.
'ปูติน' เงียบแต่ได้เปรียบ? รัสเซียสงวนท่าที 'ปมทรัมป์ยึกกรีนแลนด์' ปล่อยยุโรปปะทะสหรัฐฯ หวังเห็นรอยร้าวใน NATO ลึกจนประสานไม่ติด
16-1-2026
CNBC รายงานว่า ความเงียบของมอสโกต่อดีลกรีนแลนด์ของทรัมป์ เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ ต้อง “เทกโอเวอร์” กรีนแลนด์ในนามความมั่นคงแห่งชาติ โดยอ้างว่ามีเรือจีนและรัสเซีย “เต็มไปทั่ว” ในอาร์กติก คำพูดนี้กระตุ้นให้กระทรวงการต่างประเทศจีนออกมาตอบโต้ทันที กล่าวหาว่าวอชิงตันนำ “ภัยคุกคามจีน” มาเป็นข้ออ้างเพื่อหาประโยชน์ฝ่ายเดียว
ตรงกันข้าม รัสเซียกลับนิ่งเงียบอย่างเห็นได้ชัดต่อทั้งข้อเสนอของทรัมป์และการขู่ใช้กำลังทหารเพื่อยึดครองเกาะอาร์กติกแห่งนี้ หนึ่งในคำอธิบายเชิงเทคนิคคือ ช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับเทศกาลคริสต์มาสของศาสนจักรออร์ทอดอกซ์ในวันที่ 7 มกราคม ทำให้ชนชั้นนำของรัสเซียหลายส่วนหยุดปฏิบัติราชการ และมอสโกยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการแม้ต่อกรณีที่พันธมิตรอย่างนิโกลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ผู้นำเวเนซุเอลาถูกสหรัฐฯ ควบคุมตัวก่อนหน้านั้นไม่นาน
กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงเพียงประณาม “การกระทำเชิงรุก” ของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา และกรณีเรือบรรทุกน้ำมันที่ชักธงรัสเซียถูกยึดในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ไม่ได้กล่าวถึงกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กเลย
ทำไมรัสเซียควรสนใจกรีนแลนด์–และทำไมกลับเลือกเงียบ
ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ รัสเซียมีเหตุผลมากกว่าจีนที่จะต้องกังวลต่อการที่สหรัฐฯ จะมีอิทธิพลเหนือดินแดนอาร์กติกขนาดมหึมาอย่างกรีนแลนด์ เพราะมอสโกโฟกัสอาร์กติกอย่างเข้มข้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
รัสเซียเป็นประเทศอาร์กติกที่ใหญ่ที่สุด มีแนวชายฝั่งติดมหาสมุทรอาร์กติกกว่า 53% และมีผลประโยชน์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคง และเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างลึกซึ้ง ทั้งจากอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ แร่ธาตุ การประมง ระบบโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ โดยเฉพาะเส้นทางเดินเรือ Northern Sea Route ที่เชื่อมยุโรป–เอเชียผ่านอาร์กติก
นอกจากนี้ รัสเซียยังวางกำลัง “ขีดความสามารถยับยั้งเชิงนิวเคลียร์ทางทะเล” ไว้ในอาร์กติก มีฐานทัพและสนามบินทหารหลายแห่ง รวมถึงกองเรือเรือตัดน้ำแข็งเฉพาะกิจเพื่อรองรับการค้า การขนส่ง และการขุดเจาะทรัพยากรในภูมิภาค
ในเชิงตรรกะ รัสเซียจึงควร “ออกเสียงดัง” ต่อการที่สหรัฐฯ พยายามขยายอำนาจในอาร์กติกผ่านกรีนแลนด์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชี้ว่า มอสโกคำนวณแล้วว่าเดิมพันที่สำคัญกว่าคือ “อนาคตของNATO”
ผู้เชี่ยวชาญ: NATO แตก คือกำไรสูงสุดของปูติน
เจมี เชีย (Jamie Shea) อดีตรองผู้ช่วยเลขาธิการนาโตฝ่ายความท้าทายด้านความมั่นคงเกิดใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า “ผลประโยชน์ของรัสเซียในกรีนแลนด์จริง ๆ แล้วมีไม่มากนัก”
