.
กองเรือประมงจีนนับพันรวมตัวผิดปกติในทะเลจีนตะวันออก นักวิเคราะห์ชี้ส่อ “ปฏิบัติการโดยรัฐ–ซ้อมรบ” เตรียมปิดล้อมหรือรุกไต้หวัน
14-3-2026
Yahoo finance รายงานโดยอ้าง AFP ว่า การจับสัญญาณจากระบบติดตามเรือและภาพดาวเทียมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา กำลังทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทะเลหันมาจับตากองเรือประมงของจีนมากขึ้น หลังพบการรวมตัวของเรือหลายพันลำในทะเลจีนตะวันออก (East China Sea) เป็นรูปทรงเรขาคณิตขนาดใหญ่ผิดธรรมชาติในหลายระลอก ซึ่งนักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าสอดคล้องกับการซักซ้อมระดมกำลังยามวิกฤตหรือความขัดแย้งในภูมิภาค
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในวันคริสต์มาส เมื่อเจสัน หวัง (Jason Wang) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมและสัญญาณเรือ ingeniSPACE สังเกตจากข้อมูล AIS (automatic identification system) ว่าเรือประมงจีนราว 2,000 ลำกำลังเรียงตัวเป็นรูปตัว L กลับหัวคู่ขนาน 2 แถว แต่ละแถวยาวประมาณ 400 กิโลเมตร ห่างจากไต้หวันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 300 กิโลเมตร
เรือเหล่านี้ยืนตำแหน่งอยู่กลางทะเลโดยมีระยะห่างกันเพียงราว 500 เมตร ท่ามกลางลมแรงเกือบระดับพายุ เป็นเวลาราว 30 ชั่วโมง ก่อนจะแตกกระจายออกจากรูปขบวนอย่างกะทันหัน หวังระบุว่า “ในธรรมชาติแทบไม่มีเส้นตรงแบบนี้ให้เห็น” และปริมาณเรือที่เกินระดับพันลำถือว่า “ผิดปกติ” เมื่อเทียบกับข้อมูลในอดีต
ต้นเดือนมกราคม มีการตรวจพบเหตุการณ์ลักษณะใกล้เคียงกัน โดยมีเรือประมงจีนประมาณ 1,000 ลำรวมตัวเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าไม่สมมาตร ยาวราว 400 กิโลเมตรในพื้นที่เดียวกัน นานกว่าหนึ่งวัน หวังระบุว่าในจำนวนนี้มีหลายร้อยลำที่เคยปรากฏอยู่ในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม และในสัปดาห์ล่าสุด ยังพบเรือราว 1,200 ลำรวมตัวเป็นสองแถวเส้นตรงคู่ขนานอีกครั้งในพื้นที่ถัดออกไปทางตะวันออก พร้อมยืนตำแหน่งอยู่ราว 30 ชั่วโมง
กองเรือประมงของจีนมีขนาดใหญ่และปฏิบัติการครอบคลุมทั้งทะเลเหลือง ทะเลจีนตะวันออก และทะเลจีนใต้ แข่งขันกับชาวประมงจากญี่ปุ่น (Japan) เกาหลีใต้ (South Korea) ไต้หวัน (Taiwan) เวียดนาม (Vietnam) และฟิลิปปินส์ (Philippines) แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า การรวมตัวในรูปทรงเรขาคณิตกลางทะเลเปิดเช่นนี้ “ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำประมง”
เกรกอรี โพลิง (Gregory Poling) ผู้อำนวยการโครงการ Asia Maritime Transparency Initiative แห่ง Center for Strategic and International Studies (CSIS) ในกรุงวอชิงตัน ระบุว่า เขา “ไม่เคยเห็นเรือประมงจีนรวมตัวกันนอกท่าเรือในจำนวนเท่านี้มาก่อน” ขณะที่เจนนิเฟอร์ พาร์เกอร์ (Jennifer Parker) อดีตนายทหารเรือรบออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำ National Security College ของ Australian National University มองว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็น “การสาธิตในมุมมองทางทหาร” เพื่อแสดงขีดความสามารถในการประสานการเคลื่อนที่และการรักษารูปขบวนของเรือพลเรือนจำนวนมาก โดยย้ำว่า “พวกเขาไม่ได้ออกมาหาปลาอย่างแน่นอน”
เดวิด ครูดส์มา (David Kroodsma) หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ Global Fishing Watch ระบุว่ากองเรือจีน “มีการประสานงานสูง” และอาจได้รับคำสั่งให้ไม่ทำการประมงในบางพื้นที่ พร้อมชี้ว่า ภาพเรือเรียงเป็นเส้นตรงมักสัมพันธ์กับเขตแดนหรือเส้นแบ่งที่ห้ามทำการประมง แม้สาเหตุเชิงนโยบายเบื้องหลังจะยังไม่ชัดเจน
การสืบค้นของ AFP สำหรับรายงานนี้ อาศัยการวิเคราะห์ข้อมูล AIS ภาพถ่ายดาวเทียมกลางคืน และการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจาก ingeniSPACE, Starboard Maritime Intelligence, CSIS และ Global Fishing Watch ขณะที่บริษัท Unseenlabs ของฝรั่งเศสซึ่งเชี่ยวชาญการเฝ้าระวังทางทะเล ได้ช่วยยืนยันข้อมูลเหตุการณ์วันที่ 25 ธันวาคม และระบุว่าความหนาแน่นของเรือในครั้งนั้น “น่าประหลาดใจและผิดธรรมชาติ” ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องกันว่า ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่ใช่สัญญาณปลอม (spoofed AIS) โดยมีหลักฐานประกอบอื่นๆ ยืนยันว่าเรืออยู่ในทะเลจริง
มาร์ก ดักลาส (Mark Douglas) อดีตนายทหารเรือนิวซีแลนด์และนักวิเคราะห์ของ Starboard ตรวจสอบรูปแบบการทำประมงในพื้นที่เดียวกันย้อนหลังสองปี และพบว่า “ไม่เคยมีพฤติกรรมใดเหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้มาก่อน” โดยปกติในสภาพอากาศเลวร้าย เรือจะกลับเข้าท่า ไม่ใช่รวมตัวกันนอกชายฝั่งในรูปขบวนหนาแน่นเช่นนี้ เขาสรุปว่า แม้ไม่อาจฟันธงเหตุผล แต่ “ในมุมวิธีปฏิบัติ ชัดเจนว่ามีการสั่งการให้เรือทำเช่นนั้น”
โธมัส ชูการ์ต (Thomas Shugart) อดีตนายทหารเรือดำน้ำของสหรัฐฯ และ Adjunct Senior Fellow ด้านกลาโหมที่ Center for a New American Security ชี้ว่า จำนวนเรือที่เกี่ยวข้องบ่งบอกถึง “ปฏิบัติการระดับรัฐ” โดยระบุว่า “ไม่มีเอกชนรายใดควบคุมเรือประมงจำนวนมากขนาดนี้ได้”
ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งเชื่อว่า เรือส่วนใหญ่ที่ปรากฏในเหตุการณ์เดือนธันวาคมและมกราคมน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของ “กองกำลังมิลิเชียทางทะเล” ซึ่งเป็นเครือข่ายเรือประมงที่ผ่านการฝึกให้สนับสนุนกองทัพจีน และถูกใช้เป็นเครื่องมือยืนยันอ้างสิทธิ์ทางทะเล รวมถึงในทะเลจีนใต้ที่กองเรือกลุ่มนี้เคยรุมล้อมแนวปะการังพิพาทหลายจุด ข้อมูล AIS ยังชี้ว่า เรือส่วนใหญ่ที่มารวมตัวกันในทะเลจีนตะวันออกมาจากมณฑลเจ้อเจียง (Zhejiang) ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือมิลิเชียหลายแห่ง
โพลิงเปรียบเทียบว่า เช่นเดียวกับกองกำลังมิลิเชียบนบกในจีน เรือกลุ่มนี้จะถูกเรียกระดมเป็นกำลังสำรองเป็นระยะ และประเมินว่า การรวมตัวครั้งล่าสุดน่าจะเป็น “การทดสอบกำลัง” ว่ามิลิเชียสามารถระดมพลได้จริง ขณะที่พาร์เกอร์ชี้ว่า มิลิเชียทางทะเลสามารถมีบทบาทตั้งแต่การรบกวนเรือรบฝ่ายตรงข้ามไปจนถึงการทำหน้าที่เป็นเป้าล่อขีปนาวุธของศัตรู แม้ก็เสี่ยงรบกวนความแม่นยำของการโจมตีของจีนเอง
บทบาทของมิลิเชียทางทะเลจีนในทะเลจีนใต้ขยายตัวต่อเนื่อง เจย์ ทาร์ริเอลา (Jay Tarriela) โฆษก Philippine Coast Guard ระบุว่า นอกจากการรุมล้อมแนวปะการังแล้ว กลุ่มเรือเหล่านี้ยังร่วมกับ China Coast Guard ในการ “ขัดขวางและคุกคาม” เรือประมงฟิลิปปินส์ รวมถึงการใช้น้ำแรงดันสูงฉีดใส่เรือ โดยชี้ว่าปัจจุบัน “พวกเขาไม่ใช่กองกำลังลับอีกต่อไป แต่เป็นกองเรือของรัฐ” ที่เดินหน้า “ผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมาย” ของจีนในทะเลจีนใต้
จีนยังไม่ได้ให้คำอธิบายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรูปขบวนเรือประมงในทะเลจีนตะวันออก ขณะที่ Japan Coast Guard ปฏิเสธให้ความเห็นเมื่อ AFP ติดต่อไป ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างโตเกียวและปักกิ่ง หลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิชิ (Sanae Takaichi) เคยระบุว่า ญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงทางทหารหากจีนใช้กำลังยึดไต้หวัน นักการทูตรายหนึ่งกล่าวว่า การตอบสนองต่อปฏิบัติการ “พื้นที่สีเทา” (grey zone) หรือปฏิบัติการทางทหารของจีนในภูมิภาคเป็นเรื่องที่ “ยากมาก” เพราะจีนมักส่งสัญญาณขู่ตอบโต้ โดยไม่ชัดเจนว่ารูปแบบใด
ในเชิงยุทธศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าการซ้อมระดมเรือพลเรือนสอดคล้องกับเป้าหมายของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการเตรียมกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) ให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะคุกคามการบุกยึดไต้หวันได้อย่างน่าเชื่อถือภายในปี 2027 ตามที่ระบุไว้ในรายงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ชี้ว่า PLA “เดินหน้าอย่างต่อเนื่องสู่เป้าหมายปี 2027” ชูการ์ตสรุปว่า “ผมบอกไม่ได้ว่าสี จิ้นผิงจะตัดสินใจกดไกหรือไม่ แต่ในมุมมองนักวิเคราะห์ มันชัดเจนว่ากองทัพจีนกำลังพัฒนาขีดความสามารถตามที่ได้รับสั่ง เพื่อให้สามารถข่มขู่การรุกรานไต้หวันได้ภายในปี 2027”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.yahoo.com/news/articles/thousands-chinese-boats-mass-sea-043002014.html