ยูโรจ่อพ่ายศึกเงินดิจิทัล?
ยูโรจ่อพ่ายศึกเงินดิจิทัล? ดอลลาร์ผงาดครองตลาด Stablecoin เบ็ดเสร็จ ทิ้งห่างคู่แข่งกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ “คริปโตยูโร” สะดุด
7-5-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ความพยายามของสหภาพยุโรป (EU) ในการสร้างอธิปไตยทางการเงินผ่านโครงการ "ดิจิทัลยูโร" กำลังเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อข้อมูลล่าสุดเผยให้เห็นว่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar) ได้เข้าครอบงำโลกของสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Stablecoin อย่างเบ็ดเสร็จ จนกลายเป็นความท้าทายโดยตรงต่อวิสัยทัศน์ของนางคริสตีน ลาการ์ด (Christine Lagarde) ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ต้องการลดการพึ่งพามหาอำนาจภายนอกอย่างสหรัฐฯ (US) และจีน (China)
สถิติล่าสุดจาก DefiLlama แสดงให้เห็นถึงความห่างชั้นที่น่าตกใจในตลาด Stablecoin โดยสกุลเงินดอลลาร์มียอดหมุนเวียนสูงถึง 3.18 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (318B) ในขณะที่สกุลเงินยูโร (Euro) กลับมีส่วนแบ่งเพียง 673 ล้านดอลลาร์ (673M) ตามมาด้วยเงินรูเบิล (Ruble) 550 ล้านดอลลาร์ และเงินเรียล (Real) 366 ล้านดอลลาร์ โดยยังไม่มีสกุลเงินใดนอกจากดอลลาร์ที่สามารถก้าวข้ามหลักไมล์ 1 พันล้านดอลลาร์ในโลก Stablecoin ได้เลย แม้แต่เงินหยวน (Yuan) ของจีนก็มีส่วนแบ่งเพียง 3 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
นางลาการ์ดได้แสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อความล่าช้าของโครงการดิจิทัลยูโร ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้จริงได้เร็วที่สุดในปี 2029 โดยเธอย้ำว่ายุโรปไม่ต้องการ "ถูกทิ้งไว้กลางกองฝุ่น" ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินโลก ซึ่งประเด็นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์และอธิปไตย โดยนายปิเอโร ชิปอลโลเน (Piero Cipollone) กรรมการบริหาร ECB ระบุว่าหากยุโรปสูญเสียการควบคุมเหนือเงินตราของตนเอง ก็เท่ากับสูญเสียการควบคุมเหนือโชคชะตาทางเศรษฐกิจและอธิปไตยที่สำคัญไป
ในขณะที่ยุโรปกำลังติดหล่มอยู่ในระบบราชการและการเจรจาระหว่างประเทศสมาชิก ทางฝั่งสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้รุกคืบด้วยนโยบายเชิงรุกผ่านการลงนามในกฎหมาย Genius Act เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 เพื่อสร้างกรอบการทำงานให้แก่ Stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์ ซึ่งทรัมป์ประกาศกร้าวว่ากฎหมายนี้จะช่วย "รักษาความแข็งแกร่งของดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองของโลกไปอีกหลายชั่วอายุคน"
ปัจจุบัน ตลาด Stablecoin กว่าร้อยละ 99 ถูกผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยตรง ตัวอย่างเช่นบริษัท Tether ผู้จัดทำ USDT ได้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 1.17 แสนล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ยุโรปยังเผชิญกับจุดอ่อนจากการพึ่งพาระบบชำระเงินของสหรัฐฯ อย่าง Visa และ Mastercard ซึ่งประมวลผลธุรกรรมผ่านบัตรในยูโรโซนถึง 2 ใน 3 หากระบบเหล่านี้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ยุโรปจะไม่มีโครงสร้างพื้นฐานทางเลือกที่พร้อมใช้งานได้ทันที
แม้ว่าธนาคารพาณิชย์ยักษ์ใหญ่ในยุโรป เช่น Societe Generale, BNP Paribas และกลุ่มพันธมิตร Qivalis จะเริ่มผลักดัน Stablecoin สกุลยูโรของตนเองเพื่อแข่งกับเวลา แต่เหล่านักวิเคราะห์มองว่านี่คือสงครามแย่งชิง "รางรถไฟแห่งการชำระเงิน" ในอนาคต ซึ่งหากยูโรไม่สามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของตนเองได้สำเร็จ สกุลเงินยูโรอาจสูญเสียบทบาทในเวทีโลกอย่างถาวร ท่ามกลางการผงาดขึ้นของดอลลาร์ดิจิทัลและระบบการเงินทางเลือกจากกลุ่มประเทศอย่างรัสเซียและอิหร่านที่กำลังเร่งพัฒนาเพื่อหลบเลี่ยงการคว่ำบาตร
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/features/2026-05-04/global-crypto-race-why-divided-europe-is-losing-ground?srnd=homepage-americas