อิสราเอล–เลบานอน เปิดเจรจาสันติภาพที่วอชิงตัน
อิสราเอล–เลบานอน เปิดเจรจาสันติภาพที่วอชิงตัน ภายใต้การไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดกับฮิซบอลเลาะห์
16-4-2026
Foreign Policy รายงานว่า ประเทศอิสราเอล (Israel) และประเทศเลบานอน (Lebanon) ได้จัดการเจรจาสันติภาพครั้งประวัติศาสตร์โดยมีสหรัฐอเมริกา (US) เป็นสื่อกลาง ณ กรุงวอชิงตัน (Washington) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อหาทางยุติความขัดแย้งที่รุนแรงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนของอิหร่าน (Iranian proxy group) ที่มีฐานที่มั่นในเลบานอน
“เราได้ค้นพบในวันนี้ว่าเราอยู่ข้างเดียวกันของสมการ” นายเยเคียล ไลเตอร์ (Yechiel Leiter) เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ กล่าว พร้อมเสริมว่าทั้งสองประเทศ “รวมเป็นหนึ่งในการปลดปล่อยเลบานอน” จากอิทธิพลของฮิซบอลเลาะห์
นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) แห่งอิสราเอล ตกลงเข้าร่วมการเจรจาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่รัฐบาลเทหะราน (Tehran) ขู่ว่าจะถอนตัวจากข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์กับสหรัฐฯ หากอิสราเอลไม่ยุติการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ โดยทางประเทศอิหร่าน (Iran) และประเทศปากีสถาน (Pakistan) ยืนยันว่าเลบานอนเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน อย่างไรก็ตาม อิสราเอลและสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วย โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แย้งว่าการเจรจาในวันอังคารนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเจรจาระหว่างวอชิงตันและเทหะรานในกรุงอิสลามาบัด (Islamabad) ที่เพิ่งเกิดขึ้น
ตามแถลงการณ์ของสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร อิสราเอลและเลบานอนตกลงที่จะ “เปิดการเจรจาโดยตรง” เพื่อยุติข้อพิพาท โดยระบุชัดเจนว่า “ข้อตกลงใดๆ เพื่อยุติการสู้รบจะต้องเกิดขึ้นระหว่างสองรัฐบาลโดยมีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง และไม่ใช่ผ่านช่องทางแยกอื่นใด” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลเบรุต (Beirut) ได้เข้าข้างข้อเรียกร้องของอิสราเอลและวอชิงตันที่ว่าเลบานอนจะไม่เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐบาลเบรุตไม่มีอำนาจควบคุมโดยตรงเหนือกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และอิสราเอลกับเลบานอนก็ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายกาซิม นาอิม (Qassem Naim) ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ได้ออกมาประณามการเจรจาครั้งนี้ว่าเป็นเล่ห์เหลี่ยมในการกดดันให้กลุ่มของเขาต้องวางอาวุธ ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนฮิซบอลเลาะห์ได้ออกมาชุมนุมประท้วงการเข้ามามีส่วนร่วมทางการทูตของรัฐบาลเลบานอน ทั้งนี้ไม่มีตัวแทนจากฮิซบอลเลาะห์เข้าร่วมการเจรจาในวันอังคาร
การพบปะประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ถือเป็นภารกิจทวิภาคีครั้งแรกระหว่างอิสราเอลและเลบานอนในรอบหลายทศวรรษ โดยใช้เวลาเจรจาประมาณ 2 ชั่วโมง นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าการเจรจาครั้งนี้เป็นมากกว่าการทำข้อตกลงหยุดยิง “นี่คือการยุติอิทธิพลของฮิซบอลเลาะห์ที่มีมานานกว่า 20 หรือ 30 ปีในพื้นที่แถบนี้ของโลกอย่างถาวร”
การสู้รบรอบล่าสุดระเบิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม เมื่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดเข้าใส่อิสราเอลเพื่อตอบโต้การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ-อิสราเอล นับจากนั้น กองทัพอิสราเอลได้ปฏิบัติการทิ้งระเบิดทางอากาศอย่างหนักในเบรุต รวมถึงการบุกรุกภาคพื้นดินในเลบานอนตอนใต้ โดยอ้างความจำเป็นในการปกป้องพลเมืองอิสราเอลตามแนวชายแดน
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนเมื่อวันจันทร์ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนแล้วมากกว่า 2,000 ราย (รวมถึงผู้หญิง 252 ราย และเด็ก 166 ราย) นับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม และมีผู้พลัดถิ่นราว 1 ล้านคน ขณะที่อิสราเอลประเมินว่าการโจมตีจากฮิซบอลเลาะห์ในช่วงเวลาเดียวกันทำให้ทหารอิสราเอลเสียชีวิตอย่างน้อย 12 นาย และพลเรือน 2 ราย
รัฐบาลต่างชาติหลายแห่งและหน่วยงานด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศได้ออกมาประณามการโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่องของอิสราเอล โดยเมื่อวันอังคาร นายกรัฐมนตรี จอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) แห่งประเทศอิตาลี (Italy) ได้สั่งระงับการต่อสัญญาความร่วมมือด้านกลาโหมกับอิสราเอลโดยอัตโนมัติ โดยอ้างถึงการที่อิสราเอลโจมตีทหารอิตาลีที่ปฏิบัติหน้าที่ในเลบานอนภายใต้ภารกิจของสหประชาชาติ (UN) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นอกจากนี้ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ยังแสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อการที่อิสราเอลโจมตีบุคลากรทางการแพทย์ในเลบานอน หลังจากอิสราเอลโจมตีศูนย์กาชาดในเมืองไทร์ (Tyre) เมื่อวันจันทร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย โดยกองทัพอิสราเอลอ้างว่าเป็นการโจมตีเป้าหมาย “ผู้ก่อการร้ายฮิซบอลเลาะห์” และกำลังตรวจสอบรายงานเรื่องความเสียหายของอาคารกาชาด
อย่างไรก็ตาม นานาชาตส่วนใหญ่ต่างแสดงความยินดีต่อการประชุมในวันอังคาร โดยถือเป็นความจำเป็นพื้นฐานสู่สันติภาพ “เราขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายฉวยโอกาสนี้ไว้” รัฐมนตรีต่างประเทศจาก 18 ประเทศระบุในแถลงการณ์ร่วม “การเจรจาโดยตรงสามารถปูทางไปสู่ความมั่นคงที่ยั่งยืนสำหรับเลบานอนและอิสราเอล รวมถึงภูมิภาคนี้ด้วย”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://foreignpolicy.com/2026/04/14/israel-lebanon-peace-talks-hezbollah-us-iran-war-cease-fire/