.
คณะผู้แทนสหรัฐฯ–อิหร่านอยู่ในกาตาร์ แต่ยังไม่มีการเจรจาโดยตรง; การขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซฟื้นตัว ราคาน้ำมันลดลงใกล้ระดับก่อนสงคราม
1-7-2026
ขณะนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าคณะผู้แทนของ สตีฟ วิทคอฟฟ์ (Steve Witkoff) และ จาเร็ด คุชเนอร์ (Jared Kushner) อยู่ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยืนยันอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายอิหร่านไม่มีแผนที่จะพบกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ "ไม่ว่าในระดับใดก็ตามในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า"
"สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ที่กรุงโดฮา คือการหารือเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อกำหนดต่าง ๆ ของบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) รวมถึงข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยคืนทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในกาตาร์" โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เอสมาอิล บาเกอี (Esmaeil Baghaei) กล่าว
"ดังนั้น ผมขอย้ำว่า เราไม่ได้มีแผนจะพบกับฝ่ายอเมริกัน ไม่ว่าในระดับใดก็ตามในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า" บาเกอีกล่าวเพิ่มเติม
อิหร่านคาดหวังว่า เงินทุนของอิหร่านมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ถูกอายัดไว้ในกาตาร์จะถูกโอนกลับภายในสิ้นสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ระบุเมื่อวันอังคารว่า การโอนดังกล่าวยังไม่ได้เกิดขึ้น
ประเด็นที่ผู้ไกล่เกลี่ยกำลังหารือกันในกาตาร์ขณะนี้ คือชะตากรรมของเงินทุนที่ถูกอายัดของอิหร่าน และการดำเนินการตามข้อตกลงในการโอนเงินดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา วอชิงตันกล่าวหาอิหร่านว่า กองทัพอิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ขณะที่เตหะรานก็ได้ปฏิเสธและกล่าวหาสหรัฐฯ กลับเช่นกัน
เมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า อิหร่าน "ร้องขอให้มีการพบปะ" หลังจากทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนการโจมตีกันเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่จนถึงขณะนี้ ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีการพบปะโดยตรงที่กรุงโดฮา อย่างไรก็ตาม ตามรายงานล่าสุดของ Al Jazeera เมื่อวันอังคาร ระบุว่า
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์กล่าวว่า ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ได้แก่ จาเร็ด คุชเนอร์ และ สตีฟ วิทคอฟฟ์ อยู่ที่กรุงโดฮาจริง แต่ยังไม่มีการกำหนดนัดหมายใด ๆ กับเจ้าหน้าที่อิหร่าน
อิหร่านยังคงแสดงจุดยืนแข็งกร้าว โดยยืนยันว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อในประเด็นใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการควบคุม ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมประกาศว่าหากไม่สามารถหาข้อยุติผ่านการเจรจาได้ ก็พร้อมกลับเข้าสู่ความขัดแย้งทางทหารอีกครั้ง
เตหะรานยืนยันว่า ตนมี "สิทธิ" ในการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซตามแนวทางของตนเอง แม้ว่าจะพยายามขอความร่วมมือจากโอมาน แต่เจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่าจะดำเนินการต่อไป ไม่ว่าโอมานจะให้ความร่วมมือหรือไม่ก็ตาม ซึ่งรวมถึงการจัดเก็บค่าผ่านทาง เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งไปใช้ในการฟื้นฟูประเทศอิหร่าน
ส่วนหนึ่งของจุดยืนที่แข็งกร้าวนี้ คืออิหร่านต้องการให้มีการคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดก่อน จึงจะเริ่มการเจรจาสันติภาพได้ ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านต้องแสดงให้เห็นก่อนว่าเป็นฝ่ายที่สมควรได้รับความไว้วางใจ
