.
ญี่ปุ่น-NATO ยืนยันความมั่นคงสองภูมิภาคแยกไม่ออก รมว.กลาโหมญี่ปุ่นชี้ถึงเวลาถก “นิวเคลียร์” ยุติข้อห้ามเดิม ท่ามกลางภัยความมั่นคงตึงเครียด
25-7-2026
The Janpan Times รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชินจิโร โคอิซูมิ (Shinjiro Koizumi) ได้เสนอเมื่อวันพุธว่า ประเทศญี่ปุ่น (Japan) จำเป็นต้องส่งเสริมและผลักดันการอภิปรายเกี่ยวกับนโยบายความมั่นคงแห่งชาติในอนาคต ซึ่งรวมถึงการป้องกันและป้องปรามด้วยนิวเคลียร์ (nuclear deterrence) ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่รุนแรงตึงเครียด
ข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจาก นายชินจิโร โคอิซูมิ (Shinjiro Koizumi) ได้ออกมาร้องขอให้มีการทลายข้อห้ามหรือข้อตักขิน (taboo) ในการเปิดฉากถกเถียงและอภิปรายเกี่ยวกับประเด็นนิวเคลียร์อย่างเป็นรูปธรรม
"หากไม่มีการจัดการอภิปรายและถกเถียงกันโดยปราศจากข้อห้ามใดๆ แล้ว จะไม่มีประเทศใดสามารถรับประกันความมั่นคงของตนเองได้ด้วยตัวคนเดียวอีกต่อไป" นายชินจิโร โคอิซูมิ (Shinjiro Koizumi) กล่าวต่อบรรดาผู้สื่อข่าว ณ สำนักงานใหญ่ขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ในกรุงบรัสเซลส์ (Brussels) "ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเพียงสิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติ"
"ประเทศฝรั่งเศส (France) กำลังปรับเปลี่ยนนโยบายด้านนิวเคลียร์ของตน (ไปสู่การขยายขอบเขตการป้องปรามด้วยนิวเคลียร์ไปยังประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรป) และกำลังแสวงหาการแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการใหม่ๆ ซึ่งรวมถึงการซ้อมรบร่วมกับประเทศเยอรมนี (Germany)" เขากล่าว
นอกจากนี้ เขายังได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่นานาประเทศจะต้องร่วมมือและประสานงานกัน เพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในการถ่ายทอดสดผ่านเว็บ (Webcast) เมื่อวันศุกร์ นายชินจิโร โคอิซูมิ (Shinjiro Koizumi) ได้แสดงทัศนะและมุมมองว่า ประเด็นและคำถามเกี่ยวกับเรื่องนิวเคลียร์ถือเป็นหัวข้อที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป
ทบทวนหลักการไม่ฝักใฝ่นิวเคลียร์ 3 ประการ และแรงดันจากพรรคร่วมรัฐบาล
เกี่ยวเนื่องกับหลักการไม่ฝักใฝ่นิวเคลียร์ 3 ประการ (three nonnuclear principles) ของประเทศญี่ปุ่น (Japan) ซึ่งได้แก่ การไม่ครอบครอง การไม่ผลิต และการไม่อนุญาตให้นำอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาภายในประเทศ ทางด้านนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) ได้แสดงเจตจำนงที่จะหารือเกี่ยวกับการทบทวนหลักการดังกล่าวในการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม (July 6) ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน พรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (Japan Innovation Party) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของพรรครัฐบาลเสรีประชาธิปไตย หรือ แอลดีพี (Liberal Democratic Party: LDP) ของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) ก็ได้เรียกร้องให้มีการทบทวนหลักการไม่อนุญาตให้นำอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาในประเทศญี่ปุ่น (Japan) ด้วยเช่นกัน พร้อมทั้งแสวงหาการผลักดันให้มีการนำเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ (nuclear submarines) เข้ามาประจำการในข้อเสนอเพื่อปรับปรุงแก้ไขเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง 3 ฉบับของประเทศ
การกระชับความร่วมมือ ญี่ปุ่น-นาโต (NATO) และภัยคุกคามสองซีกโลก
ในขณะเดียวกัน นายชินจิโร โคอิซูมิ (Shinjiro Koizumi) ได้เข้าหารือร่วมกับเลขาธิการองค์การนาโต (NATO) มาร์ก รุตเตอ (Mark Rutte) เมื่อวันพุธ โดยทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันร่วมกันอีกครั้งว่า ความมั่นคงของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific) และความมั่นคงของภูมิภาคยูโร-แอตแลนติก (Euro-Atlantic) เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงและไม่สามารถแยกออกจากกันได้
การยืนยันดังกล่าวมีขึ้นโดยพิจารณาจากสถานการณ์การฝึกซ้อมยิงปืนเมื่อเร็วๆ นี้โดยเรือรบของกองทัพเรือประเทศจีน (China) ภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone: EEZ) ของประเทศญี่ปุ่น (Japan) รวมไปถึงการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงโดยเรือรบของกองทัพเรือประเทศรัสเซีย (Russia) ในบริเวณใกล้กับช่องแคบอังกฤษ (English Channel)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.japantimes.co.jp/news/2026/07/23/japan/politics/japan-defense-minister-nuclear-debate/?utm_medium=social&utm_source=facebook&utm_type=image&fbclid=iwy2xjawtqwmdlehrua2flbqixmabicmlketf4qxexz3dusuy4a0y1emhwc3j0ywzhchbfawqqmjiymdm5mtc4odiwmdg5mgabhosdzwt2qh9dmuh59ijyryuk85ir7hlut-ea_6qrypww1bnpxq6o1vasajta_aem_exjstjus0xdw1dvj_cv0rw#Echobox=1784789744-1