.
ส่งออกข้าวไทยวิกฤต! สงครามปิดตายตลาดใหญ่ตะวันออกกลาง กดดันชาวนาแบกรับต้นทุนปุ๋ย-น้ำมันพุ่ง ขณะค่าเงินบาทแข็งค่าบั่นทอนการแข่งขัน
14-3-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สงครามในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบตรงต่อเศรษฐกิจฐานรากของไทย หลังการส่งออกข้าวไทยไปยังตลาดตะวันออกกลางต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะตลาดอิรักซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่สุดของข้าวไทย ส่งผลซ้ำเติมชาวนาที่กำลังเผชิญต้นทุนผลิตสูงขึ้นและคำสั่งซื้อต่างประเทศที่ลดลงอยู่แล้ว
การส่งออกข้าวไทยไปยังตะวันออกกลางต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน หลังเปลวเพลิงแห่งสงครามขยายวงกว้างจนกระทบต่อเส้นทางขนส่งสินค้าในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของไทย ซ้ำเติมสถานการณ์ของเกษตรกรที่ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นท่ามกลางความต้องการในตลาดโลกที่ลดลง
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า เรือบรรทุกข้าวไทย 2 ลำที่บรรจุข้าวรวมกว่า 80,000 ตัน ซึ่งมีกำหนดส่งไปยังประเทศอิรัก (Iraq) ถูกสั่งระงับการเดินทางที่ท่าเรือกรุงเทพฯ ในสัปดาห์นี้ โดยผู้ซื้อได้สั่งให้ขนถ่ายสินค้าลงจากคอนเทนเนอร์และนำข้าวกลับไปเก็บรักษาในโกดังตามเดิม
"ทุกอย่างอยู่ในสภาวะหยุดนิ่ง" นายชูเกียรติกล่าว พร้อมระบุว่าการส่งออกไปยังตะวันออกกลางอาจต้องหยุดชะงักไปนานหลายเดือน และยังไม่มีการสั่งซื้อใหม่เกิดขึ้นเนื่องจากไม่มีใครคาดการณ์สถานการณ์ได้
ปัจจัยลบถาโถม: สงคราม ท่าเรือปิด และบาทแข็ง
วิกฤตครั้งนี้ถือเป็นข่าวร้ายซ้ำสองสำหรับเกษตรกรไทยที่กำลังเผชิญกับราคาข้าวในประเทศที่ตกต่ำ และค่าเงินบาทที่แข็งค่าจนบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยคาดการณ์เดิมว่าการส่งออกข้าวปีนี้จะลดลง 11% เหลือเพียง 7 ล้านตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี แต่แนวโน้มกลับเลวร้ายลงไปอีก เนื่องจาก "อิรัก" ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุด (คิดเป็น 12.7% ของการส่งออกในปีที่ผ่านมา) จำเป็นต้องใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเพิ่งเกิดเหตุเรือสินค้าไทยถูกโจมตีโดยอาวุธจากอิหร่านในสัปดาห์นี้
นอกจากอุปสรรคด้านเส้นทาง ผู้ส่งออกไทยยังต้องเผชิญกับค่าธรรมเนียมความเสี่ยงสงคราม (War-risk surcharges) ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงค่าระวางเรือที่พุ่งตามราคาน้ำมัน ในขณะที่ราคาข้าวขาว 5% ของไทยพุ่งแตะ 392 ดอลลาร์ต่อตัน สูงกว่าข้าวจากเวียดนาม (356-360 ดอลลาร์) และอินเดีย (350-354 ดอลลาร์) อย่างมาก
เกษตรกรแบกรับต้นทุนปุ๋ย-น้ำมัน
นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ ที่ปรึกษาสมาคมชาวนาไทย แสดงความกังวลว่าชาวนากำลังเผชิญกับความยากลำบากในการจัดหาปัจจัยการผลิตหลัก ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและปุ๋ยเคมี ซึ่งส่วนใหญ่ถูกนำเข้าจากตะวันออกกลาง ก่อนที่ฤดูกาลเพาะปลูกจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
"ถ้าค่าน้ำมันและค่าปุ๋ยแพงขึ้น ชาวนาจะยิ่งเดือดร้อนหนัก" นายเกรียงศักดิ์กล่าว ปัจจุบันราคาข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตกลงมาอยู่ที่ประมาณ 6,800 บาทต่อตัน ซึ่งลดลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ระดับ 11,000 บาทต่อตัน
สถานการณ์ความไม่แน่นอนยังส่งผลให้เกิดการตื่นตระหนก โดยมีรายงานว่าชาวนาบางส่วนเริ่มนำภาชนะเปล่าไปเข้าแถวรอเติมน้ำมันตามปั๊มต่างๆ เพื่อสำรองไว้ใช้กับเครื่องจักรกลการเกษตร จนปั๊มน้ำมันหลายแห่งต้องปฏิเสธเพื่อป้องกันการกักตุน
วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อรายได้ของเกษตรกรที่มีหนี้สินครัวเรือนสูงอยู่แล้ว แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เนื่องจากภาคเกษตรกรรมของไทยเป็นแหล่งจ้างงานของประชากรถึง 1 ใน 4 ของประเทศ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-13/thai-mideast-rice-exports-halted-as-war-adds-strain-on-farmers?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy