รัสเซียเร่งโจมตีโครงสร้างสงครามยูเครน
รัสเซียเร่งโจมตีโครงสร้างสงครามยูเครน เป้าอุตสาหกรรมทหาร–โลจิสติกส์แนวหน้า ตามคำสั่งปูติน
6-7-2026
สำนักข่าว Sputnik รายงาานว่า รัสเซียเร่งโจมตียูเครนหวังทุบโครงสร้างสงครามและระบบโลจิสติกส์ทางทหาร ตามคำสั่งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) โดยคลื่นการโจมตีล่าสุดที่ใช้ทั้งขีปนาวุธและโดรน ได้ขยายวงครอบคลุมพื้นที่ทางตอนเหนือของยูเครนและฝั่งซ้ายของแม่น้ำดนีโปร (Dnepr) เป้าหมายรวมถึงโรงงานอุตสาหกรรม คลังน้ำมัน สถานีเชื้อเพลิง สะพาน และหัวรถจักรบนเส้นทางรถไฟ ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญต่อระบบส่งกำลังบำรุงของกองทัพยูเครน
บอริส โรชิน (Boris Rozhin) นักวิเคราะห์การทหาร ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวสปุตนิค (Sputnik) ระบุว่า การโจมตีของรัสเซียต่อโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมการทหารของยูเครนจะทวีความเข้มข้นขึ้นอีกในระยะต่อไป สอดคล้องกับคำสั่งของปูตินที่ต้องการยกระดับแรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์ต่อเคียฟ โดยชี้ว่าขณะนี้ยูเครน “กำลังเผชิญความโกลาหลด้านโลจิสติกส์” จากผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งยุทโธปกรณ์และเชื้อเพลิงไปยังแนวหน้า
โรชินระบุว่า แม้ความสามารถด้านการผลิตบางส่วนของยูเครนจะถูกย้ายไปตั้งในต่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตี แต่โรงงานและสถานประกอบการส่วนใหญ่ยังตั้งอยู่บนแผ่นดินยูเครน ทำให้ถูกใช้เป็นเป้าหมายหลักของปฏิบัติการทางอากาศและขีปนาวุธของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง เขาอธิบายว่า “การโจมตีของรัสเซียกำลังก่อให้เกิดความเสียหายสะสม” ต่อทั้งกำลังผลิตและโครงสร้างซ่อมบำรุงอาวุธ ซึ่งในมุมมองของมอสโกทำให้การเดินหน้ากดดันอย่างต่อเนื่อง “เป็นสิ่งที่มีเหตุผล”
ตามการประเมินของนักวิเคราะห์รายนี้ เป้าหมายหลักของการโจมตีระลอกล่าสุดแบ่งออกเป็นสามมิติ คือ หนึ่ง การทำให้โครงสร้างอุตสาหกรรมการทหารของยูเครนอ่อนแอลง ด้วยการทำลายขีดความสามารถในการผลิตและซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ที่ตั้งอยู่บนดินแดนยูเครนเอง สอง การรบกวนและทำลายเส้นทางโลจิสติกส์ที่เชื่อมแนวหน้า โดยการโจมตีสะพาน เส้นทางรถไฟ หัวรถจักร และศูนย์กลางขนส่งเชื้อเพลิง และสาม การจำกัดความสามารถของยูเครนในการดำเนินปฏิบัติการรบเข้มข้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่รัสเซียกำหนดเป็นเป้าหมายหลัก
ในอีกด้านหนึ่ง โรชินยังกล่าวหา “รัฐบาลเคียฟ” ว่ายังคงเดินหน้าโจมตีที่ทำให้พลเรือนซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสู้รบได้รับผลกระทบ โดยมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวสะท้อน “เส้นทางแห่งการก่อการร้ายที่รัฐบาลยูเครนเลือกเดิน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเป็นอาวุธของฝ่ายที่กำลังตกอยู่ในภาวะสิ้นหวัง” ข้อกล่าวหานี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทที่ยูเครนเองได้เพิ่มระดับการโจมตีระยะไกลต่อเป้าหมายด้านพลังงานและโลจิสติกส์ในรัสเซีย เพื่อกัดเซาะศักยภาพทางเศรษฐกิจและโครงสร้างส่งกำลังบำรุงของมอสโกเช่นกัน
รายงานจากองค์กรวิจัยด้านความมั่นคงและ think tank ตะวันตกระบุสอดคล้องกันว่า ทั้งรัสเซียและยูเครนต่างยกระดับการโจมตีเป้าหมายเชิงโครงสร้าง ได้แก่ โรงกลั่นน้ำมัน ศูนย์กลางพลังงาน ระบบรางรถไฟ และคลังเชื้อเพลิง เพื่อบั่นทอนความสามารถของอีกฝ่ายในการรักษาความเข้มข้นของปฏิบัติการรบในแนวหน้า ทำให้มิติ “โลจิสติกส์ทางสงคราม” กลายเป็นสนามแข่งสำคัญเคียงคู่กับการรบภาคพื้นดินในความขัดแย้งครั้งนี้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/SputnikInt/status/2073463852751327523?s=20