.
'เปิดเกมการค้าอาร์กติก' อินเดียเตรียมส่งเรือสินค้าผ่านเส้นทางทะเลเหนือรัสเซีย เลี่ยงแซงก์ชัน-วิกฤตสุเอซ ขณะจีน-เกาหลีใต้รุกเส้นทางขั้วโลกเหนือ
15-8-2026
Russia's Pivot to Asia รายงานว่า ประเทศอินเดีย (India) กำลังวางแผนที่จะส่งเรือขนส่งสินค้าลำแรกเข้าสู่เส้นทางอาร์กติกตามแนวเส้นทางเดินเรือเหนือ หรือ NSR (Northern Sea Route: NSR) ของประเทศรัสเซีย (Russia) ในปีหน้า เพื่อขยายขอบเขตการค้ากับประเทศรัสเซีย (Russia) นอกเหนือจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก และหลีกเลี่ยงความติดขัดสะดุดของการขนส่งผ่านเส้นทางคลองสุเอซ (Suez Canal)
เส้นทางอาร์กติกที่มีระยะทาง 5,600 กิโลเมตร หรือเส้นทางเดินเรือเหนือ (NSR) นั้น วิ่งเลียบไปตามแนวชายฝั่งอาร์กติกของประเทศรัสเซีย (Russia) และเป็นเส้นทางเดินเรือที่สั้นที่สุดระหว่างทวีปเอเชียตะวันออกและทวีปยุโรป ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและน้ำแข็งทะเลที่ลดลงได้ช่วยเปิดเส้นทางนี้ตามฤดูกาล ทว่าสภาพอากาศยังคงมีความรุนแรงและจำเป็นต้องใช้เรือตัดน้ำแข็งเชี่ยวชาญพิเศษเพื่อเปิดช่องทางเดินเรืออย่างต่อเนื่อง
นำร่องเรือสินค้าแล่นผ่านอาร์กติกปี 2027
นายชรี เวนกาเตสาปาธี (Shri Venkatesapathy) รองปลัดกระทรวงการเดินเรือแห่งประเทศอินเดีย (Indian Shipping Ministry joint secretary) เปิดเผยระหว่างการร่วมประชุมในการประชุมอาร์กติก-รีเจียนส์ ฟอรัม (Arctic-Regions Forum) ณ เมืองอาร์คันเกลสค์ (Arkhangelsk) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคมว่า ในปี 2027 ประเทศอินเดีย (India) วางแผนที่จะส่งเรือนำร่องลำแรกแล่นผ่านเส้นทางเดินเรือเหนือ (NSR) โดยอินเดียมองเห็นโอกาสมหาศาล ไม่ใช่เพียงแค่สำหรับระเบียงขนส่งทางทะเลตะวันออก หรือ EMC (Eastern Maritime Corridor: EMC) จากเมืองวลาดิวอสต็อก (Vladivostok) ถึงเมืองเจนไน (Chennai) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเส้นทาง NSR อีกด้วย
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) แห่งประเทศรัสเซีย (Russia) ระบุว่า กรุงนิวเดลี (New Delhi) กำลังแสดงความสนใจอย่างจริงจังในเส้นทาง NSR โดยระบุว่ากรุงมอสโก (Moscow) กำลังเห็น "ความสนใจที่เพิ่มสูงขึ้นจากประเทศต่างๆ" ต่อเส้นทางอาร์กติก ซึ่งประเทศอินเดีย (India) และประเทศจีน (China) อยู่ในกลุ่มประเทศที่กำลังเจรจาหารือกับกรุงมอสโก (Moscow)
นายเวนกาเตสาปาธี (Venkatesapathy) ซึ่งเป็นผู้นำคณะผู้แทนประเทศอินเดีย (India) เข้าร่วมการประชุมระยะเวลาสองวันดังกล่าว ระบุว่า ระเบียงขนส่งเมืองเจนไน-วลาดิวอสต็อก หรือระเบียงขนส่งทางทะเลตะวันออก (EMC) มีปริมาณการขนส่งสินค้าพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 70 และมี "ความเป็นไปได้มหาศาล" ที่จะขยายความสำเร็จนี้ไปสู่เส้นทาง NSR นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวถึงความสนใจของประเทศอินเดีย (India) ในระเบียงขนส่งข้ามอาร์กติกแบบพหุโหมด หรือ TATC (Trans-Arctic Transport Corridor: TATC) พร้อมเสริมว่าได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) จำนวน 2 ฉบับเมื่อปีที่แล้วเพื่อพัฒนาเส้นทางดังกล่าว โดยอินเดียพบว่าเส้นทางเหล่านี้มีความน่าสนใจเนื่องจากระยะทางที่สั้นกว่า มีความปลอดภัย และมีความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์
ยกระดับเป้าการค้าแสนล้านดอลลาร์ และลดระยะเวลาขนส่ง
