วิกฤตอนาคตแรงงานโลกยุค AI ครองเมือง
วอลล์สตรีท-บิ๊กเทคประสานเสียง เตือนวิกฤตอนาคตแรงงานโลกยุค AI ครองเมือง ส่องมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจโลกเมื่อ AI แย่งงานมนุษย์
20-6-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การแข่งขันพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้จะจุดประกายความหวังด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมทางการแพทย์ แต่ในอีกด้านหนึ่งได้สร้างความกังวลว่าจะเข้ามาทำลายตำแหน่งงานหลายล้านตำแหน่ง โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานปกขาว (White-Collar Workers) และซ้ำเติมวิกฤตความเหลื่อมล้ำในการกระจายความมั่งคั่ง
เจฟฟรีย์ ฮินตัน (Geoffrey Hinton) "บิดาแห่ง AI" รวมถึงผู้บริหารระดับสูงในวอลล์สตรีท (Wall Street) อย่าง เจมี ไดมอน (Jamie Dimon) จาก JPMorgan Chase & Co. และ เจน เฟรเซอร์ (Jane Fraser) จาก Citigroup Inc. ต่างออกเตือนว่า AI จะเข้าแทนที่งานใช้ทักษะสติปัญญาในไม่ช้า ขณะที่ผู้บริหาร Standard Chartered Plc. ต้องขอโทษสาธารณชนหลังระบุว่าเทคโนโลยีนี้จะกระทบต่อ "ทุนมนุษย์ที่มีมูลค่าต่ำ" ยิ่งไปกว่านั้น ผลสำรวจของ Pew Research Center ในปี 2025 ชี้ว่า แรงงานในประเทศสหรัฐฯ (US) ถึง 1 ใน 3 เชื่อว่า AI จะลดโอกาสการทำงานของตนลง
ในอดีต โจเซฟ ชุมปีเตอร์ (Joseph Schumpeter) นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังเคยแย้งว่าการปฏิวัติเทคโนโลยีจะสร้างงานใหม่มากกว่าทำลายงานเก่า แต่ความน่ากลัวของ AI คือความสามารถในการทำงานอัตโนมัติทั้งด้านสติปัญญาและกำลังกาย ซึ่งอาจทำลายทฤษฎีทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ ผู้บริหารเทคโนโลยี และผู้กำหนดนโยบายหลากหลายอุดมการณ์ ต้องเร่งหามาตรการบรรเทาผลกระทบเพื่อสกัดกระแสต่อต้านทางสังคม โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐฯ (US) ที่มีสวัสดิการว่างงานสั้นและน้อยกว่าประเทศร่ำรวยอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันมี 4 แนวคิดหลักในการแก้ปัญหา ดังนี้:
1. มาตรการเงินปันผล AI (AI dividends)
แนวคิดนี้เชื่อว่าประชาชนควรได้รับส่วนแบ่งความมั่งคั่งโดยตรงจากบริษัท AI เนื่องจากเทคโนโลยีถูกฝึกฝนจากข้อมูลสาธารณะ คิม ยงบอม (Kim Yong-beom) หัวหน้าฝ่ายนโยบายประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ (South Korea) เคยเสนอแนวคิด "เงินปันผลของพลเมือง" (Citizen Dividend) จากภาษีรายได้ส่วนเกินของ AI จนส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น
อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีจะถูกใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก แต่ปัจจุบันบริษัท AI ชั้นนำยังแทบไม่มีกำไร รัฐบาลจึงอาจยังไม่พร้อมเก็บภาษีอุตสาหกรรมที่ขาดทุน แต่มูลค่าประเมิน (Valuations) ของบริษัทเหล่านี้กลับสูงลิ่ว สมาชิกวุฒิสภา เบอร์นี แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) แห่งรัฐเวอร์มอนต์ (Vermont) จึงเสนอให้จัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund) เพื่อให้ประชาชนถือหุ้นโดยตรงในบริษัทอย่าง Anthropic PBC และ OpenAI เลียนแบบกองทุนน้ำมันในรัฐอะแลสกา (Alaska) ช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งแนวคิดให้รัฐถือหุ้นเทคโนโลยีนี้ได้รับการสนับสนุนจากทั้ง Anthropic, OpenAI, ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และ อเล็กซ์ บอเรส (Alex Bores) สมาชิกสภาแห่งรัฐนิวยอร์ก (New York) ที่กำลังลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ
