.
ผู้ผลิตโดรนรัสเซียประกาศเตรียมพร้อมสำหรับ ‘สงครามโดรนครั้งใหญ่กับ NATO’ แม้เครมลินยืนยันไม่คิดโจมตีพันธมิตรตะวันตก
2-7-2026
Newsweek รายงานว่า ผู้จัดงานเทศกาลโดรนครั้งใหญ่ของประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ร่วมกันประกาศปฏิญาณที่จะเตรียมความพร้อมสำหรับภาวะสงครามกับกลุ่มประเทศนาโต (NATO) แม้ว่าทางด้านทำเนียบเครมลิน (Kremlin) จะยังคงยืนยันอย่างหนักแน่นว่าประเทศรัสเซียไม่มีแผนการที่จะโจมตีกลุ่มพันธมิตรดังกล่าวแต่อย่างใด
รายงานระบุว่า คณะผู้จัดงานดรอนนิตซา (Dronnitsa) ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีของกลุ่มผู้ผลิตและผู้ควบคุมโดรนในประเทศรัส (Russia) ได้เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญสองประการของการประชุมในปีนี้คือ "การเตรียมความพร้อมสำหรับสงครามครั้งใหญ่กับนาโต (NATO)" และ "การพลิกกลับทิศทางของสถานการณ์ 'สงครามโดรน' ในปัจจุบันให้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายเรา"
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ประเทศรัสเซีย (Russia) ได้เร่งกำลังการผลิตในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่างเต็มกำลัง โดยเร่งขับเคลื่อนกระบวนการผลิตโดรนจำนวนมหาศาลเพื่อสนับสนุนการทำสงครามในประเทศยูเครน (Ukraine) ซึ่งในปัจจุบันได้ดำเนินมาเป็นเวลานานเกือบสี่ปีครึ่งแล้ว
การสู้รบที่ยืดเยื้อในครั้งนี้เปรียบเสมือนเบ้าหลอมสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีโดรน ส่งผลให้ทั้งสองประเทศก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำระดับโลกในการใช้เทคโนโลยีไร้คนขับเพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหาร โดยสามารถก้าวล้ำนำหน้าบรรดาสมาชิกนาโต (NATO) ที่กำลังเร่งพยายามศึกษาและเรียนรู้ตามให้ทันยุทธวิธีกระบวนการรบที่ได้รับการขัดเกลาจริงในภูมิภาคยุโรปตะวันออก
ที่ผ่านมา โดนของทั้งฝ่ายรัสเซีย (Russia) และประเทศยูเครน (Ukraine) ได้รุกล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของกลุ่มประเทศสมาชิกนาโต (NATO) อยู่เป็นประจำ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้จุดชนวนความตระหนกตกใจอย่างยิ่งต่อกรณีที่ระบบป้องกันภัยค้างคามจากโดนถูกนำมาปรับใช้งานได้อย่างล่าช้า ตลอดจนเปิดเผยให้เห็นว่ากองทัพของชาติตะวันตกยังคงขาดแคลนขีดความสามารถและยุทโธปกรณ์ในการรับมือกับการโจมตีด้วยโดรนเพียงใด
สำหรับการประชุมประจำปีดรอนนิตซา (Dronnitsa) ในปีนี้ มีกำหนดจัดขึ้นเป็นเวลาสองวันในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ณ เมืองเวลิกี นอฟโกรอด (Veliky Novgorod) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศรัสเซีย (Russia) โดยสื่อทางการของรัสเซียรายงานเพิ่มเติมว่า ในงานประชุมดรอนนิตซาประจำปี 2025 ที่ผ่านมา มีผู้สนใจเดินทางเข้าร่วมงานมากกว่า 2,000 คน
ทั้งนี้ รายละเอียดของการประชุมดรอนนิตซา (Dronnitsa) ในครั้งก่อน ๆ มักจะครอบคลุมในประเด็นเรื่องวิธีการฝึกอบรมผู้ควบคุมโดรนของรัสเซียให้ดีที่สุด การประกอบชิ้นส่วนกองกำลังโดรนประสานงาน ตลอดจนการวางโครงสร้างกลยุทธ์เพื่อแก้ไข "ข้อผิดพลาด" ต่าง ๆ ในการใช้งานเทคโนโลยีโดรนของกองทัพรัสเซีย
สถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในขณะที่ประเทศยูเครน (Ukraine) ได้ออกมาแจ้งเตือนต่อกลุ่มประเทศอื่น ๆ ในทวีปยุโรปซ้ำหลายระลอกว่า ยุโรปอาจตกเป็นเป้าหมายถัดไปในการเข้าโจมตีของประเทศรัสเซีย (Russia) ทันทีที่กองกำลังทหารรัสเซียจำนวนหลายแสนนายที่กำลังติดหล่มอยู่ในสมรภูมิรบของยุโรปตะวันออกได้รับการปลดปล่อยจากข้อผูกมัดภายหลังจากสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้สำเร็จ
อย่างไรก็ดี กระบวนการเจรจาสันติภาพซึ่งได้รับการผลักดันโดยประเทศสหรัฐฯ (US) กำลังต้องเผชิญกับอุปสรรคและความล่าช้าอันเนื่องมาจากสงครามระหว่างรัฐบาลวอชิงตัน (Washington) กับประเทศอิหร่าน (Iran) แต่ประเด็นการเจรจาดังกล่าวได้รับการคาดการณ์ว่าจะกลับมาเป็นวาระสำคัญสูงสุดของทำเนียบขาว (White House) อีกครั้งเมื่อมีการลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับกรุงเตหะราน (Tehran) เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของนาโต (NATO) บางรายได้ส่งสัญญาณเตือนว่า รัฐบาลมอสโก (Moscow) อาจพุ่งเป้าโจมตีไปยังแนวรบฝั่งตะวันออกของกลุ่มพันธมิตรนาโตภายในระยะเวลาไม่กี่ปีข้างหน้า แม้ว่าเจ้าหน้าที่รายอื่น ๆ จะพยายามลดทอนระดับความรุนแรงของสถานการณ์เกี่ยวกับความต้องการของรัสเซียในการทดสอบระดับการตอบโต้ของนาโตต่อการโจมตีจากทำเนียบเครมลิน (Kremlin) ก็ตาม
หากประเทศรัสเซีย (Russia) เปิดฉากโจมตีจริง พื้นที่เป้าหมายหลักน่าจะเป็นประเทศโปแลนด์ (Poland) ประเทศเอสโตเนีย (Estonia) ประเทศลัตเวีย (Latvia) หรือประเทศลิทัวเนีย (Lithuania) ซึ่งการฝึกซ้อมรบทางทหารในสหราชอาณาจักร (UK) เมื่อเดือนที่ผ่านมา ได้มีการจำลองสถานการณ์สงคราม (War-game) เพื่อวิเคราะห์และประเมินทิศทางที่นาโต (NATO) จะใช้ตอบสนองหากกองทัพมอสโก (Moscow) บุกรุกเข้ายึดครองกลุ่มประเทศบอลติกในปี 2030
มาร์ก รุตเตอ (Mark Rutte) เลขาธิการนาโต (NATO) ได้ระบุในแถลงการณ์เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า กลุ่มพันธมิตรจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและติดตั้งอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อรองรับ "ขนาดและสัดส่วนของสงครามในระดับที่ปู่ย่าตายายหรือทวดของเราเคยเผชิญและอดทนผ่านมาในอดีต"
พร้อมกันนี้ มาร์ก รุตเตอ (Mark Rutte) ยังกล่าวว่านาโต (NATO) คือ "เป้าหมายถัดไปของรัสเซีย" ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจและจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทางทำเนียบเครมลิน (Kremlin) ซึ่งระบุว่าความเห็นของผู้นำนาโตเป็นท่าทีที่ "ขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่ง"
ในทางกลับกัน ประเทศรัสเซีย (Russia) ออกมายืนยันผ่านการแถลงการณ์ว่าไม่มีความต้องการหรือแผนการที่จะโจมตีประเทศอื่น ๆ ในยุโรป พร้อมทั้งระบุว่าข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับการเข้าบุกรุกดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องที่ "ไร้สาระอย่างสิ้นเชิง"
ทว่า หากย้อนกลับไปในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนที่รัสเซียจะเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารและบุกโจมตีประเทศยูเครน (Ukraine) อย่างเต็มรูปแบบ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียต่างก็เคยยืนยันอย่างแข็งขันต่อประชาคมโลกว่าไม่มีแผนการที่จะส่งกำลังทหารบุกรุกประเทศเพื่อนบ้านเช่นเดียวกัน
ขณะที่ ข้อมูลจากการประเมินของหน่วยงานข่าวกรองแห่งประเทศลัตเวีย (Latvia) ระบุว่า ประเทศรัสเซีย (Russia) กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับ "การดำเนินการยั่วยุทางทหาร" (Military provocations) ต่อกลุ่มประเทศบอลติกหรือประเทศโปแลนด์ (Poland) แม้ว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจจะยังไม่ใช่การเข้าโจมตีทางทหารขนาดใหญ่ในรูปแบบดั้งเดิมต่อประเทศเหล่านี้ ตามการรายงานข่าวของสื่อมวลชนหลายสำนักเมื่อเดือนที่ผ่านมา
ด้านเจ้าหน้าที่ของชาติตะวันตกเปิดเผยว่า ปัจจุบันรัสเซียได้เริ่มดำเนินยุทธวิธีสงคราม "ไฮบริด" (Hybrid war) กับนาโต (NATO) แล้ว โดยเป็นกิจกรรมการปั่นป่วนในหลากหลายรูปแบบที่หยุดอยู่ก่อนถึงระดับการเปิดฉากทำสงครามสู้รบกันอย่างเป็นทางการ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ การดำเนินแคมเปญบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร (Information campaigns) หรือการพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่เปราะบางอย่างระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าหรือระบบสายเคเบิลใต้ทะเล
สถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้กลุ่มประเทศในยุโรปต่างเร่งดำเนินการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมและการป้องกันประเทศอย่างเร่งรีบ ทว่าในปัจจุบัน รัฐบาลมอสโก (Moscow) ได้จัดสรรสัดส่วน GDP อันมหาศาลของประเทศให้แก่กองทัพไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยังคงเดินหน้ากระบวนการผลิตรถถัง ยานเกราะต่อสู้ และระบบปืนใหญ่จำนวนหลายร้อยระบบออกมาส่งมอบให้แก่กองทัพในแต่ละเดือน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.newsweek.com/russia-drone-makers-great-war-nato-12141121