ยุโรปกลับมาทำดีลซื้อคืนพันธบัตรไฮบริด
ยุโรปกลับมาทำดีลซื้อคืนพันธบัตรไฮบริด หลังความผันผวนจากสงครามและวิกฤตหุ้นเทคฯ เริ่มคลี่คลาย
22-4-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า บรรดาบริษัทจดทะเบียนในยุโรปเริ่มกลับมาดำเนินการซื้อคืน (Buyback) หุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Junior Bonds) อีกครั้ง ภายหลังจากภาวะความปั่นป่วนของตลาดที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง และการเทขายหุ้นในกลุ่มซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ส่งผลให้การทำธุรกรรมหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงบางส่วนต้องหยุดชะงักลง
Abertis Infraestructuras ผู้ดำเนินการทางหลวงเก็บค่าผ่านทางของประเทศสเปน (Spain) กำลังพิจารณาซื้อคืนหุ้นกู้ Hybrid ที่ไม่มีกำหนดเวลาชำระคืน (Perpetual Hybrid Bond) ที่เหลืออยู่มูลค่า 500 ล้านยูโร (ประมาณ 588 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งมีกำหนดสิทธิในการไถ่ถอนก่อนกำหนด (First Call) ครั้งแรกในเดือนมกราคม โดยบริษัทมีแผนที่จะเสนอขายหุ้นกู้ประเภทไม่มีกำหนดเวลาชำระคืนชุดใหม่ควบคู่กันไปด้วย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลังการดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ในลักษณะที่ใกล้เคียงกันของ SES SA ผู้ดำเนินการดาวเทียม และ NKT A/S ผู้ผลิตสายเคเบิลของเดนมาร์ก (Denmark) เมื่อเดือนที่ผ่านมา
การซื้อคืนพันธบัตรหรือหุ้นกู้ควบคู่ไปกับการออกตราสารหนี้ชุดใหม่ กลายเป็นวิธีการยอดนิยมสำหรับภาคธุรกิจในการประหยัดต้นทุนทางการเงินและยืดระยะเวลาการชำระคืนหนี้ออกไปในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของตลาดที่เกิดจากความตื่นตระหนกในกลุ่มธุรกิจ AI และสภาวะสงคราม ได้กลายเป็นปัจจัยลบที่บั่นทอนการบริหารจัดการหนี้สิน (Liability Management) ในลักษณะนี้ เนื่องจากการซื้อคืนมักจะต้องทำคู่ไปกับการเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่เสมอ โดยข้อมูลที่รวบรวมโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ระบุว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่มีการทำรายการซื้อคืนหุ้นกู้ Hybrid ที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้แต่รายเดียวในยุโรป
ในขณะนี้ ดูเหมือนว่าเหล่านักลงทุนกำลังเดิมพันว่าจุดสูงสุดของความผันผวนที่เกี่ยวข้องกับสงครามได้ผ่านพ้นไปแล้ว และบริษัทต่างๆ กำลังใช้สภาวะตลาดที่สงบลงในการเริ่มกิจกรรมซื้อคืนหุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงสูงอีกครั้ง ทั้งนี้ หุ้นกู้ Hybrid ถือเป็นตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ไม่ใช่สถาบันการเงินประเภทด้อยสิทธิ ซึ่งมีการจ่ายอัตราดอกเบี้ย (Coupon) ที่สูงเพื่อชดเชยความเสี่ยงในกรณีที่ผู้ออกตราสารอาจสละสิทธิ์ในการไถ่ถอนก่อนกำหนด การพลาดการจ่ายดอกเบี้ย หรือความเป็นไปได้ที่จะเป็นตราสารหนี้ลำดับแรกๆ ที่ต้องรับภาระผลขาดทุนหากผู้กู้เผชิญภาวะล้มละลาย
“ตลาดหุ้นกู้ Hybrid ยังคงมีพลวัตอย่างมาก” เอเดรียน เลอเทลลิเยร์ (Adrien Letellier) ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอตราสารหนี้จาก Bordier & Cie กล่าว พร้อมเสริมว่า “ในช่วงที่ตลาดอยู่ในสภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off environment) ไม่ได้มีพฤติกรรมใดที่ผิดปกติจนทำให้นักลงทุนขวัญเสีย ภาพรวมของตลาดเซกเมนต์นี้ยังคงมีความแข็งแกร่งและไม่เปลี่ยนแปลง”
กิจกรรมการซื้อคืนหุ้นกู้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่ออัตราดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บางบริษัทไม่สามารถดำเนินธุรกิจตามปกติในการใช้สิทธิไถ่ถอน (Call Options) หุ้นกู้ชุดเก่าพร้อมกับการออกชุดใหม่ได้ โดยเมื่อปีที่แล้ว บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในยุโรปได้ทำสถิติซื้อคืนหุ้นกู้ Hybrid ที่มีต้นทุนสูงในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
สำหรับการเสนอซื้อคืนในครั้งนี้ ทาง Abertis ระบุในคำแถลงว่า บริษัทมีเป้าหมายที่จะ “บริหารจัดการเงินทุนประเภท Hybrid ในเชิงรุก” และเปิดโอกาสให้ผู้ถือตราสารหนี้สามารถสลับเปลี่ยนไปถือหุ้นกู้ชุดใหม่ได้ก่อนที่จะถึงกำหนดวันไถ่ถอนของหุ้นกู้ชุดเดิม
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-04-21/hybrid-bond-buybacks-return-after-war-paused-riskier-debt-deals?srnd=homepage-americas