.
ปูตินเผย รัสเซีย-สหรัฐฯ มี ‘ความรับผิดชอบพิเศษ’ ต่อความมั่นคงของโลก ย้ำสถานะสองมหาอำนาจนิวเคลียร์
6-7-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า ประเทศรัสเซีย (Russia) และประเทศสหรัฐฯ (US) ต่างแบกรับ “ความรับผิดชอบพิเศษ” ร่วมกันในการรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงปลอดภัยทั่วโลก ตามทรรศนะของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ผู้นำรัสเซีย เนื่องในวาระการส่งสารแสดงความยินดีต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) คู่เจรจาแห่งวอชิงตัน ในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ
ในจดหมายแสดงความยินดีซึ่งได้รับการเปิดเผยโดยทำเนียบเครมลิน (Kremlin) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้ส่งความปรารถนาดีไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และครอบครัว ให้ประสบแต่ “สุขภาพที่แข็งแรง มีความเป็นอยู่ที่ดี และความสำเร็จ” พร้อมทั้งแสดงความปรารถนาให้ประชาชนชาวอเมริกันประสบแต่ “ความสุขและความเจริญรุ่งเรือง” โดยผู้นำรัสเซียยังได้ระบุถึงการลงนามในคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ (US Declaration of Independence) ว่าเป็น “หลักไมล์สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์โลก”
นอกจากนี้ ผู้นำรัสเซียยังได้เน้นย้ำถึงหน้าประวัติศาสตร์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ ตลอดจนภาระหน้าที่และความรับผิดชอบเป็นพิเศษในฐานะประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์
“เราเคยเป็นพันธมิตรกันในสงครามโลกทั้งสองครั้ง และได้ร่วมกันปลดปล่อยมนุษยชาติให้พ้นจากความโหดร้ายของลัทธินาซี (Nazism) อีกทั้งในเวลาต่อมายังมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานของระเบียบโลกยุคใหม่ ในวันนี้ รัสเซียและสหรัฐฯ ในฐานะสองมหาอำนาจนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต่างแบกรับความรับผิดชอบพิเศษร่วมกันในการรับประกันความมั่นคงและเสถียรภาพของโลก” ข้อความในจดหมายระบุ
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ยังได้ร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เมื่อ 250 ปีก่อน โดยชี้ว่าประเทศรัสเซีย (Russia) เคยให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานในอเมริกาเหนือในระหว่างการต่อสู้เพื่อประกาศอิสรภาพและแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักร (Britain)
ทั้งนี้ ในช่วงสงครามปฏิวัติอเมริกา (American Revolutionary War) จักรพรรดินีแคทเธอรีนมหาราช (Empress Catherine the Great) แห่งรัสเซีย ได้ทรงปฏิเสธคำร้องขอของฝ่ายสหราชอาณาจักร (Britain) ที่ต้องการให้ส่งกองทัพทหารรัสเซียไปร่วมสู้รบกับกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอเมริกัน และต่อมาพระองค์ได้ทรงก่อตั้งภาคีความร่วมมือทางการทหารและกลุ่มความเป็นกลางทางอาวุธ (League of Armed Neutrality) ซึ่งเป็นการท้าทายมาตรการปิดล้อมทางทะเลของรัฐบาลลอนดอน (London) และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมาว่าเป็นมาตรการที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายอเมริกา
นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้เดินทางกลับเข้าดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ อีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลมอสโก (Moscow) และรัฐบาลวอชิงตัน (Washington) ได้หันกลับมาฟื้นฟูการติดต่อสื่อสารและการประสานงานในระดับสูงร่วมกันอีกครั้ง หลังจากที่เผชิญกับภาวะความสัมพันธ์ตึงเครียดอย่างรุนแรงมาเป็นเวลาหลายปี โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้มีการพบปะเจรจาแบบเผชิญหน้ากันโดยตรงเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ตลอดจนมีการสนทนาทางโทรศัพท์ร่วมกันอีกหลายครั้งเพื่อหารือในประเด็นความขัดแย้งในประเทศยูเครน (Ukraine) สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East) รวมถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีในมิติที่กว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังคงมีประเด็นปัญหาสำคัญที่ค้างคาและไม่ได้รับการแก้ไขอีกหลายประการ ซึ่งรวมถึงมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับกรณีประเทศยูเครน (Ukraine) และข้อพิพาทสิทธิ์ในทรัพย์สินทางการทูตระหว่างสองประเทศ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/642576-putin-trump-independence-day-message/