Fox News อ้างคำกล่าวของบาเกอีว่า "ข้อกำหนดต่าง ๆ ในข้อตกลงชั่วคราวระหว่างเตหะรานกับสหรัฐฯ จะต้องได้รับการปฏิบัติตามก่อน จึงจะสามารถเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงฉบับสุดท้ายได้"
รายงานยังระบุว่า เอสมาอิล บาเกอี (Esmaeil Baghaei) กล่าวว่า ช่องทางการสื่อสารระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังคงดำเนินอยู่ แต่เป็นการติดต่อผ่านฝ่ายการเมือง ไม่ใช่ผ่านฝ่ายทหาร
แม้ว่าทั้งสองฝ่ายที่ทำสงครามกันจะยังคงยึดมั่นในจุดยืนของตนอย่างแข็งกร้าว แต่ตลาดน้ำมันกลับตอบรับในเชิงบวก ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการสร้างบรรยากาศเชิงบวกก่อนวันชาติสหรัฐฯ วันที่ 4 กรกฎาคม
ราคาน้ำมันในวันอังคารกำลังมุ่งสู่การปรับตัวลดลงรายไตรมาสที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงแรกของการระบาดของโควิด-19 ขณะที่นักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กรุงโดฮา ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ยังเปราะบางในสงครามซึ่งดำเนินมาแล้ว 4 เดือน
ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ กำลังจะปิดเดือนด้วยการปรับลดลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน โดยลดลงประมาณ 19% ขณะที่น้ำมันดิบ Brent กำลังจะลดลงเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน โดยลดลงราว 20% ในเดือนมิถุนายน
ทั้ง Brent และ WTI ต่างปรับตัวลดลงอย่างมากในไตรมาสนี้ และขณะนี้ซื้อขายกันในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนสงคราม เนื่องจากมีเรือบรรทุกน้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซียมากขึ้น ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานเริ่มคลี่คลายลง.
เหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางการฟื้นตัวของการเดินเรือในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านตอบโต้กันทางทหารตลอดช่วงสุดสัปดาห์
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า การเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ฟื้นตัวในเช้าวันอังคาร โดยจนถึงขณะนั้นมีเรือผ่านแล้ว 8 ลำ หลังจากมีเรือ 40 ลำ เดินทางผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ในวันจันทร์
การฟื้นตัวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากปริมาณการเดินเรือลดลงต่อเนื่องหลายวัน ภายหลังเรือพาณิชย์ในภูมิภาคถูกโจมตี อันเป็นผลจากการปะทะระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
จำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบลดลงจาก 76 ลำ ในวันพุธที่ 24 มิถุนายน เหลือ 59 ลำ ในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันที่เรือ Ever Lovely ถูกโจมตี จากนั้นจำนวนเรือลดลงเหลือ 50 ลำ ในวันศุกร์, 39 ลำ ในวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันที่เรือ Kiku ถูกโจมตี และเหลือเพียง 24 ลำ ในวันอาทิตย์ ก่อนจะฟื้นกลับมาเป็น 40 ลำ ในวันจันทร์ จากเรือทั้งหมด 40 ลำ ที่ผ่านช่องแคบในวันจันทร์ มี 10 ลำ ใช้เส้นทางตอนใต้ผ่านน่านน้ำของโอมาน ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังช่วยประสานงานด้านความปลอดภัย ส่วนอีก 32 ลำ เป็นเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่และเรือบรรทุกสินค้าเทกอง (bulk carriers)
ในความเห็นล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์การขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อ ซึ่ง Bloomberg นำมารายงานว่า นับตั้งแต่สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร มีเพียง จีน เท่านั้นที่ซื้อน้ำมันจากอิหร่าน.
"จนถึงขณะนี้ อิหร่านยังไม่สามารถขายน้ำมันของตนได้มากนัก เพราะผู้ซื้อยังค่อนข้างกังวลว่า จะมีการกลับมาคว่ำบาตรอีกหรือไม่" สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Fox News เขายังระบุเพิ่มเติมว่า แม้น้ำมันอิหร่านจะยังคงถูกขายให้จีน แต่ก็เป็นการขายใน ราคาที่มีส่วนลด (discount) เมื่อเทียบกับราคาตลาด.
ที่มา Zerohedge