.
สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ขณะที่ฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลซาอุดีอาระเบีย เสี่ยงเปิดแนวรบใหม่ในตะวันออกกลาง
22-7-2026
สหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้เกิดความกังวลว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจขยายวงกว้างมากขึ้น
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางรายงานที่ระบุว่า คนกลางในภูมิภาคได้เสนอแผนหยุดยิงเป็นเวลา 10 วันแก่สหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจช่วยฟื้นกระบวนการตามบันทึกความเข้าใจที่ทั้งสองฝ่ายลงนามไว้เมื่อเดือนที่ผ่านมา
กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอีกระลอกเมื่อเวลา 21.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในวันจันทร์
แถลงการณ์ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีศูนย์บัญชาการทางทหาร ขีดความสามารถด้านการรบทางทะเล ฐานปล่อยขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน เพื่อบั่นทอนศักยภาพในการโจมตีเรือพาณิชย์ที่เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
CENTCOM ระบุเพิ่มเติมว่า การเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ยังคงดำเนินต่อไป โดยนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม กองกำลังสหรัฐฯ ได้สนับสนุนการเดินเรือของเรือพาณิชย์ประมาณ 900 ลำ และการขนส่งน้ำมันดิบรวมกว่า 450 ล้านบาร์เรลผ่านช่องแคบดังกล่าว
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า อิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อช่วงเช้าวันอังคาร ส่งผลให้ลูกเรือต้องละทิ้งเรือ ท่ามกลางความพยายามของเตหะรานในการเพิ่มการควบคุมช่องแคบ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของปริมาณการค้าน้ำมันทั่วโลก
ด้านรัฐบาลคูเวตเปิดเผยว่า อิหร่านได้โจมตีโรงไฟฟ้าและโรงกลั่นน้ำทะเลหลายแห่งของประเทศเมื่อวันจันทร์ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงไฟฟ้า น้ำ และพลังงานหมุนเวียนของคูเวตระบุว่า สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และกำลังเร่งดำเนินการซ่อมแซม ทั้งนี้ คูเวตพึ่งพาโรงกลั่นน้ำทะเลเป็นแหล่งผลิตน้ำดื่มหลักของประเทศ
ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียโดยมีผลทันที ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง
ก่อนหน้านี้ ฮูตีเคยขู่ว่าจะปิดช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ระหว่างความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยช่องแคบดังกล่าวเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดนและตลาดโลก
กลุ่มฮูตีระบุในแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าวของรัฐว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังดำเนิน "การปิดล้อมเชิงรุก" ต่อเยเมน พร้อมระบุว่าความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากฮูตีกล่าวหาว่าซาอุดีอาระเบียโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติซานาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ด้านกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียในเยเมนประกาศว่าจะตอบโต้การปิดล้อมทางทะเลของฮูตีด้วยกำลัง พร้อมระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็น "การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดแจ้ง"
ตลาดจับตาข้อเสนอหยุดยิง 10 วัน
ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงสั้น ๆ หลังการประกาศของกลุ่มฮูตี ก่อนจะแกว่งตัวตามกระแสข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงทางการทูต สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนกันยายนปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 มาอยู่ที่ 90.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ส่งมอบเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 อยู่ที่ 84.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักวิเคราะห์จาก ING ระบุว่า ยังมีความหวังต่อการลดระดับความตึงเครียด หลังมีรายงานว่าคนกลางกำลังผลักดันข้อเสนอหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเป็นเวลา 10 วัน อย่างไรก็ตาม วอร์เรน แพตเตอร์สัน และเอวา มันเธย์ นักวิเคราะห์ของ ING ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การบรรลุข้อตกลงดังกล่าว "ไม่ใช่เรื่องง่าย" เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมาก อีกทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้หากมีทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่มเติม
ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อวันจันทร์ว่า "ทุกครั้งที่อิหร่านสังหารทหารอเมริกัน พวกเขาจะต้องชดใช้มากกว่าหลายเท่า" พร้อมระบุว่า ได้ส่งคำสั่งดังกล่าวไปยังผู้บัญชาการทหารทุกนายแล้ว
ฮูตีอาจกระทบการส่งออกน้ำมันซาอุดีอาระเบีย
ฮอร์เก เลออน รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ของ Rystad Energy กล่าวว่า การประกาศของกลุ่มฮูตีทำให้การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียราว 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวันตกอยู่ในความเสี่ยง ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงชะลอตัวอย่างหนัก เขาระบุว่า เมื่อเส้นทางหลักในอ่าวเปอร์เซียได้รับผลกระทบ ตลาดโลกจึงต้องพึ่งพาท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย (Petroline) และท่าเรือริมทะเลแดงมากขึ้น เพื่อรักษาระดับการส่งออกน้ำมัน
ทั้งนี้ ระบบท่อส่ง Petroline มีความยาวประมาณ 750 ไมล์ เชื่อมแหล่งน้ำมันในเมืองอับกาอิก บริเวณชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย กับท่าเรือยันบูบนชายฝั่งทะเลแดง
เลออนเตือนว่า หากช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ถูกปิดกั้น จะไม่เพียงกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อหนึ่งในเส้นทางขนส่งที่เหลืออยู่ไม่กี่แห่ง ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของการจราจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซได้ เขากล่าวว่า หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้ และช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ภัยคุกคามต่อการเดินเรือในทะเลแดงทวีความรุนแรงขึ้น ความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย.
ที่มา CNBC
----------------------------
IRGC ระบุโจมตีศูนย์ข้อมูล Amazon ในบาห์เรน ตอบโต้สหรัฐฯ โจมตีพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
22-7-2026
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) แถลงเมื่อวันอังคารว่า ได้โจมตีศูนย์ข้อมูลของบริษัท Amazon ในบาห์เรน เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ต่อพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดาร์โควิน (Darkhovin Nuclear Power Plant)
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอาทิตย์ สื่อหลายแห่งรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเมืองดาร์โควินของอิหร่าน ขณะที่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่า กำลังตรวจสอบรายงานดังกล่าว พร้อมทั้งประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านกัมมันตรังสี
IRGC ระบุในแถลงการณ์ว่า "เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ต่อสถานที่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพื้นที่พลเรือนในเขตดาร์โควิน IRGC ได้ยิงขีปนาวุธร่อนหลายลูกเข้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านศูนย์ข้อมูลหลักของบริษัท Amazon ในบาห์เรน ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ"
ทั้งนี้ ในคืนวันที่ 18 มิถุนายน เตหะรานและวอชิงตันได้ลงนามบันทึกความเข้าใจที่เรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านหลายครั้งนับตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม
กองทัพอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศของตะวันออกกลาง ขณะที่รัฐบาลเตหะรานกล่าวหาว่าวอชิงตันละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป.
ที่มา Sputnik