เขาอธิบายว่า หากสหรัฐฯ เพิ่มการปรากฏตัวทางทหารในกรีนแลนด์ ก็อาจทำให้มีบทบาทมากขึ้นในทะเลเหนือ–อาร์กติก แต่ในทางปฏิบัติ NATO อยู่ในสถานะที่จำกัดเสรีภาพการเคลื่อนไหวของรัสเซียใน “High North” อยู่แล้ว ด้วยกำลังของแคนาดา เดนมาร์ก นอร์เวย์ สหราชอาณาจักร รวมถึงสมาชิกใหม่อย่างสวีเดนและฟินแลนด์
ในมุมมองของเชีย การเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์สำหรับรัสเซียจึง “ไม่มากนัก” หากสหรัฐฯ เพิ่ม footprint ที่กรีนแลนด์
สิ่งที่ปูติน (Vladimir Putin) สนใจมากกว่าคือการเห็น “ความแตกแยกและความไร้เอกภาพเพิ่มขึ้นในนาโต” และ “วิกฤตข้ามแอตแลนติกขนาดใหญ่” ที่อาจทำให้สหรัฐฯ หยุดหรือชะลอการสนับสนุนยูเครน และถอนกำลังทหารจากยุโรป
หากสหรัฐฯ “ถูกผูกมัดอยู่ในซีกโลกตะวันตก” เพื่อต่อสู้ทางการเมืองและการทหารเรื่องกรีนแลนด์ ปูตินจะมีพื้นที่มากขึ้นในการขยายอิทธิพลของรัสเซียในแอฟริกา ตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และแม้แต่ยุโรปเอง โดยไม่ต้องจ่ายต้นทุนเพิ่มเติม
สำหรับเครมลิน นี่จึงเป็น “ดีลกำไรสูง” ที่ได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์โดยแทบไม่ต้องขยับตัว
ข้อเสนอผนวกกรีนแลนด์: “ของขวัญทางการเมือง” ให้มอสโก
ความพยายามครั้งใหม่ของทรัมป์ในกรณีกรีนแลนด์ และการไม่ปิดโอกาสใช้กำลังทหารเพื่อยึดครอง ทำให้บรรดาสมาชิกนาโตในยุโรปช็อกและตึงเครียดอย่างหนัก ทั้งกรีนแลนด์และเดนมาร์กปฏิเสธชัดเจนหลายครั้งว่า เกาะดังกล่าว “ไม่อยู่ในตลาด” ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายหรือโอนอธิปไตย และเตือนว่าการใช้กำลังทหารเพื่อผนวกกรีนแลนด์จะหมายถึง “การสิ้นสุดของนาโต” ในทางการเมือง
ผู้นำยุโรปจำนวนมากออกมาระบุว่า “เรื่องที่เกี่ยวกับเดนมาร์กและกรีนแลนด์ เป็นเรื่องที่เดนมาร์กและกรีนแลนด์เท่านั้นจะตัดสินใจ” สะท้อนความพยายามตั้ง “กำแพงกติกา” ขวางข้อเรียกร้องจากวอชิงตัน
เอ็ดเวิร์ด อาร์. อาร์โนลด์ (Edward R. Arnold) นักวิจัยอาวุโสแห่ง RUSI ระบุว่า ความแตกแยกที่ปะทุขึ้นในนาโต และความเป็นไปได้ที่พันธมิตรจะล่มสลายจากภายในคือ “ของขวัญชิ้นใหญ่สำหรับปูติน” ในมุมมองของเขา ปูตินและผู้นำโซเวียตมาก่อนหน้านั้น “รู้ดีว่ารัสเซียไม่มีทางชนะนาโตด้วยกำลังทหาร” ดังนั้นยุทธศาสตร์ที่แท้จริงคือ “ทำลายนาโตทางการเมือง” โดยทำให้อาร์ติเคิล 5 ถูกมองว่า “กลวงเปล่า” และผลักดันให้สหรัฐฯ ถอยห่างจากความสนใจในยุโรปมากพอ จนพันธมิตรสงสัยว่าภาระผูกพันด้านความมั่นคงยังเชื่อถือได้หรือไม่
หากข้อเสนอผนวกกรีนแลนด์เดินหน้าเป็นรูปธรรมมากขึ้น อาร์โนลด์เตือนว่า “นาโตจะค่อย ๆ ทำลายตัวเองจากภายในในเชิงการเมือง” ซึ่งเป็นฉากทัศน์ที่ตอบโจทย์ของมอสโกอย่างยิ่ง
บทสรุป
ในเชิงยุทธศาสตร์ รัสเซียไม่จำเป็นต้องออกมาโวยวายเรื่องกรีนแลนด์ เพราะการนิ่งเงียบปล่อยให้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรยุโรปปะทุเอง อาจสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อเครมลินมากกว่า ทั้งในมิติการลดบทบาทสหรัฐฯ ในยุโรป การคลอนเสถียรภาพของนาโต และการเปิดพื้นที่ให้มอสโกขยับเกมตัวเองในภูมิภาคอื่นของโลกได้คล่องตัวขึ้นโดยไม่ต้องปะทะตรงในอาร์กติก
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.cnbc.com/2026/01/08/russia-moscow-reaction-trump-greenland-takeover-ambitions.html