.
จีนภายใต้สี จิ้นผิงเปิด ‘องค์การข้อมูลโลก (WDO)’ ที่ปักกิ่ง ปักธงศูนย์กลางกติกาข้อมูลระหว่างประเทศ มุ่งวางมาตรฐานเศรษฐกิจดิจิทัล ท้าทายบทนำสหรัฐฯ
2-5-2026
SCMP รายงานว่า จากแบงก์ถึง AI: จีนปั้นองค์กรเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ตั้งฐานในประเทศหวังยกระดับบทบาทใน “ธรรมาภิบาลโลก” การเปิดตัว World Data Organization (WDO) ที่กรุงปักกิ่งเมื่อไม่นานมานี้ กลายเป็นหมุดหมายล่าสุดของเครือข่ายองค์กรระหว่างประเทศที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในจีนและมีภาคีจากนานาประเทศเข้าร่วม ภายใต้บริบทที่จีนมองว่ามาตรการฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ กำลังกระทบต่อกลไกพหุภาคีดั้งเดิมและผลักดันให้ปักกิ่งต้องสร้าง “แพลตฟอร์มกติกา” ของตนเองในระบบเศรษฐกิจโลก
ท่ามกลางสิ่งที่ประเทศจีน (China) มองว่าเป็นมาตรการฝ่ายเดียว (Unilateral measures) ที่สร้างความแตกแยกของสหรัฐฯ (US) ความพยายามในการผลักดัน "ธรรมาภิบาลโลก" (Global governance) ได้นำไปสู่การก่อกำเนิดเครือข่ายหน่วยงานระหว่างประเทศที่มีสมาชิกจากหลายประเทศและมีภารกิจข้ามพรมแดนเพิ่มมากขึ้น
การเปิดตัวองค์กรข้อมูลโลก (World Data Organization) ในกรุงปักกิ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ถือเป็นการเพิ่มจุดเชื่อมต่อสำคัญอีกหนึ่งแห่งในเครือข่ายสถาบันที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในจีน โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) กำลังสนับสนุนสถาบันการเงินและองค์กรระหว่างรัฐบาลเหล่านี้ เพื่อปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลโลกให้ดีขึ้น ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่มาตรการของรัฐบาลวอชิงตัน ตั้งแต่การขึ้นภาษีศุลกากรทั่วโลก สงครามในอิหร่าน (Iran) ไปจนถึงยุทธศาสตร์ "Economic Fury" ที่เพิ่งประกาศออกมา ได้ส่งผลกระทบต่อสถาบันพหุภาคีหลักภายใต้ระบบของสหประชาชาติ (United Nations)
นี่คือรายชื่อองค์กรพหุภาคีที่สำคัญซึ่งปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศจีน:
World Data Organization (องค์กรข้อมูลโลก)
เปิดตัวในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 30 มีนาคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงนโยบายด้านข้อมูลของประเทศต่างๆ พัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรม และลดต้นทุนด้านการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์สำหรับบริษัทข้ามชาติ ปัจจุบันมีสมาชิก 200 รายจาก 40 ประเทศ ประกอบด้วยบริษัท มหาวิทยาลัย สถาบันคลังสมอง และสถาบันการเงิน โดยมีนาย ถัน เถี่ยหนิว (Tan Tieniu) นักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences) เป็นประธานองค์กร สมาชิกทุกคนมีสิทธิในการมีส่วนร่วมและออกเสียงอย่างเท่าเทียมกัน
Asian Infrastructure Investment Bank (ธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย หรือ AIIB)
สถาบันการเงินแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในกรุงปักกิ่งเมื่อปี 2015 เพื่อสนับสนุนเงินทุนสำหรับการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย ปัจจุบันมีเงินทุนจดทะเบียนสูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นหนึ่งในธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคีที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมีสมาชิกเพิ่มขึ้นจาก 57 ประเทศผู้ก่อตั้งเป็น 111 ประเทศ สถาบันได้ดำเนินโครงการไปแล้ว 373 โครงการ ด้วยเงินลงทุนรวม 7.23 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้จีนเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดและมีอำนาจออกเสียงมากกว่าร้อยละ 25 ในช่วงก่อตั้ง โดยมีสมาชิกฝั่งตะวันตกที่สำคัญ ได้แก่ สหราชอาณาจักร (United Kingdom), ฝรั่งเศส (France), เยอรมนี (Germany), แคนาดา (Canada), ออสเตรเลีย (Australia) และนิวซีแลนด์ (New Zealand)
New Development Bank (ธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ หรือ NDB)
