ข้อตกลงป้องกันร่วมซาอุฯ–ปากีสถาน
ข้อตกลงป้องกันร่วมซาอุฯ–ปากีสถาน เปิดเวทีให้อาวุธจีนโชว์ศักยภาพ “ผ่านปากีสถาน” แบบไร้ความเสี่ยงในสงครามอิหร่านหรือไม่
7-5-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า การยกระดับบทบาทของประเทศปากีสถาน (Pakistan) ในฐานะผู้เล่นหลักด้านความมั่นคงในตะวันออกกลาง กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ยุทโธปกรณ์ของประเทศจีน (China) ได้รับการยอมรับและมีโอกาสทดสอบประสิทธิภาพในสถานการณ์วิกฤตจริงโดยที่ปักกิ่ง (Beijing) ไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางการเมืองหรือการทหารโดยตรง หลังจากที่ปากีสถานได้เริ่มปฏิบัติการวางกำลังทางอากาศในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) ภายใต้กรอบความตกลงการป้องกันประเทศร่วมกัน (SMDA)
เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียได้ประกาศการมาถึงของกองกำลังทางอากาศปากีสถาน ณ ฐานทัพอากาศ King Abdulaziz ซึ่งรวมถึงเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินสนับสนุน เพื่อยกระดับความพร้อมรบและรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคท่ามกลางสภาวะสงครามอิหร่าน (Iran) โดยนักวิเคราะห์ระบุว่านี่คือ "การเปลี่ยนผ่านในเชิงคุณภาพ" ที่ทำให้ปากีสถานไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นผู้ให้บริการด้านความมั่นคงที่ตอบโต้ได้ฉับไว (Rapid-response security actor)
ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดคือการที่คลังแสงของปากีสถานกว่าร้อยละ 80 ในช่วงปี 2021-2025 มีต้นกำเนิดมาจากจีน โดยเฉพาะเครื่องบินขับไล่ JF-17 Block III ซึ่งเป็นรุ่นที่ทันสมัยที่สุดที่พัฒนาร่วมกันระหว่างปากีสถานและจีน รวมถึงเครื่องบิน J-10C ที่ติดตั้งเรดาร์ AESA และขีปนาวุธพิสัยไกล PL-15 การที่เครื่องบินเหล่านี้ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ขัดแย้งที่มีการจับตามองมากที่สุดในโลกอย่างช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ถือเป็นการตลาดเชิงรุกที่ทรงพลังที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของจีน โดยที่จีนไม่ต้องกลายเป็นคู่สงคราม (Belligerent) เอง
นางลิเซล็อตต์ ออดการ์ด (Liselotte Odgaard) จากสถาบัน Hudson Institute มองว่าปากีสถานกำลังทำหน้าที่เป็น "หน้าด่านปฏิบัติการ" (Operational face) ให้กับระบบป้องกันประเทศของจีน ซึ่งจะช่วยทลายกำแพงความเชื่อเดิมของกลุ่มประเทศอ่าวที่เคยมองว่าอาวุธจีนยังไม่ผ่านการพิสูจน์ในสนามรบจริง (Unproven) นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียกำลังเจรจากับปากีสถานเพื่อแปลงหนี้เงินกู้มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้เป็นการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ JF-17 ซึ่งหากสำเร็จจะถือเป็นการรุกคืบเข้าไปในตลาดที่เคยถูกผูกขาดโดยเครื่องบินรบจากสหรัฐฯ และยุโรปมาอย่างยาวนาน
แม้ยุทโธปกรณ์จีนที่ปากีสถานใช้งานอาจจะยังไม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นกระดูกสันหลังหลักของกองทัพอากาศในอ่าวเปอร์เซียแทนที่ F-15 หรือ F-35 ของสหรัฐฯ ในทันที แต่ความสามารถของปากีสถานในการบูรณาการฝูงบินผสม (Mixed Fleet) ทั้ง F-16, Mirage และ JF-17 จะช่วยให้ระบบของจีนทำหน้าที่เป็น "ตัวทวีคูณกำลัง" (Force Multiplier) ในการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหรือการลาดตระเวน ซึ่งยุทธศาสตร์นี้ช่วยให้จีนได้รับข้อมูลการปฏิบัติงานจริงและขยายอิทธิพลทางยุทธศาสตร์ไปทางตะวันตกของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกได้อย่างเงียบเชียบและมีประสิทธิภาพสูงสุด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/military/article/3352474/will-pakistans-new-defence-pact-saudi-arabia-give-chinese-arms-risk-free-exposure?module=top_story&pgtype=homepage