2. รายได้พื้นฐานรับประกัน (Guaranteed basic income)
คือการจ่ายเงินสดตรงให้ประชาชนจากคลังรัฐบาล เช่น โครงการเพื่อคนชนบทในเคนยา (Kenya) หรือคนว่างงานในฟินแลนด์ (Finland) ด้านสถาบัน Stanford Basic Income Lab พบโครงการนำร่องในสหรัฐฯ กว่า 200 โครงการ และในเดือนมีนาคม กลุ่ม Fund for Guaranteed Income ได้มอบเงินสด 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน นานหนึ่งปีให้แรงงานสายเทคฯ และมาร์เก็ตติ้งที่ถูก AI แย่งงาน ขณะที่รัฐมนตรีลงทุนของอังกฤษ (UK) ยอมรับว่ามีการหารือมาตรการนี้เช่นกัน
นอกจากนี้ หมู่เกาะมาร์แชลล์ (Marshall Islands) เป็นประเทศแรกที่จ่ายรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า (Universal basic income) ทั้งประเทศผ่านบล็อกเชน (Blockchain) เช่นเดียวกับ อี แจมยอง (Lee Jae Myung) นักการเมืองเกาหลีใต้ที่ชูนโยบายนี้ขณะหาเสียง ซึ่งแนวคิดนี้ถูกพูดถึงในสหรัฐฯ มานาน ทั้งจาก อีลอน มัสก์ (Elon Musk) และ แอนดรูว์ ยาง (Andrew Yang) ในการหาเสียงปี 2020 โดยผลศึกษาปี 2024 ของ OpenResearch ที่สนับสนุนโดย แซม อัลต์แมน (Sam Altman) พบว่าเงินเยียวยาช่วยให้ผู้รับตอบสนองความต้องการพื้นฐานได้ดีขึ้น แม้แต่นักเสรีนิยมอย่าง ชาร์ลส์ มัวร์เรย์ (Charles Murray) จาก American Enterprise Institute ยังเห็นด้วยว่าการโอนเงินสดดีกว่าระบบสวัสดิการรัฐที่ซ้ำซ้อน ทว่า ฝ่ายวิจารณ์และสหภาพแรงงานในฟินแลนด์แย้งว่า โครงการนี้สิ้นเปลืองงบประมาณ และลดทอนแรงจูงใจในการทำงานของมนุษย์
3. รายได้สูงถ้วนหน้า (Universal high income)
ตั้งแต่ปี 2023 อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้ยกระดับแนวคิดเป็น "รายได้สูงถ้วนหน้า" เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าและบริการได้ตามต้องการ โดยระบุในงาน World Economic Forum (WEF) 2026 ว่า AI จะทำให้ผลผลิตโตเร็วกว่าปริมาณเงินจนเกิดภาวะเงินฝืด และการจ่ายเช็คเงินสดมูลค่าสูงโดยรัฐบาลกลางคือวิธีแก้ปัญหาการว่างงานที่ดีที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับแบบจำลอง "ระบบท่อส่งน้ำ" (Plumbing) ของผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทประกันภัยในอิสราเอล (Israel) ที่ชี้ว่า รัฐสามารถเจียดผลกำไรมหาศาลและภาษีส่วนเกินจากเศรษฐกิจที่โตด้วย AI กลับมาจ่ายเป็นรายได้การันตีให้ทุกคน
4. พลังประมวลผลพื้นฐานถ้วนหน้า (Basic compute)
ล่าสุด แซม อัลต์แมน (Sam Altman) เริ่มลดความเชื่อมั่นในเงินสด และหันมาผลักดัน "พลังประมวลผลพื้นฐานถ้วนหน้า" (Universal basic compute) โดยเสนอให้สิทธิ์ประชาชนเป็นเจ้าของส่วนแบ่งพลังประมวลผลของ AI เช่น GPT 7 ซึ่งสามารถนำไปใช้เอง ขายต่อ หรือบริจาคเพื่อการวิจัยทางการแพทย์ได้ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงปฏิบัติยังคงคลุมเครือว่ารัฐจะแจกจ่ายสิทธิ์หรือเครดิตพลังประมวลผลนี้ให้แก่ประชาชนและสถาบันสาธารณะอย่างไร ท่ามกลางยุคเปลี่ยนผ่านทางแรงงานครั้งใหญ่ในปัจจุบัน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-17/ai-job-losses-a-guide-to-the-proposals-for-helping-workers?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy