เกาหลีเหนือเตือน‘หายนะ’ หาก G7 จี้ปลดนิวเคลียร์
เกาหลีเหนือเตือนถึง ‘หายนะ’ หากกลุ่ม G7 จี้ปลดนิวเคลียร์ ชูอาวุธนิวเคลียร์คือรากฐานความมั่นคงสูงสุดของเปียงยาง
19-6-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า คิม โยจอง (Kim Yo-jong) น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของ คิม จองอึน (Kim Jong-un) ผู้นำสูงสุดแห่งประเทศเกาหลีเหนือ ได้ออกมาประณามข้อเรียกร้องของกลุ่มประเทศ G7 ที่ต้องการให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญและแทรกแซงอธิปไตยของประเทศอย่างรุนแรง
แถลงการณ์จาก KCNA ระบุว่า คิม โยจอง (Kim Yo-jong) ยืนยันว่าประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์เป็น "วาระที่ยุติลงแล้วและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้" (Irreversibly finalized agenda) ซึ่งไม่มีวันเกิดขึ้นจริง โดยการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ถือเป็นผลประโยชน์หลักและเป็นเส้นแบ่งที่ไม่อาจย้อนกลับของเกาหลีเหนือ พร้อมทั้งระบุว่า "การปลดอาวุธนิวเคลียร์คือเส้นทางที่ไม่มีวันถอยกลับและเป็นเส้นที่ไม่สามารถข้ามได้" และเตือนว่า ใครก็ตามที่พยายามทำลายผลประโยชน์หลักของรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง จะต้องเผชิญกับ "ทางเลือกที่เลวร้ายที่สุดในการเชื้อเชิญหายนะเข้าสู่ตนเอง"นอกจากนี้ เธอยังระบุว่า อาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือคือเครื่องมือป้องปรามเพื่อป้องกันตนเอง (Self-defensive deterrent) ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามทางนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่องจากกลุ่มประเทศศัตรู และถือเป็น "รากฐานสำคัญ" (Cornerstone) ในการรับประกันสันติภาพ พร้อมทั้งชี้ว่าข้ออ้างที่เรียกร้องให้มีการปลดอาวุธนิวเคลียร์นั้น "ล้าสมัยอย่างสิ้นเชิง" และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงจุดยืนของประเทศได้ ไม่ว่ากลุ่มใดจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์โครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือรุนแรงเพียงใดก็ตาม
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้นำกลุ่มประเทศ G7 ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันเมื่อวันพุธ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอด โดยแสดงความ "กังวลอย่างลึกซึ้ง" เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธทิ้งตัวของเกาหลีเหนือ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันให้เกิดการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้นำ G7 ยังได้เรียกร้องให้เกาหลีเหนือเร่งแก้ไขปัญหาประเด็นที่พลเมืองชาวญี่ปุ่น (Japan) ถูกลักพาตัวโดยรัฐบาลเปียงยาง พร้อมเสนอให้มีความร่วมมือร่วมกันในการจัดการกับปัญหาการโจรกรรมสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) และอาชญากรรมทางไซเบอร์ของเกาหลีเหนืออีกด้วย
ขณะเดียวกัน ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เปิดเผยว่า อี แจมยอง (Lee Jae Myung) ประธานาธิบดีแห่งประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) ได้เข้าพูดคุยกับ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีแห่งประเทศสหรัฐฯ (US) นอกรอบการประชุมสุดยอดเมื่อวันอังคาร โดยขอให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาเกาหลีเหนืออย่างสันติ โดย คัง ยูจอง (Kang Yu-jung) โฆษกหญิงอาวุโสประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สอบถามประธานาธิบดีอีเกี่ยวกับความคืบหน้าล่าสุดของความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลี ซึ่งประธานาธิบดีอีได้ตอบกลับว่า คาดหวังให้ทรัมป์เป็นผู้นำในความพยายามสร้างสันติภาพในประเด็นเกาหลีเหนือ เช่นเดียวกับที่ทรัมป์เคยมีส่วนช่วยในการยุติความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตอบรับด้วยการแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาเกาหลีเหนือต่อไป ทั้งนี้ การสนทนาดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ราว 30 วินาที ระหว่างที่บรรดาผู้นำกำลังรวมตัวเพื่อถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ซึ่งไม่ใช่การประชุมอย่างเป็นทางการที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า โดยทางทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุว่า กรุงโซลและวอชิงตันกำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อกำหนดวันสำหรับการประชุมสุดยอดอย่างเป็นทางการในอนาคต
ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศและการรวมชาติของเกาหลีใต้เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า รัฐบาลโซลจะเฝ้าติดตามสถานการณ์และพัฒนาการอย่างใกล้ชิดโดยไม่ด่วนสรุปไปก่อน เนื่องจากขณะนี้มีการยกสถานการณ์จำลองที่หลากหลายเกี่ยวกับแนวโน้มในการรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือขึ้นมาพิจารณา ท่ามกลางสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีที่ยังคงต้องจับตามองอย่างเป็นระยะ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/asia/east-asia/article/3357610/north-korea-warns-disaster-if-g7-tries-strip-its-nuclear-weapons?module=top_story&pgtype=homepage