.
ทรัมป์อ้างอิหร่าน ‘อยากทำข้อตกลง’ ขณะสงครามยืดเยื้อ–ค่าใช้จ่ายสหรัฐฯ พุ่ง อาจแตะ 50'000 ล้านดอลลาร์ พร้อมตำหนิพันธมิตรยุโรปไร้ความร่วมมือ
2-5-2026
SCMP รายงานว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่านดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 3 โดยความพยายามของกรุงวอชิงตันและกรุงเตหะรานในการฟื้นฟูการเจรจายังคงเผชิญกับสภาวะชะงักงัน ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดในช่วงข้ามวันที่ผ่านมามีประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองดังนี้
ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าว ณ ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยระบุว่าอิหร่านกำลังอยู่ในสภาวะที่ "กระหายจะทำข้อตกลงอย่างยิ่ง" (dying to make a deal) อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกตั้งคำถามว่าการเจรจากับกรุงเตหะรานหยุดชะงักลงหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทราบสถานะที่แท้จริงของการเจรจา พร้อมกับชี้ให้เห็นถึงความไม่ชัดเจนภายในโครงสร้างผู้นำของอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นปัญหาสำคัญเนื่องจากไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าใครคือผู้นำที่แท้จริงในขณะนี้
ต่อข้อซักถามเรื่องความเป็นไปได้ในการเปิดฉากการรบเต็มรูปแบบอีกครั้ง ทรัมป์แสดงท่าทีลดระดับความรุนแรงลงโดยระบุว่าเขายังไม่มั่นใจว่ามีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้นหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้เสียทีเดียว นอกจากนี้เขายังย้ำว่ามาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นหลังการเจรจาสันติภาพล้มเหลวเมื่อเดือนก่อนกำลังส่งผลอย่างรุนแรง โดยอ้างว่าสหรัฐฯ ได้ทำลายศักยภาพทางเรือ กองทัพอากาศ และระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านไปแล้ว และมาตรการปิดล้อมกำลังดำเนินไปตามแผนที่วางไว้
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า นายหวัง อี้ (Wang Yi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้หารือทางโทรศัพท์กับ นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เพื่อเตรียมการสำหรับการเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ถูกเลื่อนออกไป โดยจีนยังคงเรียกร้องให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อีกครั้ง และปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการสนับสนุนอาวุธให้แก่อิหร่าน
ภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลจากสงคราม
สำนักข่าว CBS News รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินภายในว่า งบประมาณที่แท้จริงของสงครามในอิหร่านอาจสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าตัวเลขประมาณการของเพนตากอน (Pentagon) เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาถึง 2 เท่า โดยรายงานระบุว่าการประมาณการตัวเลข 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ไม่ได้รวมค่าความเสียหายของยุทโธปกรณ์ การซ่อมแซมฐานทัพสหรัฐฯ หรือค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องกระสุนที่ใช้ไป ซึ่งรวมถึงการสูญเสียโดรนประสิทธิภาพสูงรุ่น MQ-9 Reaper จำนวน 24 ลำ ซึ่งมีมูลค่าต่อหน่วยสูงกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในขณะเดียวกัน นายอิสราเอล คัตซ์ (Israel Katz) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล ได้ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิสราเอลอาจกลับมาใช้มาตรการทางทหารกับอิหร่านอีกครั้ง "ในเร็วๆ นี้"
ท่าทีและมาตรการตอบโต้จากอิหร่าน
นายมาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้สื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียว่า มาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ "เกินกว่าจะอดทนได้" (intolerable) โดยระบุว่าโลกได้ประจักษ์ถึงความอดกลั้นและธรรมชาติที่รักสันติของอิหร่านมาโดยตลอด และสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้นามของการปิดล้อมทางทะเลแท้จริงแล้วคือการขยายขอบเขตปฏิบัติการทางทหารต่อชนชาติที่เพียงแค่ต้องการรักษาเอกราชของตนเอง
อย่างไรก็ตาม แม้จะเผชิญกับการปิดล้อมทางทะเลเพื่อตัดวงจรเศรษฐกิจ แต่คณะกรรมการตู้คอนเทนเนอร์ของสมาคมเจ้าของเรือในเตหะราน เปิดเผยผ่านสำนักข่าว Fars ว่าร้อยละ 40 ของการค้าของอิหร่านยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้ผ่านทางเส้นทางบกและระเบียงเศรษฐกิจต่างๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีลูกเรือชาวอินโดนีเซียรวมอยู่ในกลุ่มพนักงานเดินเรือกว่า 20,000 คน ที่ต้องติดค้างอยู่เป็นเวลาหลายเดือนเนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดตาย
ความร้าวฉานระหว่างพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวตำหนิพันธมิตรยุโรปอีกครั้งฐานที่ไม่ให้ความช่วยเหลือในสงครามอิหร่าน โดยเขากำลังพิจารณาปรับลดจำนวนทหารสหรัฐฯ ในประเทศสเปน (Spain) และอิตาลี (Italy) พร้อมทั้งวิจารณ์ว่ารัฐบาลมาดริดทำหน้าที่ได้ "ย่ำแย่" และกรุงโรม "ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆ เลย" ซึ่งเป็นท่าทีเดียวกับที่เขาแสดงออกต่อการลดกำลังพลในเยอรมนี (Germany)
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ย้ำคำวิจารณ์ต่อ นายฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ว่าปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างย่ำแย่ และควรเอาเวลาไปมุ่งเน้นที่การ "แก้ไขประเทศที่แตกสลายของตนเอง" มากกว่าจะมาสนใจความขัดแย้งในอิหร่าน หลังจากที่นายเมิร์ซได้ให้ความเห็นเมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลวอชิงตันกำลังถูกอิหร่านทำให้ "อัปยศ" และไม่มี "ยุทธศาสตร์ถอนตัว" (exit strategy) ที่ชัดเจนในการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งนี้ลงได้ในเร็ววัน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/qb4wa?utm_source=copy-link&utm_campaign=3352092&utm_medium=share_widget