สหรัฐฯ กลับมาคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียอีกครั้ง
สหรัฐฯ กลับมาคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียอีกครั้ง หลังปล่อยสิทธิ์ผ่อนปรนหมดอายุ เมินเสียงล็อบบี้ท่ามกลางสงครามตะวันออกกลาง
18-5-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกา (US) ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ตัดสินใจปล่อยให้มาตรการผ่อนปรนชั่วคราว (Waiver) ที่เอื้อให้เกิดการซื้อขายน้ำมันดิบของประเทศรัสเซีย (Russia) เพิ่มขึ้นนั้นสิ้นสุดลง แม้ว่าสงครามในประเทศอิหร่าน (Iran) กำลังกระตุ้นให้เกิดความกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับปริมาณอุปทานน้ำมันโลกและต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น
การสิ้นสุดของมาตรการผ่อนปรนดังกล่าวส่งผลเป็นการยุติช่วงเวลาสั้นๆ ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยอมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อน้ำมันบางส่วนของรัสเซีย (Russia) ซึ่งเป็นมาตรการที่เปิดทางให้สามารถดำเนินการจัดซื้อน้ำมันดิบที่โดยปกติแล้วจะถูกสั่งห้าม โดยรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ได้ออกใบอนุญาตผ่อนปรนครั้งแรกในเดือนมีนาคม และครั้งที่สองหลังจากครั้งแรกหมดอายุลงในเดือนเมษายน ซึ่งทั้งสองกรณีมีผลบังคับใช้เฉพาะกับน้ำมันดิบของรัสเซีย (Russia) บางส่วนที่ได้รับการโหลดขึ้นสู่เรือบรรทุกน้ำมันเรียบร้อยแล้วเท่านั้น
มาตรการผ่อนปรนดังกล่าวได้ก่อให้เกิดข้อถกเถียงและประเด็นขัดแย้งอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศพันธมิตรในยุโรป (European allies) ที่มองว่าการคว่ำบาตรน้ำมันดิบเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสกัดกั้นรายได้ of รัสเซีย (Russia) และเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงทางการเงินที่รัฐบาลมอสโก (Moscow) จะนำไปใช้ในสงครามในประเทศยูเครน (Ukraine) ขณะเดียวกัน บรรดานักวิจารณ์ระบุว่ามาตรการบรรเทาการคว่ำบาตรนี้รังแต่จะทำให้รัฐบาลมอสโก (Moscow) มั่งคั่งยิ่งขึ้น แม้ว่าจะจำกัดเฉพาะน้ำมันขนส่งทางน้ำ (Waterborne oil) ก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันดิบโลกกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
ทว่า หลายประเทศรวมถึงประเทศอินเดีย (India) และประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ได้พยายามล็อบบี้รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) เพื่อขอขยายระยะเวลาการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว เนื่องจากสถานการณ์สงครามในอิหร่าน (Iran) และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ ได้ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบหายไปจากตลาดโลกหลายล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งนำไปสู่การพุ่งสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้านิวยอร์ก (Nymex) และตลาด ICE (ICE)
ที่ผ่านมา รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) มีท่าทีที่ผันผวนต่อประเด็นนี้เช่นกัน เพื่อตอบสนองต่อคำร้องขอจากประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบในปริมาณมหาศาล โดยในเดือนเมษายน นายสกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้กล่าวเตือนในตอนแรกว่า สหรัฐฯ จะไม่ต่ออายุมาตรการผ่อนปรนการคว่ำบาตรที่อนุญาตให้ซื้อน้ำมันดิบของรัสเซีย (Russia) บางส่วน ก่อนที่จะเปลี่ยนท่าทีด้วยการยอมออกเอกสารสิทธิ์ผ่อนปรนฉบับใหม่ in อีกสองวันต่อมา
นายเบสเซนต์ (Bessent) ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาสหรัฐฯ (Senate panel) ว่า การเปลี่ยนใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ "มีประเทศที่เปราะบางและยากจนที่สุดในด้านพลังงานมากกว่า 10 ประเทศ" ได้เข้ามาติดต่อเขาเพื่อขอให้ขยายระยะเวลาผ่อนปรน โดยนายเบสเซนต์ (Bessent) ย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวในอดีตมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อรักษาสถียรภาพในตลาดพลังงานโลกท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนเมษายน การวิ่งเต้นล็อบบี้จากกลุ่มประเทศพันธมิตรในเอเชีย (Asian allies) และภาวะตึงตัวในตลาดน้ำมันที่เพิ่มมากขึ้น อาจส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจออกใบอนุญาตผ่อนปรนฉบับใหม่ในภายหลังได้อีกครั้ง อย่างไรก็ดี รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ได้ปล่อยให้ใบอนุญาตผ่อนปรนชั่วคราวอีกฉบับหนึ่งที่เอื้อให้เกิดการซื้อน้ำมันดิบของอิหร่าน (Iran) บางส่วน สิ้นสุดลงแล้วในเดือนเมษายนเช่นกัน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงของตลาดโลก ได้ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สงครามในอิหร่าน (Iran) ปะทุขึ้น ส่งผลกดดันให้ราคาน้ำมันเบนซิน (Gasoline) น้ำมันดีเซล (Diesel) และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่น ๆ พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาสะดุดหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบที่เชื่อมโยงกับวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) ยังส่งผลให้ผู้จัดซื้อหลายรายต้องเร่งเสาะหาแหล่งขนส่งน้ำมันดิบสำรองใหม่ ๆ ซึ่งรวมถึงอุปทานน้ำมันจากสหรัฐอเมริกา (US) ด้วย
ขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้บังคับใช้มาตรการอื่น ๆ อีกหลายประการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ ซึ่งทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency หรือ IEA) ระบุว่าเป็น "เหตุการณ์อุปทานชะงักงันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดน้ำมันโลก" โดยรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) กำลังอนุญาตให้เรือสัญชาติต่างชาติสามารถขนส่งน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ระหว่างท่าเรือต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ได้จนถึงกลางเดือนสิงหาคมนี้ นอกเหนือจากการผ่อนผันข้อกำหนดเฉพาะสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงบางประการภายในประเทศเป็นการชั่วคราวอีกด้วย
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-05-16/us-allows-russia-oil-sales-waiver-to-expire-despite-tight-market?srnd=phx-politics