิพลรัสเซียสั่นคลอน? เมื่อปูตินโฟกัสแค่ยูเครน ทิ้งพันธมิตร 'เวเนฯ-อิหร่าน-คิวบา' ให้กลายเป็นโดมิโนตัวถัดไป"
15-1-2026
SCMP รายงานว่า ในขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน จดจ่อกับสงครามของมอสโกในยูเครน บรรดาพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของรัสเซียในภูมิภาคต่าง ๆ กลับรู้สึกถูกทอดทิ้ง หรือหนักกว่านั้นคือเริ่มตั้งคำถามถึงคุณค่าของการพึ่งพารัสเซีย ในเวเนซุเอลา เจ้าหน้าที่รัฐบาลประเมินกันเองแล้วว่า ความร่วมมือด้านความมั่นคงที่สั่งสมกับมอสโกตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็นเพียง “เสือกระดาษ” ที่ให้ความมั่นใจมากกว่าความคุ้มกันจริง
เวเนซุเอลา: ความล้มเหลวด้านข่าวกรอง–ระบบป้องกันภัยทางอากาศรัสเซีย
เวเนซุเอลากลายเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังที่สุดของ “การขาดความใส่ใจ” จากมอสโก เมื่อการควบคุมตัวนิโกลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ผู้นำเวเนซุเอลาในนิวยอร์ก ทำให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของประเทศต้องทบทวนอย่างเจ็บปวดว่าระบบความปลอดภัยที่อิงคิวบาและรัสเซียแทบไม่สามารถปกป้องผู้นำได้เลย เจ้าหน้าที่ในคาราคัสกล่าวโดยไม่เปิดเผยชื่อว่า แม้โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณซ้ำ ๆ ว่าตั้งใจปลดมาดูโรออกจากอำนาจ แต่หน่วยข่าวกรองคิวบาและรัสเซียที่เวเนซุเอลาใช้เป็น “กระดูกสันหลังด้านความมั่นคง” กลับไม่สามารถระบุช่องโหว่ หรือข้อมูลเชิงเฉพาะเกี่ยวกับภัยคุกคามที่แท้จริงต่อผู้นำได้
ความล้มเหลวถูกซ้ำเติมด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า หน่วยข่าวกรองคิวบาเป็นผู้รับผิดชอบส่วนใหญ่ต่อความปลอดภัยส่วนตัวของมาดูโร โดยสมาชิกในทีมคุ้มกันส่วนตัวจำนวนมากเป็นเจ้าหน้าที่คิวบา ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขที่รัฐบาลคิวบาประกาศว่ามีชาวคิวบา 32 คนเสียชีวิตในปฏิบัติการของสหรัฐฯ ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เวเนซุเอลายอมรับตรง ๆ ว่า “ความไว้วางใจระหว่างเวเนซุเอลากับคู่หูด้านความมั่นคงจากคิวบาแทบไม่เหลืออยู่แล้ว”
จุดอ่อนระบบ S-300–ไซเบอร์ของรัสเซียในเวเนซุเอลา
เวเนซุเอลายังชี้นิ้วไปที่ความล้มเหลวของระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-300 และ Buk-M2 ที่จัดหาจากรัสเซีย ในการปกป้องน่านฟ้าของประเทศ เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่ามอสโกไม่ได้จัดให้มีการสนับสนุนด้านเทคนิคอย่างเพียงพอในการดูแลให้ระบบดังกล่าวพร้อมปฏิบัติการอย่างเต็มประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุ
ด้านความมั่นคงไซเบอร์ เวเนซุเอลาพึ่งพาทีมเทคนิคจากรัสเซียเป็นหลัก แต่กลับพบว่าระบบป้องกันไม่สามารถต้านทานการโจมตีไซเบอร์ของสหรัฐฯ ได้ โดยมีสัญญาณว่าไซเบอร์แอทแท็กของสหรัฐฯ มีส่วนทำให้กระแสไฟฟ้าถูกตัดขาดในหลายพื้นที่ของกรุงคาราคัสในระหว่างปฏิบัติการ ผลที่ตามมาคือ การพังทลายของความเชื่อมั่นต่อ “หุ้นส่วนความมั่นคงสามเส้า” ระหว่างเวเนซุเอลา คิวบา และรัสเซียอย่างรุนแรง
คิวบา–อิหร่าน: วิกฤตเศรษฐกิจ–การทิ้งระยะห่างจากมอสโก
