.
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐส่งเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก USS Tripoli ไปตะวันออกกลาง
14-3-2026
รัฐมนตรีกลาโหม พีต เฮกเซธ กำลังส่ง เรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก USS Tripoli พร้อมกับ หน่วยนาวิกโยธินจู่โจม (Marine Expeditionary Unit) ไปยังตะวันออกกลาง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ สหรัฐอเมริกา ยืนยันกับ Axios เมื่อวันศุกร์
การส่งกำลังครั้งนี้จะเพิ่ม นาวิกโยธินหลายพันนาย เรือรบหลายลำ และเครื่องบินขับไล่ F-35 เข้าไปสนับสนุนกองกำลังที่มีอยู่แล้วในภูมิภาค เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าว เจ้าหน้าที่ระบุว่า กองบัญชาการกลางของสหรัฐ (U.S. Central Command) เป็นผู้ร้องขอกำลังเพิ่มเติม เพื่อให้มี ทางเลือกทางทหารมากขึ้นในการปฏิบัติการต่ออิหร่าน
หน่วยนาวิกโยธินจู่โจมดังกล่าว สามารถดำเนินปฏิบัติการภาคพื้นดินได้ หากได้รับคำสั่ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นไปได้นั้น กองกำลังนาวิกโยธินกำลังเคลื่อนเข้าสู่ภูมิภาค ขณะที่ อิหร่านยังคงโจมตีการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ ราคาน้ำมันโลก ค่าขนส่ง และค่าประกันภัยทางทะเลเพิ่มสูงขึ้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวว่าเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองทัพเรือสหรัฐอาจเริ่มคุ้มกันเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ “ในไม่ช้า” เขายังระบุด้วยว่า ความปั่นป่วนดังกล่าวทำให้สหรัฐสูญเสียทางเศรษฐกิจไปแล้วประมาณ 11,000 ล้านดอลลาร์
แหล่งข่าวที่ทราบข้อมูลกล่าวว่า ก่อนที่จะเริ่มการคุ้มกันเรือพาณิชย์ กองทัพสหรัฐกำลังวางแผน ปฏิบัติการโจมตีทำลายขีปนาวุธต่อต้านเรือที่ติดตั้งบนบก ซึ่งอิหร่านได้ติดตั้งไว้ในบริเวณช่องแคบ จนถึงวันศุกร์ มี ทหารสหรัฐเสียชีวิตแล้ว 13 นาย ในความขัดแย้งครั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุ เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศตกในประเทศอิรัก
พีต เฮกเซธ กล่าวในการแถลงข่าวว่า “เรากำลังดำเนินการตามแผนเพื่อเอาชนะ ทำลาย และทำให้ความสามารถทางทหารที่สำคัญทั้งหมดของพวกเขาใช้งานไม่ได้ ด้วยความเร็วที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน” เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ไม่ใช่แค่เพียงว่าอิหร่านไม่มี กองทัพอากาศที่ใช้งานได้ หรือว่า กองทัพเรือทั้งหมดของพวกเขาอยู่ก้นอ่าวเปอร์เซีย หรือว่ากองกำลังขีปนาวุธของพวกเขากำลังลดลงทุกวัน” “พวกเขายัง ไม่มีความสามารถในการสร้างกำลังใหม่ได้อีก นั่นคือประเด็นที่สำคัญที่สุดที่ผมอยากเน้นในวันนี้”
ขณะที่ พลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐ กล่าวว่า กองบัญชาการกลางของสหรัฐจะดำเนินการต่อไปเพื่อ “ทำลายกองทัพเรืออิหร่านเพื่อให้มั่นใจว่าการเดินเรือจะมีเสรีภาพ ซึ่งหมายถึงการกำจัดความสามารถของอิหร่านในการวางทุ่นระเบิด และทำลายความสามารถของพวกเขาในการโจมตีเรือพาณิชย์”
รายละเอียดกำลังรบ
กองกำลังโจมตี Expeditionary Strike Group ของ USS Tripoli ประกอบด้วย
หน่วยนาวิกโยธินจู่โจมที่ 31 (31st Marine Expeditionary Unit)
เรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก USS Tripoli
เรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธนำวิถี USS Robert Smalls
เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี USS Rafael Peralta
ที่มา Axios
-----------------------------------------------------
สหรัฐฯ สั่งเคลื่อนนาวิกโยธินราว 2,200 นายและเรือรบ 3 ลำจากฐานในญี่ปุ่น ไปเสริมกำลังที่ตะวันออกกลางรับศึกอิหร่าน
14-3-2026
Fox News และ ABC News รายงานตรงกันว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) เตรียมส่งเรือสะเทินน้ำสะเทินบก USS Tripoli (LHA‑7) พร้อม “Marine Amphibious Ready Group” และกำลังพลจาก 31st Marine Expeditionary Unit (31st MEU) ออกจากฐานประจำการในญี่ปุ่นมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง โดยจะเสริมกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ ในภูมิภาคอีกราว 2,200–2,500 นาย ตามการยืนยันของเจ้าหน้าที่ด้านกลาโหมที่ให้ข้อมูลกับสื่อสหรัฐฯ หลายสำนัก
รายงานระบุว่า กลุ่มเรือที่จะเคลื่อนย้ายจากญี่ปุ่นประกอบด้วยเรือสะเทินน้ำสะเทินบกลำใหญ่ USS Tripoli และเรือยกพลขึ้นบกชั้น LPD อีกสองลำ ได้แก่ USS San Diego (LPD‑22) และ USS New Orleans (LPD‑18) ซึ่งโดยปกติประจำการในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก (INDO‑PACOM) โดยมีฐานหลักอยู่ที่ซาเซโบะและโอกินาวา ญี่ปุ่น
กลุ่มเรือดังกล่าวจะออกเดินทางจากญี่ปุ่นและใช้เวลาราว 1–2 สัปดาห์จึงจะถึงพื้นที่ปฏิบัติการแถบตะวันออกกลาง ซึ่งหมายความว่าการเสริมกำลังครั้งนี้ถูกออกแบบให้พร้อมรองรับปฏิบัติการในระดับที่ยืดเยื้อออกไปอย่างน้อยถึงช่วงต้นเดือนเมษายน
Marine Expeditionary Unit (MEU) เป็นกำลังรบตอบโต้ฉุกเฉินที่สามารถปฏิบัติการได้ทั้งทางบก ทางอากาศ และสะเทินน้ำสะเทินบก โดย 31st MEU ซึ่งประจำการถาวรในญี่ปุ่นครั้งนี้จะย้ายพื้นที่ปฏิบัติการจากเขตรับผิดชอบใน INDO‑PACOM ไปยังตะวันออกกลาง พร้อมทรัพยากรด้านการรบครบวงจร ทั้งกองกำลังภาคพื้นดิน หน่วยสะเทินน้ำสะเทินบก และฝูงบินประจำหน่วย
ข้อมูลจาก ABC News ระบุว่า MEU ชุดนี้มีฝูงบิน F‑35B Lightning II และฝูงบินอากาศยาน MV‑22 Osprey แบบใบพัดปรับมุม รวมอยู่ในกำลังด้วย ทำให้กลุ่มเรือสามารถให้การสนับสนุนทางอากาศระดับสูงเพื่อคุ้มกันกองเรือและสนับสนุนปฏิบัติการภาคพื้นดิน หากได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการในพื้นที่
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ย้ำว่า การส่ง 31st MEU ไปตะวันออกกลางไม่ได้หมายความว่ากองกำลังดังกล่าวจะถูกนำขึ้นฝั่งไปใช้รบภาคพื้นดินในอิหร่านโดยตรง แต่จะทำหน้าที่เป็น “กล่องเครื่องมือ” ให้ผู้บัญชาการสหรัฐฯ ในภูมิภาคมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น ทั้งด้านการลงพื้นที่ การอพยพ การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หรือการตอบโต้ทางทหารที่ต้องใช้กำลังสะเทินน้ำสะเทินบกอย่างรวดเร็ว
การขยับกำลังของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่กองทัพอิสราเอล (IDF) ประกาศเสริมกำลังรบไปยังพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ โดยระบุว่าจะเคลื่อนกำลังหน่วยเพิ่มเติมทั้งระดับกองพล กรมผสม และหน่วยวิศวกรรม เข้าไปประจำการตามแนวพรมแดนก่อน “ขยายปฏิบัติการ” ในเลบานอน
IDF ระบุว่า การเคลื่อนกำลังครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ “เสริมความพร้อมสำหรับทั้งสถานการณ์รุกและรับ” บริเวณพรมแดนเลบานอน ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลเคยส่งสัญญาณก่อนหน้าให้กองทัพเตรียมขยายปฏิบัติการในเลบานอน หากรัฐบาลเบรุตไม่สามารถควบคุมพื้นที่และยับยั้งการโจมตีจาก Hezbollah ต่อชุมชนในภาคเหนือของอิสราเอลได้
การส่งกลุ่มเรือสะเทินน้ำสะเทินบกจากญี่ปุ่นสู่ตะวันออกกลาง จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณเพิ่มน้ำหนักของสหรัฐฯ ในการเตรียมพร้อมต่อสถานการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งจากสงครามกับอิหร่านโดยตรง และความเสี่ยงที่แนวรบเลบานอนกับ Hezbollah จะขยายตัว จนกระทบเสถียรภาพของภูมิภาคในวงกว้าง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://abcnews.com/International/live-updates/iran-live-updates?id=130893022&entryId=131041960&cid=social_twitter_abcn
https://x.com/FoxNews/status/2032517144055878045?s=20