.
ทรัมป์เสนอ “G2” ให้มีแค่สหรัฐฯ–จีนร่วมบริหารโลก ปักกิ่งปฏิเสธแนวคิดทรัมป์ ย้ำไม่เอาโลกที่ขับเคลื่อนด้วยชาติมหาอำนาจไม่กี่ราย ชูระเบียบโลกหลายขั้ว
10-3-2026
NBCNEWS รายงานว่า สำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แนวคิดเรื่องอำนาจนำโลกอาจสรุปได้ด้วยสูตรง่าย ๆ คือสหรัฐฯ บวกจีน หรือที่เขาเรียกว่า “G2” แต่ในสายตาปักกิ่ง ภาพโลกที่ถูกนำโดย “กลุ่มสองชาติ” ไม่ใช่สิ่งที่จีนอยากรับรองในที่สาธารณะ แม้จะรับรู้ว่าคำนี้สะท้อนสถานะของจีนในฐานะมหาอำนาจเศรษฐกิจคู่ขนานสหรัฐฯ ก็ตาม
แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะแสดงความพยายามในการจัดระเบียบโลกใหม่ผ่านแนวคิด "G2" หรือการที่สหรัฐอเมริกาและจีนจะร่วมกันบริหารจัดการประเด็นสำคัญของโลกในฐานะสองมหาอำนาจหลัก แต่ทางการจีนกลับแสดงท่าทีระมัดระวังและปฏิเสธแนวคิดนี้อย่างเป็นทางการ โดยนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ได้เน้นย้ำในระหว่างการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ ณ กรุงปักกิ่งว่า อนาคตของมนุษยชาติควรถูกกำหนดโดยความพยายามร่วมกันของทุกประเทศ ไม่ใช่เพียงชาติมหาอำนาจเพียงไม่กี่ราย โดยชี้ให้เห็นว่าโลกมีประเทศมากกว่า 190 ประเทศ และประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าการเผชิญหน้าแบบแบ่งขั้วหรือการแสวงหาความเป็นเจ้าโลกมีแต่จะนำพาความเจ็บปวดมาสู่มนุษยชาติ
สำหรับจีน การยอมรับแนวคิด G2 ในที่สาธารณะถือเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนทางยุทธศาสตร์ แม้ว่าในทางหนึ่งคำนิยามนี้จะเป็นการยอมรับในอำนาจที่เพิ่มขึ้นของจีนว่าอยู่ในระดับทัดเทียมกับสหรัฐฯ แต่ในทางกลับกัน มันขัดแย้งกับหลักการทูตของจีนที่พยายามวางตัวเป็นผู้นำกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Global South) ซึ่งต่อต้านการที่มหาอำนาจเข้าบงการประเทศขนาดเล็ก นอกจากนี้ ปักกิ่งยังมีความกังวลว่าการยอมรับบทบาท G2 จะกลายเป็นการบีบให้จีนต้องรับผิดชอบภาระการบริหารโลกมากขึ้น โดยเฉพาะการถูกดึงเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งเป็นภาระที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ท่าทีที่แข็งกร้าวต่อแนวคิด G2 ไม่ได้หมายความว่าจีนต้องการตัดสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในทางตรงกันข้าม นายหวัง อี้ ได้กล่าวยกย่องความสัมพันธ์ระดับสูงระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีทรัมป์ ว่าเป็น "เกราะป้องกันเชิงยุทธศาสตร์" ที่ช่วยประคองความสัมพันธ์ท่ามกลางมรสุมทางการเมืองและการค้าระดับโลก โดยปี 2026 ถูกขนานนามว่าเป็น "ปีที่ยิ่งใหญ่" สำหรับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ เนื่องจากมีกำหนดการพบปะระดับผู้นำถึง 4 ครั้ง เริ่มจากการเยือนจีนของทรัมป์ในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ตามด้วยการประชุม G20 ที่ไมอามี และการประชุม APEC ที่เมืองเซินเจิ้น ซึ่งจีนหวังจะใช้เวทีเหล่านี้ในการบริหารจัดการความเสี่ยงและกำจัดอุปสรรคที่ไม่จำเป็น
ท่ามกลางบรรยากาศการทูตที่ดูเหมือนจะก้าวหน้า ประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลในอิหร่าน ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่อาจขัดขวางความราบรื่นของการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง โดยรัฐมนตรีหวัง อี้ ได้ย้ำจุดยืนเรียกร้องให้มีการยุติการใช้กำลังทหารในอิหร่านทันที พร้อมทั้งวิจารณ์ว่า "กฎแห่งป่า" ไม่ควรถูกนำกลับมาใช้ปกครองโลก และการใช้กำลังตามอำเภอใจไม่ได้พิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริง ท่าทีนี้สะท้อนให้เห็นว่าจีนกำลังพยายามรักษาดุลอำนาจด้วยการเป็นกระบอกเสียงให้กับกฎหมายระหว่างประเทศ ในขณะที่ยังคงต้องรักษาช่องทางการสื่อสารที่สำคัญยิ่งกับทำเนียบขาวเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตนเอง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.nbcnews.com/world/asia/us-china-running-world-together-china-says-no-thanks-rcna262278