ในฮาวานา การขาดผู้หนุนหลังที่แข็งแรงทำให้คิวบากำลังเผชิญวิกฤตด้านมนุษยธรรมรุนแรง โดยผู้สังเกตการณ์บางรายมองว่าเกาะแห่งนี้อาจเป็น “โดมิโนตัวต่อไป” ที่ล้มลงภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมือง ขณะที่ในตะวันออกกลาง อิหร่านถูกโจมตีทางทหารจากสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว และผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) กำลังเผชิญแรงกดดันจากการประท้วงภายในประเทศในระดับที่มีนัยเชิง “อยู่รอดของระบอบ” ควบคู่กับความเสี่ยงต่อการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ รอบใหม่
แม้เจ้าหน้าที่รัสเซียยอมรับอย่างไม่เป็นทางการว่า ความร่วมมือกับอิหร่านมีน้ำหนักเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าเวเนซุเอลา ทั้งในมิติการทหารและพลังงาน แต่ก็เห็นพ้องกันว่ามอสโกมีขีดความสามารถจำกัดในการเข้าไปช่วยเหลือเตหะรานอย่างลึกซึ้ง เนื่องจากทรัพยากรจำนวนมากถูกเทลงในสมรภูมิโดยตรงกับยูเครน
มาดูโรถูกจับ–มอสโกหันไปให้ความสำคัญสัมพันธ์กับสหรัฐฯ
ปูตินยังไม่ออกมาแสดงจุดยืนต่อปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาโดยตรง มีเพียงกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียที่ออกแถลงการณ์ในเชิงพิธีการว่า การดำเนินการดังกล่าวขัดต่อหลักการสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศ แหล่งข่าวใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่รัสเซียระบุว่า มอสโกไม่พอใจที่ทรัมป์เดินหน้าแผนจับกุมมาดูโร แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ยอมรับว่า ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ณ ตอนนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าเวเนซุเอลา
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งใกล้ชิดกับมุมมองของเครมลินระบุว่า การถูกจับกุมของมาดูโรเป็นเรื่อง “ไม่สบายใจ” สำหรับรัสเซีย แต่ยังไม่ถึงขั้น “หายนะ” ขณะที่กรณีอิหร่านถือเป็นโจทย์ใหญ่กว่า เพราะระดับความร่วมมือที่ลึกกว่าและเกี่ยวพันโดยตรงกับความมั่นคงภูมิภาคตะวันออกกลาง
พันธมิตรเผด็จการสะท้อนสัญญาณเสื่อมถอยอิทธิพลรัสเซีย
นักวิเคราะห์บางรายระบุว่า แม้มอสโกยังคงแสดงการสนับสนุนทางการทูตต่ออิหร่านในที่สาธารณะ แต่ในทางปฏิบัติรัสเซียไม่น่าจะเข้าไปเกี่ยวพันเชิงลึกเพื่อช่วยเตหะรานรับมือกับการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ เนื่องจากทั้งข้อจำกัดด้านกำลังและความจำเป็นต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อหาทางออกในยูเครน สิ่งนี้ถูกมองว่าเป็นลางไม่ดีสำหรับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์อื่น ๆ ของรัสเซีย และยิ่งทำให้เครมลินเห็นความจำเป็นที่จะต้อง “เอาชนะในยูเครนให้ได้เต็มรูปแบบ โดยไม่แลกด้วยข้อยอมจำนนบนโต๊ะเจรจา” เพื่อรักษาภาพลักษณ์และอำนาจต่อรองระดับโลก
ในอีกมิติหนึ่ง การที่มอสโกถูกมองว่ายอมปล่อยพันธมิตรสำคัญให้เผชิญวิกฤตเพียงลำพัง ยังซ้ำเติมความท้าทายต่อความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการผลักดันข้อตกลงสันติภาพในยูเครน เพราะยิ่งปูตินรู้สึกว่าต้อง “ชดเชยความสูญเสียด้านอิทธิพลนอกภูมิภาค” เท่าไร โอกาสที่รัสเซียจะยอมอ่อนข้อบนสมรภูมิยุโรปตะวันออกก็ยิ่งริบหรี่มากขึ้นเท่านั้น
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/world/russia-central-asia/article/3339890/how-putins-focus-ukraine-war-leaves-allies-venezuela-iran-and-cuba-exposed?module=perpetual_scroll_0&pgtype=article