ประเทศอินเดีย (India) และประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ตั้งเป้าหมายการค้าระดับทวิภาคีไว้ที่ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 โดยปัจจุบันน้ำมันจากประเทศรัสเซีย (Russia) คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของกรุงนิวเดลี (New Delhi) ซึ่งทำให้เส้นทางอาร์กติกกลายเป็นห่วงโซ่การค้าที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับทั้งสองประเทศ ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจของประเทศอินเดีย (India) กำลังขยายตัวอย่างแข็งแกร่งด้วยอัตราการเติบโตรายปีที่ร้อยละ 7.7 และมีประชากรจำนวน 1,480 ล้านคนที่จะต้องรองรับ ทำให้การเข้าถึงแหล่งพลังงานของประเทศรัสเซีย (Russia) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ เส้นทาง NSR ยังมอบประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดยสำหรับประเทศอินเดีย (India) เส้นทางอาร์กติกสามารถช่วยประหยัดระยะทางได้สูงสุดถึงร้อยละ 40 และลดเวลาเดินทางได้ราวสองสัปดาห์ไปยังท่าเรือส่วนใหญ่ในทวีปยุโรป เมื่อเปรียบเทียบกับเส้นทางดั้งเดิมผ่านคลลองสุเอซ (Suez Canal) ซึ่งเส้นทางคลองสุเอซได้กลายเป็นเส้นทางที่มีความเสี่ยงสำหรับเรือสินค้าอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โครงสร้างพื้นฐานอาร์กติกและเป้าหมายการขนส่งระดับโลก
ประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ลงทุนอย่างมหาศาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเส้นทาง NSR โดยเมื่อปี 2023 กรุงมอสโก (Moscow) ได้บรรลุข้อตกลงกับบริษัท ดีพี เวิลด์ (DP World) ซึ่งมีฐานอยู่ในเมืองดูไบ (Dubai) เพื่อพัฒนาการขนส่งสินค้าทางเรือคอนเทนเนอร์ตามแนวเส้นทางอาร์กติก ปริมาณการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ได้ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อบริษัทจากประเทศจีน (China) คว้าโอกาสจากเส้นทาง NSR โดยขณะที่มีการเดินทางเสร็จสิ้น 23 เที่ยวเรือเมื่อปีที่แล้ว แต่ได้รับการวางแผนไว้ถึง 30 เที่ยวเรือสำหรับปี 2026
นายอาซามัต โคชูเอฟ (Azamat Khochuev) ผู้อำนวยการแผนกพัฒนาเส้นทางเดินเรือเหนือและอาร์กติกแห่งโรซาตอม (Department for the Development of the Northern Sea Route and the Arctic at Rosatom) เปิดเผยว่า ปริมาณการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศรัสเซีย (Russia) และประเทศจีน (China) ผ่านเส้นทาง NSR ได้ทะลุ 5 ล้านตันแล้วในปีนี้ โดยบริษัทโรซาตอม (Rosatom) ซึ่งมีฟลีทเรือตัดน้ำแข็งพลังงานนิวเคลียร์ เป็นผู้ดำเนินงานและผู้ประสานงานหลักของเส้นทาง NSR ที่ได้รับมอบหมายจากประเทศรัสเซีย (Russia) ขณะเดียวกัน บริษัท ซี เลเจนด์ ชิปปิ้ง (Sea Legend Shipping) ของประเทศจีน (China) จะเปิดให้บริการเส้นทางประจำไปยังทวีปยุโรปเป็นครั้งแรกในเดือนนี้ผ่านทาง NSR โดยจะส่งเรือจำนวน 7 ลำแล่นตามเส้นทางดังกล่าวตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงตุลาคม
ขณะเดียวกัน ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) กำลังเร่งพัฒนาการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทาง NSR เช่นกัน โดยกรุงโซล (Seoul) กำหนดให้เรื่องนี้เป็นวาระสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ทั้งนี้ ภายในปี 2030 ปริมาณการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศรัสเซีย (Russia) และประเทศจีน (China) ผ่านเส้นทางเดินเรือเหนือ (NSR) ถูกวางแผนไว้ว่าจะสูงถึง 20 ล้านตันต่อปี ขณะที่ตัวเลขเป้าหมายสำหรับเส้นทางทั้งหมดประเมินไว้ที่ประมาณ 100 ถึง 110 ล้านตันต่อปี
---
IMCT NEWS
ที่มา https://russiaspivottoasia.com/india-plans-to-send-its-first-cargo-ship-via-the-northern-sea-route-next-year/