เป็นสถาบันการเงินที่ให้กู้ยืมอัตราดอกเบี้ยต่ำเช่นเดียวกับ AIIB ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 เพื่อจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานในกลุ่มประเทศ BRICS ทั้ง 11 ประเทศ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ เดิมชื่อธนาคารเพื่อการพัฒนาบริกส์ (Brics Development Bank) มีสินทรัพย์รวม 2.88 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และอนุมัติโครงการไปแล้ว 96 โครงการ ด้วยวงเงินสนับสนุนรวม 3.28 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจีนและสมาชิกผู้ก่อตั้งอีก 4 ประเทศ ได้แก่ บราซิล (Brazil), อินเดีย (India), รัสเซีย (Russia) และแอฟริกาใต้ (South Africa) มีอำนาจในการตัดสินใจอย่างเท่าเทียมกัน
International Organization for Mediation (องค์การระหว่างประเทศเพื่อการไกล่เกลี่ย)
จัดตั้งขึ้นในฮ่องกง (Hong Kong) เมื่อปีที่ผ่านมา หลังจาก 33 ประเทศร่วมลงนามในอนุสัญญาเพื่อจัดตั้งองค์กรนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระงับข้อพิพาทผ่านการไกล่เกลี่ย และเสริมสร้างฐานะของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการให้บริการด้านการไกล่เกลี่ย ประเทศต่างๆ สามารถใช้บริการองค์กรนี้เพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐต่อรัฐในประเด็นการลงทุนหรือพาณิชย์ รวมถึงข้อพิพาทระหว่างเอกชนที่เกิดจากความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ
Asia-Pacific Space Cooperation Organisation (องค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก หรือ APSCO)
ทำหน้าที่ช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียในการ "นำการใช้ประโยชน์จากอวกาศอย่างสันติมาเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนา" โดยมีเครือข่ายการแบ่งปันข้อมูลภายในองค์กรที่มีอายุการดำเนินงานมาแล้ว 18 ปี ปัจจุบันมีสมาชิกเต็มรูปแบบ 8 ประเทศ ทุกประเทศมีสิทธิออกเสียงเท่าเทียมกันในการประชุม โดยจีนมีอิทธิพลอย่างสูงในฐานะประเทศเจ้าภาพ แหล่งเงินทุนหลัก และผู้จัดหาเทคโนโลยีที่สำคัญ
World Internet Conference (การประชุมอินเทอร์เน็ตโลก)
เริ่มต้นจากการเป็นกิจกรรมประจำปีในปี 2014 เพื่อสำรวจประเด็นด้านอินเทอร์เน็ตทั่วโลก หรือที่รู้จักในชื่อ อูเจิ้น ซัมมิท (Wuzhen Summit) และได้จัดตั้งขึ้นเป็นองค์กรในปี 2022 มีสำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่ง เพื่อเป็นเวทีหารือเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการบริหารจัดการปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยหน่วยงานกำกับดูแลพื้นที่ไซเบอร์ของจีน (Cyberspace Administration of China) มีบทบาทในการเป็นผู้นำ และมีนาย จวง หรงเหวิน (Zhuang Rongwen) ผู้อำนวยการหน่วยงานเป็นประธานการประชุมคนปัจจุบัน
International Bamboo and Rattan Organization (องค์การไม้ไผ่และหวายระหว่างประเทศ)
ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 ในฐานะหน่วยงานวิจัยเป็นหลัก ปัจจุบันมีสมาชิก 50 ประเทศ ทำหน้าที่รณรงค์เพื่อการพัฒนาหวายและไม้ไผ่อย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการบรรเทาความยากจนในพื้นที่ปลูก จีนเป็นหนึ่งใน 9 ประเทศผู้ก่อตั้งและเป็นประเทศเจ้าภาพในปัจจุบัน มีสิทธิออกเสียงเท่าเทียมกันในคณะมนตรีและคณะกรรมการบริหาร โดยองค์กรนี้มีสถานะเป็นผู้สังเกตการณ์ในสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
Shanghai Cooperation Organisation Development Bank (ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้)
แนวคิดการจัดตั้งธนาคารแห่งนี้ได้รับความเห็นชอบในปีที่ผ่านมาโดยสมาชิก 10 ประเทศขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) เพื่อสนับสนุนเงินทุนในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการทางเศรษฐกิจอื่นๆ กระทรวงการคลังของจีนระบุว่า สมาชิก SCO ได้จัดประชุมปรึกษาหารือพหุภาคีครั้งแรกเกี่ยวกับการจัดตั้งธนาคารในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 30 มีนาคม และมีการประชุมครั้งที่สองในระหว่างวันที่ 29 ถึง 30 เมษายน ณ มณฑลส่านซี (Shaanxi) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับตัวธนาคารในขณะนี้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/g843x?utm_source=copy-link&utm_campaign=3350687&utm_medium=share_widget