เงินทุนต่างชาติไหลเข้ารัสเซียพุ่ง 11.5 เท่า
เงินทุนต่างชาติไหลเข้ารัสเซียพุ่ง 11.5 เท่า มอสโกชูร่วมทุนแบบ win-win มุ่งเทคโนโลยีขั้นสูง คุมสิทธิซื้อกิจการคืน
20-8-2026
Russia's Pivot to Asia รายงานว่า ประเทศรัสเซีย (Russia) กำลังมุ่งแสวงหาเทคโนโลยีขั้นสูงและความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการจากต่างประเทศ แทนที่รูปแบบการลงทุนที่เน้นเพียง "การประกอบด้วยไขควง" (Screwdriver assembly) แบบเรียบง่าย ตามการเปิดเผยของ นายอันตอน โคเบียคอฟ (Anton Kobyakov) ที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซีย
นายอันตอน โคเบียคอฟ (Anton Kobyakov) กล่าวล่วงหน้าก่อนการจัดงานการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออก (Eastern Economic Forum) ณ เมืองวลาดิวอสต็อก (Vladivostok) โดยระบุว่า กรุงมอสโก (Moscow) ให้ความสำคัญและสนับสนุนความร่วมมือในเชิงปฏิบัติการที่เป็นประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย ("Win-win") ซึ่งครอบคลุมถึงการผลิตร่วมกัน อุตสาหกรรมที่ใช้ทุนสูง ตลอดจนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์
นายอันตอน โคเบียคอฟ (Anton Kobyakov) กล่าวเน้นย้ำว่า "เราต้องการแนวปฏิบัติการบริหารจัดการที่ดีที่สุดและเทคโนโลยีที่ดีที่สุด เราไม่ต้องการที่จะดำเนินการประกอบชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ด้วย 'การประกอบด้วยไขควง' อีกต่อไป เราเคยทำเช่นนั้นมาก่อน" โดยเขาอ้างอิงถึงรูปแบบการลงทุนเดิมที่ผู้ผลิตต่างชาตินำเข้าชิ้นส่วนที่เสร็จสมบูรณ์เป็นส่วนใหญ่เข้ามาทำการประกอบขั้นสุดท้ายเบื้องต้นโดยใช้แรงงานชาวรัสเซีย แต่ไม่ได้เปิดโอกาสให้ประเทศรัสเซีย (Russia) ได้สร้างมูลค่าเพิ่มใดๆ ให้แก่ตัวผลิตภัณฑ์
ก่อนหน้านี้ บริษัทสัญชาติอเมริกัน ยุโรป และเอเชียบางส่วนจำนวนมากได้ตัดสินใจถอนตัวออกจากประเทศรัสเซีย (Russia) เนื่องจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานอันเป็นผลมาจากมาตรการคว่ำบาตรที่ชาติตะวันตกกำหนดต่อกรุงมอสโก (Moscow) ในปี 2022 ขณะที่บริษัทอื่นๆ เลือกที่จะถอนตัวเนื่องจากความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตรลำดับสอง (Secondary sanctions) หรือแรงกดดันด้านการประชาสัมพันธ์และภาพลักษณ์องค์กร
บริษัทที่ถอนตัวออกไปหลายแห่งได้ขายสินทรัพย์ของตนในรัสเซียให้แก่ผู้ซื้อในท้องถิ่น ซึ่งมักจะมีการระบุเงื่อนไขการถือสิทธิซื้อคืน (Buyback options) เอาไว้ อย่างไรก็ตาม กรุงมอสโก (Moscow) ได้ยกระดับความเข้มงวดของกฎระเบียบสำหรับการกลับเข้ามาลงทุนซ้ำ โดยเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้ลงนามในกฎหมายฉบับใหม่ที่ให้อำนาจศาลรัสเซียภายใต้เงื่อนไขเฉพาะในการยกเลิกสิทธิการถือสิทธิซื้อคืนของนักลงทุนต่างชาติ
อย่างไรก็ดี นายอันตอน โคเบียคอฟ (Anton Kobyakov) เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจจากประเทศเยอรมนี (Germany), ประเทศฝรั่งเศส (France), ประเทศอิตาลี (Italy), สหราชอาณาจักร (UK), ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland), ประเทศสเปน (Spain), ประเทศกรีซ (Greece) และประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherlands) ยังคงรักษาช่องทางการติดต่อสื่อสารกับประเทศรัสเซีย (Russia) อย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญแรงกดดันทางการเมืองจากรัฐบาลของตนเองก็ตาม
บรรดาเจ้าหน้าที่ของรัสเซียได้โต้แย้งว่า มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกในท้ายที่สุดได้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยการกระตุ้นกระบวนการทดแทนการนำเข้าและการผลิตภายในประเทศ ซึ่ง ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้กล่าวเมื่อปีที่แล้วว่า มาตรการคว่ำบาตรได้กลายเป็น "ตัวเร่งปฏิกิริยาอันทรงพลังสำหรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง" ในระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้ภาคธุรกิจของรัสเซียเข้าจับจองช่องว่างทางการตลาดที่บริษัทต่างชาติทิ้งไว้ และเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือโรงงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ด้านยานยนต์ที่เพิ่งเปิดตัว ณ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg) บนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นโรงงานเก่าของบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (General Motors)
กระนั้นก็ตาม บริษัทรายใหญ่ส่วนใหญ่ของชาติตะวันตกยังคงดำเนินกิจการในประเทศรัสเซีย (Russia) ต่อไป แม้จะมีมาตรการคว่ำบาตร ไม่ว่าจะเป็น บริษัท เนสท์เล่ (Nestlé), บริษัท มาร์ส (Mars), บริษัท มอนเดเลซ (Mondelez), บริษัท เป็ปซี่โค (PepsiCo) และ บริษัท พร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (Procter & Gamble) โดยผลการวิเคราะห์เมื่อเดือนมิถุนายนโดยสำนักข่าวเวโดมอสตี (Vedomosti) ของรัสเซีย พบว่ามีบริษัทที่มีต่างชาติเป็นเจ้าของจำนวน 2,350 แห่ง จากทั้งหมด 4,265 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 55 ที่ยังคงดำเนินธุรกิจและปรากฏตัวอยู่ในรัสเซีย
นอกจากนี้ เงินทุนจากการลงทุนของต่างชาติก็กำลังไหลกลับเข้าสู่ประเทศรัสเซีย (Russia) เช่นเดียวกัน โดยเมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศรัสเซีย (Russia) ได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มูลค่า 2.53 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 11.5 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2024 โดยเงินทุนเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากประเทศจีน (China), ประเทศอินเดีย (India), ประเทศอิหร่าน (Iran), ประเทศตุรกี (Turkiye) และกลุ่มประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นหลัก ซึ่งมุ่งแสวงหาโครงการระยะยาว พร้อมทั้งสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม
---
IMCT NEWS
ที่มา https://russiaspivottoasia.com/russia-amends-its-foreign-investment-goals-tightens-buy-back-options/