สหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ลดขนาดการฝึกซ้อมร่วมทางทหาร
สหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ลดขนาดการฝึกซ้อมร่วมทางทหาร เดินเกมลดตึงเครียด 'เกาหลีเหนือ' รับทรัมป์พบสี จิ้นผิง
10-3-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ทางการสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ได้เริ่มเปิดฉากการซ้อมรบร่วมประจำปีภายใต้รหัส "Freedom Shield" เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทว่าจุดที่น่าจับตามองที่สุดคือการปรับลดขนาดของปฏิบัติการภาคสนามลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ยืนยันว่า จำนวนการซ้อมรบภาคสนามในครั้งนี้ลดลงกว่าครึ่งหนึ่ง จากเดิม 51 ครั้งในปีที่แล้ว เหลือเพียง 22 ครั้ง การปรับลดขนาดการซ้อมรบที่เกาหลีเหนือมักประณามว่าเป็น "การซ้อมเพื่อรุกราน" เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีอี แจมยอง แห่งเกาหลีใต้ พยายามลดความตึงเครียดกับเปียงยาง และสอดรับกับช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ มีกำหนดการเยือนภูมิภาคเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
แม้ว่ากระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้จะยืนยันว่าการซ้อมรบยังคงดำเนินไปตามแผนเดิม "โดยไม่ขึ้นกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง" แต่นักวิเคราะห์มองว่าความเคลื่อนไหวนี้อาจเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนทรัพยากรทางทหารของสหรัฐฯ ในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะหลังจากมีกระแสข่าวในสื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับการโยกย้ายยุทโธปกรณ์สำคัญจากคาบสมุทรเกาหลีไปยังตะวันออกกลาง เช่น ระบบป้องกันขีปนาวุธแพทริออต (Patriot) เพื่อรับมือกับวิกฤตความขัดแย้งในอิหร่าน แม้กองกำลังสหรัฐฯ ในเกาหลี (USFK) จะปฏิเสธที่จะยืนยันรายงานดังกล่าวโดยอ้างเรื่องความปลอดภัยของปฏิบัติการ แต่ก็ได้ย้ำถึงเป้าหมายในการรักษาท่าทีของกองกำลังที่พร้อมรบและมีความน่าเชื่อถือในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ในมิติทางการเมือง ประธานาธิบดีอี แจมยอง ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ได้แสดงความพยายามอย่างยิ่งยวดในการปรับปรุงความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ ทว่าท่าทีดังกล่าวกลับถูก คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือปฏิเสธอย่างไม่ใยดี โดยระบุว่าเป็นเพียง "การหลอกลวงที่ไม่แนบเนียน" นอกจากนี้ คิมยังคงย้ำจุดยืนในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ เลิกตั้งเงื่อนไขการปลดนิวเคลียร์ก่อนเริ่มการเจรจา ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่ทรัมป์เองก็เคยเผชิญมาแล้วในการพบปะกับคิมถึง 3 ครั้งในช่วงวาระแรกของการดำรงตำแหน่ง แต่ในครั้งนั้นก็ยังไม่มีขั้นตอนที่ชัดเจนในการบรรลุเป้าหมายการปลดนิวเคลียร์อย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม การเตรียมการเยือนภูมิภาคของประธานาธิบดีทรัมป์ในครั้งนี้ยังคงได้รับสัญญาณบวกจากทางการจีน โดยหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนออกมาระบุชัดเจนว่าวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการเป็นเจ้าภาพต้อนรับทรัมป์ ซึ่งภาพรวมของสถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ทั้งสหรัฐฯ และพันธมิตรในเอเชียตะวันออกกำลังดำเนินนโยบาย "การทูตนำการทหาร" เพื่อลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้าหลายด้านพร้อมกัน และพยายามสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาระดับสูงที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ แม้จะยังมีปัจจัยความไม่แน่นอนจากท่าทีที่แข็งกร้าวของเกาหลีเหนือก็ตาม
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-09/us-south-korea-hold-reduced-drills-as-china-prepares-trump-trip?srnd=phx-politics